ปีศาจเเดง เริ่มล้างป่าช้าเตรียมขายทิ้งฟิลโจนส์หลังจบฤดูกาล

ปีศาจเเดง

    โอเล่ กุนน่า โซลชาได้ตัดสินใจแล้วที่จะโล๊ะทิ้งแข้งอะไหล่ที่ไม่ได้ใช้งาน โดยหนึ่งในนั้นคือฟิล โจนส์กองหลังที่แทบไม่ได้ใช้งานเลยในซีซั่นนี้

     ในซีซั่นนี้ฟิล โจนส์ที่ได้ลงเล่นไปเพียง8นัดจากทุกรายการ มีสถานะเป็นตัวเลือกท้ายๆในตำแหน่งกองหลัง โดยโซลชาหันไปใช้งานแฮรี่ แม็คไกวร์,วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และเอริค ไบญี่เสียเป็นส่วนใหญ่ ทำให้โจนส์หนึ่งในนักเตะชุดแชมป์พรีเมียร์ลีก2012/13 ที่ยังหลงเหลืออยู่กับทีมอาจถึงเวลาที่จะย้ายออกเสีย คาดการณ์กันไปว่าปราการหลังวัย28กะรัตจะมีค่าตัวราว12ล้านปอนด์ แล้วก็มีทีมอย่างนิวคาสเซิล,เวสต์แฮม และอาร์เซนอลให้ความสนใจอยู่

    ส่วนหนึ่งที่ทำให้แมนยูฯต้องเร่ขายนักเตะในครั้งนี้ถูกวิเคราะห์ว่าน่าจะเป็นการระดมทุนเพิ่มสำหรับการนำไปใช้ทาบทามแจ็ค กรีลิชจอมทัพตัวเก่งของแอสตัน วิลล่าที่ถูกตั้งราคาไว้ถึง100ล้านปอนด์นั่นเอง

แฟน ปีศาจเเดง อาจชอบใจโซลชาเล็งปล่อยลินการ์ด&เปเรยร่าด้วย

    ในเวลาเดียวกันมีข่าวไล่ตามหลังมาว่าอันเดรียส เปเรยร่า และเจสซี่ ลินการ์ดก็เป็นอีกสองแข้งที่มีสิทธกระเด็นออกจากโอลด์แทร็ฟฟอร์ดในช่วงซัมเมอร์

     โดยเจสซี่ ลินการ์ดเป็นหนึ่งแข้งที่แฟนบอลยี้ใส่มานานแล้วเนื่องจากยังไม่สามารถยิงประตู และทำแอสซิสต์ให้ทีมได้เลยนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล ทั้งที่ก็ได้รับโอกาสลงเล่นให้ทีมมากถึง20นัดในพรีเมียร์ลีก จนทำให้แมนยูฯพร้อมปักป้ายขายเด็กปั้นรายนี้ที่สนนราคา25ล้านปอนด์ โดยมีข่าวว่าทีมอย่างเอซีมิลาน และอินเตอร์มิลานที่แสดงความสนใจในนักเตะ

     ส่วนอันเดรียส เปเรยร่าก็มีสถานะไม่ต่างกัน จนถึงขนาดมีแฟนบอลเข้าไปกดดันในอินสตาแกรมให้เจ้าตัวรีบย้ายออกจากทีมไปเสียที แล้วโซลชาเองก็เริ่มเห็นคล้อยตามจนอาจตั้งขายกองกลางแซมบ้าที่ราว25ล้านปอนด์เช่นเดียวกัน โดยมีทีมอย่างเอฟเวอร์ตัน,นาโปลี และแอร์เบ ไลป์ซิกที่ให้ความสนใจในตัวนักเตะ

    นอกจากนี้ยังมีนักเตะผีแดงอีกหลายรายที่น่าจะโดนหั่นตามไปด้วยเช่น คริส สมอลลิ่ง(ยืมตัวอยู่กับโรม่า),มาร์กอส โรโฮ,ฆวน มาต้า,อเล็กซิส ซานเชส(ยืมตัวอยู่กับอินเตอร์มิลาน) และดีน แฮนเดอร์สัน(ยืมตัวอยู่กับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด)ซึ่งเชื่อว่าหากสามารถจำหน่ายนักเตะในลิสต์ออกไปได้หมด โซลชาจะมีเงินเพิ่มไม่ต่ำกว่า200ล้านปอนด์

เลเวอร์คูเซ่น รับยากที่จะรั้งฮาร์แวตไว้กับทีมต่อไปในฤดูกาลหน้า

เลเวอร์คูเซ่น

   ถึงแม้เลเวอร์คูเซ่นจะหวังกลับไปเตะถ้วยยุโรปในปีหน้าให้ได้ และต้องการให้รักษาขุมกำลังที่เอาไว้สำหรับภารกิจดังกล่าว แต่ทว่าปีเตอร์ บอสซ์กุนซือคนเก่งของพวกเค้าก็ออกมายอมรับโดยดีว่าคงเป็นเรื่องยากที่จะเก็บตัวไค ฮาร์แวตไว้กับทีมต่อไปได้

    ด้วยผลงานการลงเล่น34นัดยิง10พร้อมกับอีก8แอสซิสต์ก็ผลักดันให้ชื่อของ ไค ฮาร์แวต เป็นที่ได้รับความสนใจจากทีมบิ๊กเนมของยุโรป ไล่เรียงตั้งแต่ลิเวอร์พูล,แมนยูฯ,อาร์เซนอล และรีล มาดริด “ เค้าลงเล่นในบุนเดสลีก้าไปแล้วกว่าร้อยนัด ทั้งที่อายุเพิ่ง20ปีเท่านั้นเอง มันเป็นการยืนยันในตัวอยู่แล้วว่าไคยอดเยี่ยมแค่ไหน เค้ามีสำคัญต่อทีม เลเวอคูเซ่นอยากให้ไคอยู่เป็นเสาหลังของทีมต่อ แต่เราก็ยอมรับว่ามันคงไม่ง่าย ”

    “ สำหรับฟุตบอลสมัยใหม่อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น วันนี้เค้ายังอยู่ที่นี่และเราก็พอใจกับเรื่องมาก แต่สำหรับฤดูกาลหน้ามันอาจแตกต่างออกไป เราไม่มั่นใจเหมือนกันว่าเราจะรั้งเค้าไว้ได้ มีแต่ทีมใหญ่ๆทั้งนั้นที่สนใจในตัวเค้า และหากมีข้อเสนอระดับ100ยูโรยื่นเข้ามาจริง ผมไม่คิดว่าสโมสรจะปฏิเสธมันได้ง่ายๆหรอก ” เทรนเนอร์ชาวดัตซ์ชี้แจง

บอสซ์กุนซือ เลเวอร์คูเซ่น รับทีมปล่อยบรันด์ออกไปส่งผลให้ฮาร์แวตโดดเด่นขึ้น

    ปีเตอร์ บอสซ์กุนซือห้างยายังได้กล่าวเสริมว่าการที่ทีมไม่มียูเลี่ยน บรันด์ในปีนี้ส่งผลให้ฮาร์แวตกลายเป็นสตาร์คนใหม่ของทีมไปโดยปริยาย “ ไค กับจูเลี่ยน(บรันด์)เป็นเพื่อนซี้กัน ทั้งคู่เข้าขากันอย่างมาก แล้วเราก็ปล่อยจูเลี่ยนออกไปให้ดอร์ทมุนด์ มันทำให้ทุกสายตาพุ่งกลับเข้ามายังไคแทน แล้วมันก็กำลังทำให้เค้าจะได้ย้ายไปจากเราเร็วขึ้น ” ปีเตอร์ บอสซ์ในวัย56ปียืนยัน

    ปัจจุบัน ไค ฮาร์แวตยังได้ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักในทีมชาติเยอรมันไปแล้วด้วย จึงยิ่งทำให้เจ้าตัวกลายเป็นที่หมายปองของหลายต่อหลายทีมในยุโรป แม้ว่าต้นสังกัดจะตั้งราคาขู่ไว้แล้วถึง100ล้านยูโรก็ตาม แต่ก็ยังมีข่าวตามมาว่าทั้งลิเวอร์พูล และแมนยูฯต่างพร้อมจ่ายเงินจำนวนมหาศาลตามที่เลเวอร์คูเซ่นร้องขอเพื่อดึงตัวกองกลางรายนี้ไปร่วมทีม

    สัญญาปัจจุบันของฮาร์แวตจะหมดลงในช่วงกลางปี2022 และมีแนวโน้มสูงที่นักเตะจะยอมต่อสัญญาฉบับใหม่ จึงเชื่อแน่ว่าในช่วงซัมเมอร์นี้เลเวอร์คูเซ่นอาจจำเป็นต้องปล่อยตัวแข้งเนื้อหอมรายนี้ออกไปจากทีม เพราะยิ่งปล่อยนานไป(สัญญาเหลือน้อยลงเรื่อยๆ)ก็จะเป็นทีมห้างขายยาเองที่ยิ่งเป็นฝ่ายเสียเปรียบซะเอง

พรีเมียร์ลีก จะฟันธงแชมป์อย่างไรถ้าเตะนัดที่เหลือไม่ได้แล้ว?

พรีเมียร์ลีก

    หลังจากภัยระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำเอาการแข่งขันพรีเมียร์ลีกต้องสะดุดกันไป แล้วจะประเมินอีกครั้งว่าจะกลับมาแข่งขันต่อหลังวันที่3เมษายนได้หรือไม่ แล้วในระหว่างนี้ตัวแทนจากสโมสรในพรีเมียร์ลีกก็ได้หารือกันเป็นแนวทางไว้ในเบื้องต้นแล้วว่าหากฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษไม่สามารถเตะกันต่อได้แล้ว ก็จะยกแชมป์ให้กับลิเวอร์พูลไปโดยปริยาย

   สมาคมฟุตบอลอังกฤษมีแนวโน้มว่าจะรับรองสถานะแชมป์พรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล2019/20ให้กับลิเวอร์พูลไปเลย หากสถานการณ์เรื่องโรคระบาดยังคงแพร่ระบาดจนไม่สามารถดำเนินการแข่งขันฟุตบอลลีกกันต่อได้ โดยเป็นมติที่หารือกันแล้วจากบรรดาตัวแทนจากทั้ง20ทีมในพรีเมียร์ลีก โดยมีเพียงเวสต์แฮมและอีกไม่กี่ทีมเท่านั้นที่เสนอให้นับการแข่งขันที่ผ่านมาเป็นโมฆะไป แต่ทฤษฎีนี้ก็ต้องเป็นอันตกไปเนื่องจากหากทำเช่นนั้นก็จะเสี่ยงต่อการลงโทษจากทางยูฟ่า เนื่องจากจะทำให้โควต้าลงเตะในสโมสรยุโรปของสโมสรจากอังกฤษพลอยวุ่นวายไปด้วย

หาก พรีเมียร์ลีก กลับมาเตะกันต่อมีไฮไลต์อะไรที่จะเกิดขึ้นบ้าง

     ไก่เดือยทองอาจทวงท็อปโฟร์ :แม้ช่วงหลังสเปอร์สจะกำลังเมาหมัดอย่างหนัก แต่นั่นก็เพราะพวกเค้าขาดสองคีย์แมนอย่างแฮรี่ เคน และซน ฮึง มิน ซึ่งการกลับมาเตะกันต่อก็จะทำให้เส้นตายปิดฤดูกาลถูกเลื่อนออกไป จนอาจทำให้มูรินโญ่ได้นักเตะตัวหลักกลับมาช่วยลุ้นท็อปโฟร์ในช่วงโค้งสุดท้าย

      คู่ดูโด้นรกแตกบรูโน่&ป็อกบา:สาวกอสูรแดงสามารถรอคอยการได้เห็นคู่มิดฟิลด์ในผันอย่างบรูโน่ แฟนันเดซ และปอล ป็อกบาได้ลงสนามพร้อมกัน ซึ่งที่ผ่านมาป็อกบายังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ แต่การดึงเวลาออกไปเช่นนี้อาจทำให้มิดฟิลด์เลือดน้ำหอมเหลือประสานงานร่วมกับบรูโน่มากขึ้น แล้วหลายคนก็เชื่อว่าคู่หูคู่นี้จะทำให้เกมรุกแมนยูฯร้อนแรงขึ้นไปอีกหลายขุม แม้ว่า10นัดที่ผ่านมาแมนยูฯจะยิงทีมคู่แข่งไปอย่างกระเจิงถึง29เม็ดแล้วก็ตาม

       ลิเวอร์พูลจะได้ฉลองแชมป์กับชาวเดอะค็อป: ก่อนหน้าที่เอฟเอจะสั่งหยุดทำการแข่งขันพรีเมียร์ลีก พวกเค้ามีไอเดียว่าจะไม่ให้แฟนบอลเข้ามาชมเกมในสนามสำหรับโปรแกรมการลงเตะที่เหลือ แต่การหยุดลีกรอไว้เช่นนี้ยังพอมีหวังว่าสถานการณ์เมื่อกลับมาทำการแข่งขันกันต่อแล้วการระบาดอาจถูกควบคุมได้แล้วก็เป็นได้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นเกมการแข่งขันพรีเมียร์ลีก็จะมีแฟนบอลกลับมาเต็มสนามเหมือนเดิม แล้วที่สำคัญคือแฟนบอลลิเวอร์พูลก็จะได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการครอบครองแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งประวัติศาสตร์ในปีนี้

เชลซี ไม่สนสตาร์หวังดูดอังเคลโกเมซเด็กละอ่อนผีร่วมก๊วน

เชลซี

    หลังจากที่เชลซีเพิ่งประกาศคว้าแข้งบิ๊กเนมรายแรกอย่างฮาคิม ซิเย็คมาได้ไม่นาน ก็นำพาให้สาวกสิงห์บลูตั้งตารอคอยว่าสตาร์รายต่อไปที่ตามมาจะเป็นใคร เมื่อพวกเค้าเป็นทีมที่เงินเหลือเต็มคลังเพราะซีซั่นนี้ยังแทบไม่ได้ใช้เงินในคลังซื้อใครเข้ามาเลย โดยมีรายนามนักเตะเข้าข่ายอย่างจาดอน ซานโช่(ดอร์ทมุนด์),วิลฟรีด ซาฮาร์(คริสตัล พาเลซ) และฮุสเซ็ม ฮูเออาร์(โอลิมปิค ลียง)

    แต่ก็ดูเหมือนเชลซีภายใต้การทำทีมของแฟรงค์ แลมพาดนั้นดูเหมือนจะเป็นทีมที่เน้นแข้งดาวรุ่งต่อไปแบบยาวๆ เมื่อพวกเค้ากลับหันหลังให้กับสตาร์เบอร์ใหญ่แล้วมุ่งเป้าไปทาบทามอังเคล โกเมสมิดฟิลด์วัย19ปีของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดซะอย่างงั้น ซึ่งเป็นที่น่าตกใจมากเพราะโกเมสเองเพิ่งจะมีเวลาโชว์ผลงานในพรีเมียร์ลีกในปีนี้ไปเพียง19นาทีเท่านั้น จนใครหลายคนสงสัยว่าแลมพาดมั่นอกมั่นใจอะไรขนาดนั้นว่าเด็กปั้นจากรังผีรายนี้จะเข้ามาเติมความแข่งแกร่งให้กับทีมได้

    อังเคล โกเมสถึงจะมีดีกรีเป็นถึงนักเตะทีมชาติอังกฤษชุดอายุไม่เกิน20ปี แต่ทว่าเจ้าตัวก็เพิ่งจะได้รับใช้ทีมชุดใหญ่ของแมนยูฯไปเพียง10นัดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม “ เมโทร ” ชี้นำว่าชนวนเหตุที่เชลซีเข้ามาเกี่ยวข้องกับโกเมสสน่าจะเป็นผลมาจากการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ที่ยุวชนรายนี้ได้บอกปัดค่าเหนื่อย25,000ปอนด์ต่อสัปดาห์อย่างไม่ใยดีนั่นเอง จึงตามมาด้วยข่าวลือว่าโกเมสอาจโยกมาอยู่ฝากสแตนฟอร์ด บริดจ์แทนซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าน่าจะพร้อมจ่ายค่าเหนื่อยที่แรงและแพงกว่าฝั่งแมนยูฯได้แน่นอน

ซูเนสส์เสี้ยมแลมพ์โค้ช เชลซี ดึงโอบลัคเฝ้าเสาแทนเกป้าด้วยอีกราย

     ในขณะเดียวกันแกรม ซูเนสส์อดีตนักเตะดังของลิเวอร์พูลก็ออกมาแนะนำให้เชลซีหานายทวารคนใหม่มาแทนเกป้า อาร์ริซาบาลาก้าด้วย

     “ แฟรงค์(แลมพาด)สนับสนุนเด็กๆในทีมเชลซีเรื่อยมา ฉะนั้นมันชัดเจนมากๆว่าเค้าคิดจะเชื่อใจเกป้าอีกแล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้นโอบลัคก็เหมาะมากๆที่จะมาแทนที่ เค้ามีทั้งความเหนียวหนึบ,ประสบการณ์ และช่วงวัยที่เหมาะสม โอบลัคมีข่าวกับทีมใหญ่ในแทบทุกช่วงเปิดตลาดซื้อขาย นั่นเป็นเครื่องการันตีได้อยู่แล้วว่าเค้าอยู่ในมาตรฐานระดับไหน แล้วทีมอย่างเชลซีก็ไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับเรื่องค่าตัวอยู่แล้ว ถึงแอตเลติโก้จะยืนยันมาตลอดว่าไม่อยากขายก็เถอะ ” อดีตมิดฟิลด์หงส์ในวัย66ร่ายยาว

ซิลแวสต์ ประเดิมอวยซาลิบ้าช่วยเกมรับปืนเหนียวขึ้นได้แน่นอน

ซิลแวสต์

    วิลเลี่ยม ซาลิบากองหลังดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสได้ถูกอาร์เซนอลจับเซ็นสัญญาซื้อขาดไปแล้ว แต่พวกเค้าก็ยังปล่อยให้ซาลิบาอยู่รับใช้แซงต์-เอเตียนทีมเก่ายืมตัวใช้ต่อในปีนี้ แล้วก็คงต้องรอถึงฤดูกาลหน้ากว่าที่จะได้เห็นแนวรับวัย18กะรัตลงสนามในสีเท้อปืนใหญ่

    “ เราจะได้เห้นวิลเลี่ยมที่เอมิเรตส์ในปีหน้า ซึ่งมันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากๆสำหรับผม เพราะเค้าเป็นกองหลังที่โดดเด่นมากในฝรั่งเศส มันเป็นปรากฎการณ์ของลีกเอิง วิลเลี่ยมเพิ่งอายุ18ปี แต่เค้าเล่นได้เหมือนผู้เล่นที่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวไปแล้ว ไม่ใช่แค่ฝีเท้าดี แต่เค้ายังสม่ำเสมออีกด้วย อาร์เซนอลมองการณ์ไกลได้ดีมากที่รับเซ็นสัญญา ในอีก1-2ปีข้างหน้าค่าตัวเค้าจะต้องพุ่งไปไกลกว่านี้แน่ ”

    “ เค้าจะไปได้สวยในพรีเมียร์ลีก มันอาจต้องให้วิลเลี่ยมได้มีเวลาปรับตัวซักเล็กน้อย แต่เค้าจะทำได้แน่ เค้าพิสูจน์ตัวมาแล้วว่าสามารถรับแรงกดดันได้ดี แน่นอนว่าในอังกฤษคุณจะพบแรงกดดันที่มากกว่าลีกเอิงหลายเท่า แต่เค้าอายุยังน้อย และพร้อมจะเรียนรู้ในหลายเรื่อง ผมมั่นใจว่าเค้าจะเป็นเสาหลังให้กับอาร์เซนอลได้อย่างไม่ยาก ” มิเกล ซิลแวสต์อดีตกองหลังทีมปืนโตกล่าวชม

ซิลแวสต์ ยกซาก้ายกระดับการเล่นให้อาร์เซนอลได้เหมาะเจาะ

    มิเกล ซิลแวสต์เคยรับใช้อาร์เซนอลในช่วงปี2008-2010 ยังได้ยกย่องเจ้าหนู บูกาโย่ ซาก้า แบ็คซ้ายจำแลงที่ผลงานได้อย่างน่าประทับใจในช่วงนี้ “ อาร์เซนอลพบวิกฤตในตำแหน่งแบ็คซ้าย แล้วจู่ๆซาก้าก็ถูกดันลงสนาม ในช่วงแรกเค้าก็ยังโดนวิจารณ์อย่างหนัก แต่ดูตอนนี้ซิเค้ากลายเป็นแบ็คซ้ายที่เล่นได้เหนียวแน่นไปแล้ว ”     

   “ มันเป็นตำแหน่งที่ต้องพึ่งพาทั้งพละกำลัง และประสบการณ์ แต่ซาก้าที่อายุเพียง18ปีก็ตอบสนองมันได้ดี เค้ามีวินัยในเกมรับ และโดดเด่นพอสมควร ถ้าพูดตรงๆคือเค้าเล่นนิ่งขึ้นแบบก้าวกระโดดเลย แม้การเล่นฟูลแบ็คจะไม่ใช่ตำแหน่งโดยธรรมชาติของเค้าก็ตาม ซาก้าเล่นได้เหมือนแบ็คสมัยใหม่ที่ต้องโดดเด่นทั้งเกมรุก และเกมรับ ”

   “ เค้ากำลังตักตวงโอกาส เพราะในกรณีทีนักเตะทุกคนฟิตสมบูรณ์ ทั้งเซอัด โคลาซินัส และคีแรน เทียร์นี่จะเป็นสองคนที่ขวางหน้าเค้าโดยตรง ดังนั้นซาก้าต้องแสดงให้เห็นว่าเค้าดีพอ แต่ไม่ยังไงอาร์เซนอลก็ถือว่ากำไรอยู่ดี ” ซิลแวสต์กล่าวยกย่องซาก้า

คาร์ริโก้ ได้ทีสวนเล่นลีกจีนตอนนี้ปลอดเชื้อโควิด-19เหนือยุโรป

คาร์ริโก้

    เมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้ว(20ก.พ.)ดาเนี่ยล คาร์ริโก้เพิ่งจะโดนสื่อสเปนกล่าวโจมตีที่เลือกตัดสินใจย้ายไปเล่นให้กับอูฮั่น ซอลล์สโมสรประจำเมืองอูฮั่น ประเทศจีน อันเป็นเมืองต้นทางของการแพร่ระบาเชื้อโควิด-19 โดยกองหลังวัย31ปีถูกกล่าวหาว่าหน้าเงินที่ยอมเสี่ยงข้ามฝากมาค้าแข้ง ณ ลีกจีนทั้งที่สถานการณ์เรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อร้ายยังคงครุกรุ่น อย่างไรก็ตามผ่านไปเพียงไม่กี่วันเมืองอู่ฮั่นกลับประกาศต่อสาธารณะว่าควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะได้แล้วสวนทางกับภาคพื้นยุโรปที่เพิ่งจะได้รับผลกระทบกันอย่างหนัก จึงสบโอกาสให้คาร์ริโก้ได้เอาคืนทันที

    แม้เวลานี้อดีตกองหลังเซบีญ่าจะยังคงพำนักอยู่ในสเปนแต่คาร์ริโก้ก็ยืนยันว่ากำลังเตรียมตัวเดินทางไปยังเมืองอูฮั่นเพื่อเข้าฝึกซ้อมกับอูฮั่น ซอลล์เสียที “ เราติดตามสถานการณ์ทั้งในจีน และสเปนอยู่ตลอด แต่ตอนนในเมืองจีนถือว่าสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ผมจึงเตรียมตัวที่จะเดินทางไปยังที่นั่น ”

    “ ทางอู่ฮั่น ซอลล์เป็นห่วงความปลอดภัยของเรามาตลอด พวกเค้ายืนยันว่าหากสถานการณ์ ณ เมืองอูฮั่นเรียบร้อยดีเมื่อไหร่ถึงจะเรียกตัวเรากลับไป เราต้องประเมินหลายๆเรื่องในเวลานี้ เพราะการระบาดของโควิด-19นั้นไม่ใช่เรื่องปกติ แล้วก็ไม่มีใครรู้จักมาก่อน แต่เวลานี้ในเมืองจีนควบคุมการแพร่เชื้อได้แล้ว สวนทางกับทางยุโรป ” คาร์ริโก้กล่าวอย่างน่าสนใจ

คาร์ริโก้ เผยเลือกย้ายเล่นลีกมังกรเพราะต้องการความท้าทายใหม่ๆ

    ดาเนี่ยล คาร์ริโก้เพิ่งจะตัดสินใจอำลาเซบีญ่าหลังจากค้าแข้งด้วยกันมาถึง7ปี โดยอดีตปราการหลังทีมชาติโปรตุเกสได้ยืนยันว่าการย้ายทีมครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพราะเรื่องการเงินเหมือนที่เป็นข่าว “ มีนักเตะมากมายย้ายไปที่นั่น(ลีกจีน)ใช่หลายต่อหลายคนได้ค่าเหนื่อยมหาศาล แต่มันไม่ยุติธรรมที่จะบอกว่าพวกเค้าเอาแค่คิดเรื่องเงิน ”

   “ อันที่จริงแล้วผมได้รับข้อเสนอตั้งแต่เดือนมกราคมแล้ว แต่มันยังเรื่องของการแพร่ระบาดเชื้อร้าย มันทำให้ผมต้องทบทวนให้ดี แต่เมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ข้อมูลหลายอย่างค่อยๆชัดเจนขึ้น มันจึงทำผมตัดสินใจตอบตกลง ”

    “ ผมค้าแข้งในสเปนมาหลายปีแล้ว ดังนั้นการได้เล่นในลีกฟุตบอลที่แตกต่างออกไปย่อมเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ บางคนบอกว่านักเตะดีๆจะไม่มีทางยอมตกลงไปเล่นยังไชนีส ซุปเปอร์ลีก มันเป็นคำกล่าวอ้างที่เหลวไหล ฟุตบอลคือฟุตบอล ถ้าเราใช้ตรรกะแบบนั้นก็จะไม่มีทางที่นักเตะดีๆย้ายทีมมาเล่นสเปนเหมือนกันนั่นแหล่ะ ” คาร์ริโก้ตัดพ้อ

ฮาร์กรีฟส์ แนะผียังต้องเสริมอีกหลายจุดหากหวังทวงแชมป์ลีก

ฮาร์กรีฟส์

    ด้วยผลงานช่วงหลังของปีศาจแดงที่เริ่มกลับมาร้อนแรงอีกหลัง ด้วยการไม่แพ้ใครเลยนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ปี2020 จนทำให้พลพรรคเรดอาร์มี่จำนวนไม่น้อยเริ่มพูดถึงโอกาสกลับมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้าเสียแล้ว จนโอเว่น ฮาร์กรีกส์อดีตมิดฟิลด์ผีแดงต้องออกปรามว่าโซลชายังต้องเสริมทัพอีกหลายตำแหน่งหากต้องการเบียดแย่งแชมป์กับลิเวอร์พูล และแมนซิตี้

    “ ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องแชมป์ เพราะทั้งลิเวอร์พูล และแมนซิตี้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเค้าไม่ได้มีดีแค่นักเตะ11ตัวจริงเท่านั้น แต่ที่ข้างสนามพวกเค้าก็ยังมีผู้เล่นระดับคุณภาพที่พร้อมจะลงมาเปลี่ยนเกมอีกเพียบ ในทางกลับกันผมคิดว่ายูไนเต็ดกำลังเข้าใกล้การเจอ11ผู้เล่นตัวจริงที่ใช่เท่านั้น ซึ่งเรายังไม่ได้คิดถึงวันหนึ่งที่บรูโน่ หรือแฮรี่ แม็คไกวร์ได้รับบาดเจ็บหรือติดโทษแบน แล้วใครมาแทนที่พวกเค้า ”

     “ ผมเข้าใจปฏิกิริยาของแฟนบอล พวกเค้าอดทนกับช่วงเวลายากลำบากของสโมสรมาพักใหญ่ เมื่อวันนี้ยูไนเต็ดเริ่มมีสัญญาณที่ดีพวกเค้าจึงดีใจกันมากเกินไปหน่อยเท่านั้นเอง ผมมั่นใจว่าสโมสรที่ความมุ่งหมายที่จะทำให้ได้ตามนั้น แต่มันแปลว่ายูไนเต็ดจะต้องเสริมทัพเพิ่มอีกหลายตำแหน่งในช่วงซัมเมอร์นี้ ” ฮาร์กรีกส์ชี้แจง 

แมนยูควรหาแข้งใหม่อีกสามตำแหน่งตามทัศนะของ ฮาร์กรีฟส์

    “ ผมเชื่อว่าป็อกบา กับบรูโน่จะทำให้เกมรุกเราไหลลื่นขึ้นแต่ถึงอย่างนั้นทีมก็ยังต้องมิดฟิลด์ตัวรับที่จะเป็นผึ้งงานอีกซักคน ผมมองว่ายูไนเต็ดควรมองผู้เล่นในสไตล์ของวิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ของเลสเตอร์เข้ามาช่วย มันจะทำให้สมดุลของทีมเพิ่มมากขึ้น ”

    “ โซลชาควรหาผู้เล่นริมเส้นเพิ่มด้วย แม้เราจะมี ดาเนียล เจมส์ที่ทำได้ดีมากๆอยู่แล้ว แต่ผมกำลังพูดถึงนักเตะที่จะมีชื่อทำประตู และแอสซิสต์ในทุกๆนัดที่ลงสนาม ผู้เล่นในแบบของจาดอน ซานโช่ ถ้าเราได้มาเพิ่มรับรองว่าเกมรุกของทีมจะต้องยิ่งไหลลื่นแน่นอน ”

     “ ส่วนแนวรับเรายังขาดเซนเตอร์ฮาล์ฟที่จะยืนฝั่งซ้ายในแท็กติกแบบกองหลังสามคน เรามีแฮรี่ แม็คไกวร์,วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และเอริค ไบญี่ แน่นอนทุกคนทำได้ดีก็ยังไม่ใช่สต็อปเปอร์ฝั่งซ้ายโดยธรรมชาติ บางทีแยนต์ แฟร์ตองเก้นก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่ใช่ก็ได้ เค้ามีประสบการณ์สูงแถมกำลังจะหมดสัญญากับสเปอร์สอีกต่างหาก ” อดีตกองกลางชุดแชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่น2007/08ออกปากแนะนำ

เคล็บ อดีตแข้งจอมทำปืนใหญ่ตัดสินใจอำลาสนามแล้วด้วยวัย38ปี

เคล็บ

    อเล็กซานเดอร์ เคล็บอดีตเพลเมกเกอร์คนเก่งของอาร์เซนอลยืนยันกับนักข่าวในบ้านเกิดว่าจะตัดสินยุติบทบาทการเป็นนักฟุตบอลหลังจบฤดูกาลนี้ โดยอ้างเหตุผลเรื่องสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมสำหรับการลงเล่นอย่างต่อเนื่องอีกแล้ว

    ในขณะที่ฟุตบอลลีกของเบลารุสกำลังจะเปิดฤดูกาล2020 แต่ทว่าอเล็กซานเดอร์ เคล็บก็ประกาศเลิกเล่นเสียก่อน นั่นเท่ากับว่า มิดฟิลด์วัย38ปีได้แขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการกับสโมสรอิสลอช มีนสกี้ รายอนในลีกเบลารุส “ หลังจบฤดูกาลที่แล้ว ผมทบทวนในหลายเรื่อง ทั้งสภาพร่างกาย และทางเลือกอื่นๆ ในที่สุดผมก็ตัดสินใจเลิกเล่น มันสะเทือนใจไม่น้อยที่ต้องหันหลังให้กับสิ่งที่ผมรักมากที่สุดอย่างฟุตบอล ถึงอย่างไรผมก็จะยังไม่ห่างหายไปจากเกมกีฬาประเภทนี้ แม้หลังจากนี้ผมจะถอยไปเป็นแฟนบอลคนหนึ่งก็ตาม ”

    อเล็กซานเดอร์ เคล็บ มีดีกรีเป็นถึงผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำชาติเบลารุส6สมัย ทั้งยังเคยค้าแข้งกับทีมชั้นนำอย่าง สตุทการ์ต,อาร์เซนอล,บาเซโลน่า และโวล์ฟสบวร์กมาแล้ว โดยจุดสูงสุดในอาชีพค้าแข้งของเจ้าตัวคือการเป็นหนึ่งในตัวชูโรงของทีมปืนใหญ่เคียงข้างกับเธียรี่ อองรี,เชส ฟราเบรกาส,เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ และมาติยอ ฟลามินี่ในช่วงปี2005-2008 โดยในเวลานั้นเคล็บถูกยกให้เป็นมิดฟิลด์เชิงสูง ที่เลี้ยงบอลเชื่องเท้า และจ่ายบอลแม่นยำเป็นอันดับต้นๆของยุโรปเลยทีเดียว

นิยามความยอดเยี่ยมของอเล็กซานเดอร์ เคล็บ จากคนรอบข้าง

    “ ผมเพิ่งจะได้ขึ้นมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่ไม่นานหรอกตอนที่เจอเคล็บครั้งแรก เมื่อเค้ามีบอลกับตัว เคล็บสามารถทำทุกอย่างที่ต้องการได้หมด นั่นคือสิ่งที่ผมคิดในช่วงนั้น น่าเสียดายที่นับตั้งแต่ย้ายออกไปจากอาร์เซนอล พวกเราก็ไม่เคยได้เห็นสิ่งดีๆแบบนี้จากเคล็บอีกเลย ” วอยเซียค เชสนีย์นายทวารรุ่นน้องในทีมอาร์เซนอลกล่าวถึงเคล็บ

     “ อเล็กซานเดอร์ เคล็บคือมิดฟิลด์ตัวรุกชั้นยอด เค้ามาจากประเทศเล็กๆอย่างเบลารุสแต่ก็สามารถแจ้งเกิดในลีกเยอรมันได้อย่างน่าชื่นชม แม้แต่การย้ายมาเล่นในลีกที่แตกต่างอย่างพรีเมียร์ลีกเค้าก็ยังปรับตัวได้อย่างยอดเยี่ยม ” อาร์แซน เวนเกอร์กล่าวถึงเคล็บสมัยที่เคยร่วมงานกัน

     “ อเล็กซานเดอร์ เคล็บถือตัวเลือกที่น่าสนใจ เค้าแสดงให้เห็นว่าเป็นกองกลางตัวรุกระดับแถวหน้าของยุโรป เค้าทำผลงานกับอาร์เซนอลได้ดีมากๆ เรามีความคิดที่จะเซ็นสัญญากับเค้าเหมือนกันแต่คงยังไม่ใช่ในเร็วๆนี้ ” คาร์ล ไฮน์ รุมเมนิเก้ ประธานบริการของบาเยิร์น มิวนิคเคยกล่าวไว้ในปี2008(ก่อนเคล็บย้ายไปบาเซโลน่า)

บาซ่า ยอมเฉือนเนื้อยื่นโปรโมชั่นซื้อขาดคูตินโญ่แบบขาดทุนยับ

บาซ่า

    หลังจากสงวนท่าทีเกี่ยวกับฟิลิปเป้ คูตินโญ่มานาน ในที่สุดบาเซโลน่าก็อดรนทันไม่ไหว ยอมลดค่าตัวซื้อขาดให้กับบาเยิร์นมิวนิคถึงเกือบ40ล้านยูโรเลยทีเดียว

     ก่อนหน้านี้คาร์ล ไฮน์ รุมเมริเก้หนึ่งในทีมบริหารของเสือใต้ได้เคยพาดพิงว่าพวกเค้ายังไม่ติดตัดสินใจเรื่องซื้อขาดคูตินโญ่เลย ซึ่งข้อความนี้คงไปเข้าหูคนใหญ่คนโตในถิ่นคัมป์ นูโดยตรงจนทำให้บาซ่าต้องรีบแจ้นมาขอถกกับบาเยิร์นมิวนิคว่าพร้อมจะขายจอมทัพแซมบ้าให้ในราคาใหม่ที่80ล้านยูโรเท่านั้น ทั้งที่ก่อนนี้พวกเค้าใส่เงื่อนไขซื้อขาดมาในสัญญาสูงถึง120ล้านยูโร ซึ่งยังแปลว่าทีมเจ้าบุญทุ่มจะยอมขาดทุนหนักกว่า100ยูโรเลยทีเดียว เนื่องจากพวกเค้าซื้อตัวคูตี้มาจากลิเวอร์พูลด้วยราคาสูงถึง180ล้านยูโรนั่นเอง

    เชื่อว่าที่บาเซโลน่าต้องรีบเดินหน้าปล่อยตัวคูตินโญ่ในครั้งนี้น่าจะเป็นผลมาจาก พวกเค้ากำลังต้องการระดมทุนครั้งใหญ่เพื่อจะออกล่าตัวเนย์มาร์ให้กลับมาช่วยล่าตาข่ายให้ทีมอีกครั้งนั่นเอง และเชื่อปารีส แซงต์ แชร์กแมงจะไม่ยอมเปิดโต๊ะเจรจาด้วยแน่หาไม่ได้ค่าตัวที่มากกว่า275ล้านยูโรขึ้นไป

สื่อแฉ บาซ่า เคยเสนอคูตี้กลับหงส์ก่อนแล้ว90ล้านยูโรแต่โดนปัด

   แม้จะยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าดีลนี้เสือใต้จะเล่นด้วยหรือไม่ แต่สื่อสเปนอย่าง “ มุนโด้ เดปอติโว่ ” ก็ออกมาเปิดเผยว่าอันที่จริงบาเซโลน่าได้พยายามติดต่อขายคืนคูตี้ให้กับลิเวอร์พูลก่อนแล้วที่สนนราคา90ล้านยูโรแต่ก็โดนว่าที่แชมป์พรีเมียร์เชิดใส่

   รายงานระบุว่าบาเซโลน่าอ่านเกมออกนานแล้วว่าบาเยิร์น มิวนิคคงไม่ยอมซื้อขาดจอมทัพแซมบ้าด้วยสนนราคา120ล้านยูโรตามเงื่อนไขในสัญญาแน่ จึงได้แอบย่องไปหยั่งเชิงกับต้นสังกัดเดิมของนักเตะถึงโอกาสที่จะดึงคูตินโญ่กลับไปตั้งแต่ช่วงก่อนปีใหม่(2020)แต่ทว่าในช่วงนั้นเจอร์เกน คล็อปป์เพิ่งจะได้ตัวทาคูมิ มินามิโนะที่เล่นในตำแหน่งทับกับคูตี้โดยตรง จึงทำให้หงส์แดงปฏิเสธโอกาสนี้กลับไป

    นับตั้งแต่เลือกย้ายแบบยืมตัวมาคูตินโญ่ก็มีสถานะเป็นผู้เล่นตัวหลักของบาเยิร์น มิวนิคมาโดยตลอด และแม้ว่าจะช่วยให้ทีมอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูงบุนเดสลีก้าอยู่ในเวลานี้ แต่ด้วยผลงานยิงเพียง9ประตูกับ8แอสซิสต์จากการลงเล่น32เกม(จริงๆก็ไม่ได้แย่แต่เสือใต้อ้างว่าตอนอยู่หงส์เทพกว่านี้)ก็ไม่ยั่วยวนใจพอที่จะทำให้ยอดทีมเมืองเบียร์ยอมเรียกคุยเรื่องการเซ็นสัญญาถาวรได้

มาติเนลี่ เผยเลือกซบปืนเพราะเข้ามาเจรจาแบบจริงจังและจริงใจ

มาติเนลี่

    ถ้าจะพูดถึงนักเตะใหม่ของอาร์เซนอลที่แจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวในซีซั่นนี้ก็คงจะหนีไม่พ้น กาเบียล มาติเนลี่อย่างแน่นอน เพราะเจ้าหนูวัย18กะรัตรายนี้เพิ่งจะย้ายมาเพียง6เดือนเศษ แต่ทว่ากลับยิงประตูให้ไอ้ปืนใหญ่ไปแล้วถึง10ประตูรวมทุกรายการ จนทำให้ทีมบิ๊กเนมทั่วยุโรปต่างกำลังอิจฉาอาร์เซนอลเป็นการใหญ่ที่ได้เพชรเม็ดงามมาประดับทีมด้วยค่าใช้จ่ายเพียง5.6ล้านปอนด์เท่านั้น โดยตัวมาติเนลี่ได้ออกมาเปิดเผยว่าการตัดสินใจร่วมทีมปืนใหญ่นั้นเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับตนเองเฃ่นกัน

    “ มีข่าวลือจากทีมนั้นทีมนี้มากมาย แต่เป็นอาร์เซนอลที่เข้ามาติดต่อผมอย่างจริงจัง เอดูบอกเล่าถึงแผนการต่างๆที่อาร์เซนอลวางไว้ พร้อมกับยืนยันว่าผมสามารถเติมเต็มสิ่งดีๆให้ทีมได้ คำพูดที่จริงใจ และการเข้ามาเจรจาอย่างจริงจังทำให้ผมซึ้งใจอย่างมาก ผมรู้ได้ทันทีว่านี่คือโอกาสที่พระเจ้าประทานให้ผม แล้วผมก็ตอบตกลง ”

    “ ไม่มีการคิดเผื่อข้อเสนออื่นๆ ผมเจอสิ่งที่หัวใจปรารถนาแล้ว มันไม่ต้องมีทบทวนอะไรทั้งนั้น คนครอบครัวต่างวาดฝันว่าผมจะได้มาค้าแข้งในยุโรปเข้าซักวัน แล้วอาร์เซนอลก็เป็นทีมใหญ่เสียด้วย ”  เจ้าของเสื้อหมายเลข35ของทีมปืนโตกล่าวอย่างมั่นใจ

รีลมาดริดพร้อมใช้เงินฟาดหัว52ล้านปอนด์รับ มาติเนลี่ ไปใช้งานต่อ

    ทว่าการทำผลงานได้โดดเด่นเกินวัยของกาเบียล มาติเนลี่ก็กลับกลายเป็นผลร้ายต่ออาร์เซนอลได้เช่นกัน เมื่อมีข่าวมาแรงจากสเปนว่ารีล มาดริดพร้อมจะอัดเงินถึง52ล้านปอนด์เพื่อขอซื้อต่อกองหน้าชาวแซมบ้าไปใช้งาน

    รับแต่รีล มาดริดปล่อยตัวคริสเตียโน่ โรนัลโด้ออกไปประสิทธิภาพในเกมรุกของพวกเค้าก็ไม่เคยกลับมาแข็งแกร่งดังเดิมได้อีกเลย แถมแกเร็ธ เบลสตาร์ที่เหลืออยู่ก็ดันมาฟอร์มตกไปเสียอีก จึงทำให้ซีนาดีน ซีดานกุนซือใหญ่ต้องการผู้เล่นใหม่เข้ามาเติมความคึกคักในเกมรุก และมาติเนลี่ก็มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับราชันย์ชุดขาวอย่างครบถ้วน แล้วการอัดเงินค่าตัวให้ทีมปืนใหญ่ถึง10เท่าก็น่าจะทำให้อาร์เซนอลยอมปล่อยตัวอยู่ไม่น้อย

   เดิมทีรีล มาดริดตั้งใจจะใช้การแลกตัวกับดานี่ เซบายอสที่อยู่ระหว่างสัญญายืมตัวเพื่อหว่านล้อมให้ทีมปืนใหญ่ยอมเจรจาด้วย แต่ทว่านับแต่มิเกล อาร์เตต้าเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมคนใหม่เซบายอสก็แทบไม่ได้รับโอกาสลงสนามอีกเลย จึงทำให้แผนนี้ที่วางไว้มีอันต้องถูกปัดตกไป