เบนเซม่า สถิติยิงประตูชุดขาวใกล้ทาบปุสกัสหลังยิงใส่เออิบาร์

เบนเซม่า

     ด้วยการที่ได้รับความไว้วางใจให้ลงเล่นกับรีล มาดริดมาอย่างต่อเนื่องก็ทำให้คาริม เบนเซม่าค่อยๆสะสมสกอร์มากขึ้นๆ และเวลานี้ดาวยิงเฟรนช์แมนกำลังไล่สะสมประตูเทียบชั้นกับเฟเรนช์ ปุสกัสดาวยิงชาวฮังกาเรียนที่มีดีกรีเป็นดาวยิงสูงสุดอันดับที่หกของราชันย์ชุดขาวที่ยิงประตูสูงสุดในลีกกระทิงเป็นที่เรียบร้อย

     คาริม เบนเซม่าเพิ่งใส่สกอร์ชื่อทำประตูไปอีกสองเม็ดในเกมกับรีล มาดริดบุกไปอัดเออิบาร์4-0 หนุนนำให้ประตูรวมที่เค้ายิงได้ในลาลีก้าขึ้นไปแตะ157ประตูแซงหน้าปุสกัสที่ยิงได้รวม156ประตูไปอย่างฉิวเฉียด แม้จะว่ายิงรวมมากกว่าเพียงเม็ดเดียวแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เบนเซม่าทะยานแซงขึ้นไปเป็นดาวยิงสูงสุดของทัพราชันย์(นับเฉพาะประตูรวมในลาลีก้า)อันดับที่6แทนที่โดยดุษฎี

     ทั้งยังมีความเป็นไปได้ที่เบนเซม่าจะไล่แซงดาวยิงอันดับห้าอย่างฮูโก้ ซานเชสที่ยิงรวมกัน164ประตูในอีกไม่ช้าไม่นาน นอกจากยิงยังมีดาวยิงระดับตำนานอีกสี่คนที่นำหน้าอยู่ได้แก่ โรนัลโด้ยิงไป311ประตู,ราอูล กอนซาเลส228ประตู,อัลเฟโด้ ดิ สเตฟาโน่ยิงไป216ประตู และซานตียาน่ายิงไป186ประตู

ซีดานไม่สน เบนเซม่า ยืนยันอยากได้เอ็มปั๊ปเป้เติมกระสุนให้ราชันย์

      ในขณะที่เบนเซม่ากำลังขวยขวายอยากลงเล่นเพื่อยิงประตูเพิ่มเรื่อยๆ แต่ทว่าเจ้านายอย่างซีนาดีน ซีดานกลับดูจะไม่สนใจกับการสะสมสกอร์ของลูกทีมรายนี้เลย เมื่อเทรนเนอร์หัวไข่ดาวยังคงทำสงครามประสาทกับปารีส แซงต์ แชร์กแมงต่อไปเพื่อหวังปั่นให้คีลิยัน เอ็มปั๊ปเป้ยอมตกลงมาล่าตาข่ายให้จงได้

       คีลิยัน เอ็มปั๊ปเป้กลายเป็นนักเตะความหวังใหม่ของวงการลูกน้ำแดนน้ำหอมเมื่อเจ้าตัวพาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเมื่อปีก่อนด้วยวัยเพียง19ปีเท่านั้น ซึ่งทำให้ต้นสังกัดอย่างเปเอสเชหวงแหนดาวยิงรายนี้เป็นอย่างมากจนออกมาตำหนิซีดานก่อนหน้าแล้วว่าการออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับนักเตะที่ไม่ใช่ของตนเองเป็นเรื่องที่ไม่สมควรในวงการฟุตบอล ทว่าซีดานกลับไม่แยแสแต่ยืนยันที่จะประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าวต่อไป

     “ เอ็มปั๊ปเป้เคยพูดไว้เองว่าเค้าปรารถนาจะสวมเสื้อชุดขาว(รีล มาดริด)ในซักวัน ผมก็แค่พูดถึงข้อความนั้น ผมไม่สนใจว่าใครจะไม่แฮปปี้กับมัน(เลโอนาโด้ ผอ.กีฬาของเปเอสเช)มันไม่ใช่เรื่องการไม่เคารพต่อใคร ผมแค่ขยายความจากคำพูดที่นักเตะได้เคยพูดไว้ มันจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่คุณจะได้ยินมันแน่ ผมจะพูดถึงมันอีกเรื่อยๆแน่นอน ” ซีดานพูดประชดเปเอสเช

อูไน แถลงเองชาก้าถูกถอดจากสถานะกัปตันปืนใหญ่เป็นที่เรียบร้อย

อูไน

    หลังจากสร้างเรื่องงามหน้าด้วยการยั่วยุและแจกกล้วยให้แฟนบอลเดอะกันเนอร์ ล่าสุดตัวต้นเหตุอย่างกรานิต ชาก้าก็ได้ถูกอาร์เซนอลริบปลอกแขนกัปตันทีมคืนเป็นที่เรียบร้อย โดยอูไน เอเมรี่ใช้เวลาทบทวนตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาจนได้ตัดสินใจลดบทบาทของดาวเตะทีมชาติสวิตลงเพื่อผลดีต่อทั้งสโมสรและแฟนบอล พร้อมกันนั้นยังได้ส่งมอบปลอกแขนไปให้กับปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองอีกด้วย

    ว่ากันว่าเทรนเนอร์ชาวสเปนที่คอยให้ท้ายชาก้ามาตลอดก็สุดจะทนกับพฤติกรรมอันไร้ความเป็นมืออาชีพในครั้งนี้ เมื่อเจ้าตัวไม่ได้ออกมาขอโทษแฟนบอลอย่างจริงใจแต่กลับออกมาชี้แจงเพิ่มเติมว่าโดนแฟนบอลด่าทอเสียๆหายๆจนเกินจะรับได้ จนนำไปสู่การถอดออกจากตำแหน่งกัปตันในที่สุด “ เค้า(ชาก้า)ยังคงเป็นนักเตะของเรา แต่ผมยังคิดจะพักเค้าจากเกมการแข่งขันอีกซักพัก และผมได้แจ้งเป็นการส่วนตัวแล้วว่าเค้าจะไม่ใช่กัปตันทีมของอาร์เซนอลอีกต่อไป และชาก้าก็เข้าใจเป็นอย่างดี ตอนนี้เราจัดการสถานการณ์วุ่นวายได้แล้ว ทุกอย่างจบลงตรงนี้และหน้าที่ของเราคือกลับมาเก็บชัยชนะให้ได้อีกครั้ง ” อูไน เอเมรี่ชี้แจงถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทีม

อูไน รู้ตัวเมื่อสายสื่อคาดอีกไม่เกินเดือนโดนตะเพิดกลับสเปน

     แม้ว่าอูไน เอเมรี่จะเริ่มหูตาสว่างมากขึ้นจากการที่พักกรานิต ชาก้าไว้ข้างสนามรวมไปถึงหันกลับมาใช้งานเมซุต โอซิล และลูคัส ตอเรร่า ทว่าผลงานของอาร์เซนอลก็ยังคงไม่เข้าเป้าเมื่อทำได้แค่เสมอวูล์ฟแฮมตันในแม็ตซ์ล่าสุด โดยนักวิเคราะห์แดนผู้ดีต่างลงความเห็นว่ากุนซือชาวสเปนตัดสินใจเปลี่ยนแปลงเมื่อทุกอย่างเหมือนจะสายไปเสียแล้ว และความปั่นป่วนของทีมปืนใหญ่ในเวลานี้ก็ดูเหมือนจะเกินกำลังที่เอเมรี่จะเยียวยาเมื่อเกมรับที่อ่อนยุ่ยก็ยังคงเหมือนเดิมในขณะที่เกมรุกที่เคยดีก็ชักจะฝืดตามไปอีกเช่นกัน

      ข่าววงในยังระบุอีกว่าบอร์ดบริหารของทีมปืนใหญ่ได้เตรียมแผนการเฉือดทิ้งเอเมรี่ไว้แล้ว รอเพียงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น เนื่องจากเทรนเนอร์ชาวสเปนไม่สามารถบริหารจัดการสโมสรได้เลยแม้แต่นิดเดียว ไล่เรียงตั้งแต่การปล่อยให้กัปตันทีมไปแสดงอาการหัวร้อนใส่แฟนบอล,การเลือกใช้นักเตะอย่างผิดที่ผิดทาง(ตัวดีๆจับพักแถมตัวหลักๆก็มีแต่ฟอร์มห่วยๆ) รวมไปถึงผลงานในสนามที่ต้องบอกเลยว่าอาร์เซนอลกำลังสูญเสียความมั่นใจอย่างหนักเนื่องจากผลงานในพรีเมียร์ลีกสามเกมหลังสุดพวกเค้าไม่ชนะใครเลยและเก็บได้เพียงสองคะแนน

โมนาโก เดิมพันสุดคุ้มกับผลงาน9ประตูของวิสลามเบนเยดแดร์

โมนาโก

   เมื่อช่วงต้นซีซั่นโมนาโกนั้นตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก พวกเค้าไม่ชนะใครเลยในช่วงแรก ชนิดที่ทำให้เก้าอี้ของเลโอนาโด้ ยาดิมพลอยร้อนไปด้วยเลยทีเดียว ทว่าสุดท้ายแล้วโมนาโกได้ตัดสินใจทุ่มเงินกว่า40ล้านยูโรเพื่อดึงวิสลาม เบน เยดแดร์มาจากเซบีญ่า ซึ่งการมาของดาวยิงชาวฝรั่งเศสก็เป็นการคืนความสุขให้กับแฟนบอลโมนาโกอย่างแท้จริงเมื่อเบน เยดแดร์ซัดไป9ประตูจากการลงสนาม9นัดนำพาสโมสรกลับมาลุ้นติดท๊อปโฟว์ได้อย่างทันใจ

   ไม่น่าแปลกใจเลยซักนิดที่วิสลาม เบน เยดแดร์จะยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำในลีกเอิง เพราะก่อนหน้านี้เค้าก็ยิงได้ถึง70ประตูตลอดสามซีซั่นในลาลีก้า ชนิดที่เรียกว่ามีดีกรีเป็นถึงเป้าหมายที่แมนเชสเตอร์ยูในเต็ดเคยหมายปองมาเลยทีเดียว แต่ทว่าในที่สุดเจ้าตัวก็เลือกที่จะมาสวมเสื้อหมายเลข9กับโมนาโก แล้วก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจอีกต่างหาก จนตอนนี้อาจมีลุ้นไปถึงการติดทัพไปเตะยูโร2020ที่โปรตุเกสเลยด้วยซ้ำไป นี่เป็นเครดิตที่เราต้องยกให้กับเลโอนาโด้ ยาดิมเทรนเนอร์จอมเก๋าของโมนาโกด้วยที่มีสายตาอันกว้างไกลที่สามารถดึงตัวสตาร์รายนี้กลับมาช่วยกู้วิกฤตได้อย่างเห็นผล

เบนเยดแดร์รับเสียงเชียร์จากแฟนบอล โมนาโก คือพลังที่พาทีมกลับมาได้

    ณ ตอนนี้โมนาโกมี15คะแนนห่างจากแร็งส์ทีมอันดับ4อยู่เพียง3แต้มซึ่งนั่นทำให้โมนาโกมีความหวังที่จะกลับมาทวงพื้นที่ยุโรปอีกครั้ง “ ทีมของเราเริ่มเล่นกันได้อย่างมั่นใจนั่นทำให้เราได้ผลการแข่งขันที่ดีต่อเนื่อง เราทุกคนต่างมีความสุขไปกับมัน และถ้าไม่มีแรงหนุนจากแฟนบอลเราคงไม่อาจมาถึงจุดนี้ เราเริ่มซีซั่นกันได้ไม่ดีนัก มันทำให้หลายอย่างเป็นเรื่องยากก่อนหน้านี้ และเราต้องพยายามกันอย่างหนักที่จะกลับมาสู่ทางสายนี้(ทำอันดับไปเล่นถ้วยยุโรป) เราจะไม่หยุดแค่นี้เรา(นักเตะและแฟนบอลโมนาโก)จะเก็บชัยชนะให้ได้มากที่สุด ”

     ในขณะเพื่อนร่วมทีมรายอื่นๆก็ได้ทยอยออกมาขอบคุณแฟนบอลเช่นกันที่ “ มันเป็นภาพที่น่าประทับใจที่เราได้ฉลองชัยชนะไปกับแฟนๆ ฤดูกาลยังมียาวไกลผมหวังว่าแฟนบอลจะให้กำลังใจนักเตะต่อไปอีกนานๆ ” อิสลาม สลิมานี่คู่หูในแดนหน้าของเบน เยดแดร์กล่าวเสริม ส่วนเชส ฟราเบรกาสก็ได้กล่าวถึงแฟนบอลเช่นกัน “ เสียเชียร์คือพลังที่ทำให้เรากลับมาเก็บชัยชนะได้บ่อยขึ้น ความมั่นใจของเราค่อยๆเพิ่มพูน แต่เราต้องไม่เหลิง โมนาโกไม่ต้องไปกดดันตัวเอง เราเพียงเอาชนะกันไปแบบเกมต่อเกมเราก็จะบรรลุเป้าหมายได้อย่างแน่นอน ”

ดอร์ทมุนด์ โต้ขาเก้าอี้ฟาฟร์ยังแน่นไม่มีแพลนหาใครแทนที่

ดอร์ทมุนด์

    โบรุทเซียร์ ดอร์ทมุนด์เปิดซีซั่น2019/20ได้อย่างน่าประทับใจด้วยการปรายปราบเสือใต้คว้าแชมป์เยอรมันซุปเปอร์คัพ จากนั้นก็นำเป็นผู้นำหัวตารางบุนเดสลีก้าอยู่พักใหญ่ก่อนจะค่อยๆแผ่วปลายจนกระทั่งหล่นมาอยู่อันดับ4ของตารางบุนเดสลีก้า ในขณะที่ผลงานในรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกก็ไม่สู้ดีนักเมื่อบุกไปพ่ายอินเตอร์มิลานมาหมาดๆจนทำให้ข่าวการปรับเปลี่ยนบทบาทผู้จัดการทีมของทัพเสือเหลืองเริ่มถูกพาดหัวมากขึ้นเรื่อยๆ ร้อนให้ผู้อำนวยการกีฬาอย่าง มิเชล ซอร์คต้องออกโรงมาให้ข่าวด้วยตัวเอง

    โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาบอร์ดบริหารเสือเหลืองก็เพิ่งจะต่อสัญญาให้ฟาฟร์ได้คุมทีมไปจนถึงปี2021 นำพาผอ.กีฬาคนดังของโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ต้องออกมายืนยันด้วยตัวเองว่ายังคงมีความมั่นใจในฝีไม้ลายมือของลูเซียง ฟาฟร์ไม่เปลี่ยนแปลง “ ซีซั่นนี้เพิ่งจะเริ่มพวกเราเพิ่งแพ้ในลีกไปเกมเดียวเอง มันเหลวไหลสิ้นดีที่บอกว่าเรา(ดอร์ทมุนด์)กำลังเจรจากับมูรินโญ่ ผมบอกตรงนี้เลยว่าดอร์ทมุนด์จะสนับสนุนลูเซียง ฟาฟร์ต่อไป แล้วก็จะไม่มีการเจรจากับผู้จัดการทีมหน้าไหนทั้งนั้น ”

ลูเซียงฟาฟร์สถิติยังเจ๋งแม้ ดอร์ทมุนด์ ฟอร์มยังไม่ร้อนในยามนี้

    โดยลูเซียง ฟาฟร์แม้ว่ายังไม่เคยพาทีมโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์บุนเดสลีก้ามาก่อน ทว่าในแง่ของสถิติแล้วฟาฟร์ถือว่ามีค่าเฉลี่ยนในการทำแต้มให้เสือเหลืองมากกว่ากุนซือคนก่อนอย่างโธมัส ทูเคิลเสียอีก(ทูเคิลมีค่าเฉลี่ยคุมทีมเก็บแต้มได้ที่2.09ต่อการลงสนามหนึ่งเกม ในขณะที่ฟาฟร์มีค่าเฉลี่ยเกมละ2.24ต่อเกม)ซึ่งทำให้บอร์ดบริหารยังคงเชื่อมั่นว่าในระยะยาวแล้วเสือเหลืองจะกลับมาบดลุ้มแชมป์บุนเดสลีก้าได้อย่างแน่นอน หลังจากที่ซีซั่นที่แล้วฟาฟร์ผู้นี้นี่เองที่พาทีมได้ลุ้นแชมป์ลีกไปกระทั่งถึงเกมสุดท้ายของฤดูกาล(แม้สุดท้ายบาเยิร์น มิวนิคจะปาดหน้าคว้าแชมป์ลีกเยอรมันไปก็ตาม)

    โดยในเวลานี้โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์แม้จะรั้งอันดับ4ของตารางลีกเมืองเบียร์ แต่ทว่าถ้าเทียบในด้านคะแนนแล้วพวกเค้ามีแต้มตามหลังจ่าฝูงอย่างโบรุทเซีย มึนเช่นกลัดบัคเพียงคะแนนเดียวเท่านั้น เท่ากับพวกเค้ายังมีโอกาสที่จะพลิกกลับมาทวงตำแหน่งจ่าฝูงได้อย่างสบาย เพราะคู่แข่งตัวฉกาจอย่างบาเยิร์น มิวนิคเองซีซั่นนี้ก็ฟอร์มแย่ไม่แพ้กัน แต่ทว่าสถานการณ์ของเสือใต้ค่อนข้างจะหนักกว่าเมื่อสองแนวรับคนสำคัญอย่างนิคลาส ชูเล่ย์ และลูก้าส์ แอร์กน็องเดซต่างได้รับบาดเจ็บไปแล้วทั้งคู่ จึงทำให้น่าทำให้บาเยิร์น มิวนิคต้องเจองานหนักกว่าในการที่จะต่อสู่เพื่อกลับมาทวงอันดับหนึ่งของตาราง

เมสซี่ ยังยอม!รับดวลกับฟานไดค์ในสนามกลายเป็นงานช้างอยู่เรื่อย

เมสซี่

   ผลงานการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกของลิเวอร์พูลเมื่อซีซั่นที่แล้ว อาจเป็นผลงานที่จับต้องได้มากที่สุดสำหรับแฟนบอล ทว่าสำหรับนักฟุตบอลด้วยกันแล้วผลงานการเขี่ยบาเซโลน่าตกรอบไปดื้อๆทั้งที่เลกแรกทีมดังจากสเปนตุนสกอร์นำไปก่อนถึง3ประตูนั่นต่างหากที่เป็นโจษจันกันในหมู่นักฟุตบอล ซึ่งนับเหมารวมถึงลีโอแนล เมสซี่สักขีพยานของความปราชัยในครั้งนั้นด้วยที่เอ่ยปากยอมรับอย่างไม่อายว่าการต้องดวลกับเฟอกิล ฟาน ไดค์ในแอนด์ฟิลวันนั้นคือฝันร้ายของผู้เล่นอัลซูลกราน่าเลยทีเดียว

    “ ถ้าจะหาเหตุผลที่บาเซโลน่าต้องพลาดแชมป์ยูซีแอลเมื่อปีก่อนละก็ ผมว่าเฟอกิล ฟาน ไดค์ คือตัวการสำคัญเลยละ ยิ่งฟอร์มการเล่นของเค้าในแอนด์ฟิลมันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมาก เค้ามักจะตัดสินใจกับบอลในจังหวะสำคัญๆได้อย่างเหมาะสม ยิ่งเค้าสกัดบอลได้มากขึ้นๆผู้เล่นแนวรับคนอื่นๆก็จะยิ่งมั่นใจมากขึ้นตามไปด้วย เค้ามีอิทธิพลต่อแนวรับของลิเวอร์พูลอย่างมาก วันนั้นมันกลายเป็นเราที่ตื้อไปเอง พวกเค้าดักทางเราได้หมดเลย ”

เมสซี่ กล่าวฟานไดค์ขาดความคล่องเเละความไวเเต่เป็นจุดเเข็งซะงั้น

    “ ปกติผู้เล่นที่มีร่างกายสูงใหญ่มักจะขาดความคล่องตัวและความเร็ว แต่นั่นกลับเป็นอีกจุดแข็งของฟาน ไดค์ซะงั้น ผมนี่งงเลยแค่เสี้ยววินาทีที่เราคลองบอลเค้าก็จะมาดักหน้า ดักหลังเราแล้ว นั่นแสดงให้เห็นว่าเค้าครบเครื่องแบบสุดๆไปเลย แถมยามเล่นเกมรุกเค้าก็ยังเติมขึ้นทำประตูได้อีกต่างหาก ผมไม่เคยเจอกองหลังคนไหนที่มหัศจรรย์เท่านี้มาก่อนเลย ให้ตายซิ! ” เจ้าของรางวัล “ เดอะ เบสต์ ฟีฟ่า เมนส์ เพลเยอร์ ” ประจำปี2019กล่าวอย่างประหลาดใจ 

อับบราฮัมช่วยยันฟานไดค์ตามประกบติดเหมือนจีพีเอสเลยทีเดียว

    อีกหนึ่งคนใกล้ตัวอย่างโทนี่ อับบราฮัมหัวหอกความหวังใหม่ของเชลซีที่ซีซั่นนี้ได้ลงดวลกับฟาน ไดค์มาแล้วสองเกมก็ได้ออกความเห็นไปในทางเดียวกันถึงการเจอประกบชนิดที่เค้าแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย “ ผมบอกตรงๆนะ ในการเจอกันครั้งที่สองกับลิเวอร์พูล ผมเตรียมตัวมาดีมากๆ คิดลูกเล่นมาเพียบ แต่พอลงสนามเข้าจริงฟาน ไดค์เค้าไม่เปิดโอกาสให้ผมได้ทำอะไรได้เลย มันเหมือนกันว่าเค้าคิดนำผมไปหนึ่งก้าวเสมอ ผมแทบไม่มีเวลาได้ทำอะไรเลยเพราะพอผมได้บอลเค้าก็แทบจะอยู่ติดตัวผมแล้ว เค้ามีสมาธิกับเกมสูงมากๆ อ่านเกมได้ดี ทุกวันนี้ผมก็ยังหาทางเอาชนะเค้าอยู่เลย คุณเชื่อไหม? ” ดาวยิงสิงห์บลูกล่าวซูฮก

หงส์เเดง ผ่านคำเย้นหยันและล้มเหลวมากโขจนมีวันนี้!! เทรนด์กล่าว

หงส์เเดง

    ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าลิเวอร์พูลสถาปนาตัวเป็นทีมที่แข็งแกร่งในระดับแนวหน้าของแดนผู้ดีไปเป็นที่เรียบร้อย ทว่ากว่าจะเดินมาถึงวันนี้ทีมหงส์แดงก็ต้องประสบอุปสรรคปัญหาต่างมากมาย ซึ่งเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ยอมรับอย่างเต็มใจว่าหากปราศจากความล้มเหลวเมื่อครั้งอดีตแล้วทีมของเค้าก็คงไม่อาจเดินได้อย่างแข็งแกร่งเฉียกเช่นปัจจุบันเช่นกัน

     อย่างที่เราทราบกันว่าลิเวอร์พูลนั้นเคยมีอดีตที่ยิ่งใหญ่ทว่านับตั้งแต่ลีกอังกฤษเปลี่ยนชื่อมาเป็นพรีเมียร์ลีก ชาวเดอะค็อปก็แทบไม่เคยได้เฮกับเค้าเลย ซ้ำร้ายสถิติเหล่านี้มักถูกทีมอื่นเอาไปล้อเลียนกันอย่างขบขันสร้างความสะเทือนใจให้ทั้งแฟนบอล และนักเตะลิเวอร์พูล “ ลิเวอร์พูลห่างหายความสำเร็จมานาน หลายครั้งที่เราเข้าใกล้มันแต่เราก็ทำไม่สำเร็จ ภาพความล้มเหลวเหล่านั้นมันตามหลอกหลอนพวกเราเสมอมา ถ้าส่วนตัวผมเองการแพ้ต่อรีล มาดริดในนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อสองปีก่อนมันสิ่งที่เจ็บปวดมาก สิ่งนี้เป็นแรงผลักดันให้พวกเราแข็งแกร่งขึ้น ” แบ๊คขวาดีกรีทีมชาติอังกฤษกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

หงส์เเดง คือตัวอย่างสำหรับทีมที่อยากก้าวข้ามความล้มเหลว

     ปัจจุบันเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์เป็นกำลังสำคัญที่พาลิเวอร์พูละครองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก โดยเจอร์เกน คล็อปป์วางใจให้แบ็คขวาวัย21ปีรายนี้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงตลอด8นัดที่ผ่านมา “ ลิเวอร์พูลกำลังอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ดี เราพูดแบบไม่อายว่าทีมไหนๆต่างก็อิจฉาเรา สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าทีมของเราเป็นนักสู้ เรามองข้อผิดพลาดเป็นบทเรียน เรียนรู้ไปกับมัน แต่ไม่ปล่อยให้ความล้มเหลวเหล่านั้นมาเหนี่ยวรั้งเรา แต่เราพูดได้ไม่เต็มปากหรอกตราบเท่าที่ลิเวอร์พูลยังไม่เคยได้แชมป์พรีเมียร์ลีก พวกเราจึงมุ่งมั่นกันอย่างเต็มที่เพื่อจะทำมันให้สำเร็จ ”

     ลิเวอร์พูลกำลังมีคิวบุกไปเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในสัปดาห์นี้เพื่อทำแดงเดือดกับแมนยูฯ ซึ่งเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์หมายใจที่เก็บสามแต้มให้จงได้ “ การเล่นกับยูไนเต็ดไม่เคยง่าย แม้พวกเค้าจะยังไม่อยู่ฟอร์มที่ดีนัก แต่มันเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี พวกเค้าคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ในขณะที่ลิเวอร์พูลเองก็มีฟอร์มการเล่นที่ดีต่อเนื่อง ฉะนั้นเราก็พลาดท่าให้พวกเค้าไม่ได้เช่นกัน ยิ่งหากเราชนะได้มันจะยิ่งส่งผลดีต่อความมั่นใจของเราโดยตรง ” เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์กล่าวอย่างมุ่งมั่น

เทรนด์อาร์โนลด์ รับหากไร้คล็อปป์คงมิอาจพัฒนาฝีเท้าได้เท่านี้

เทรนด์อาร์โนลด์

     นอกจากลิเวอร์พูลจะทำผลงานในพรีเมียร์ลีกได้อย่างโดดเด่นแล้วพวกเค้ายังสร้างแบ็คขวาฝีเท้าดีอย่างเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ที่สถาปนาเป็นแบ็คขวาทีมชาติอังกฤษไปแล้ว แม้ว่าดาวเตะวัย21กะรัตจะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นฟูลแบ็คชั้นแนวหน้าของลีกผู้ดีไปแล้วแต่เจ้าตัวก็ยังถ่อมตัวยังมีจุดอ่อนที่ต้องพัฒนาอีกมากมาย พร้อมเชื่อมั่นว่าการได้ลงเล่นภายใต้การทำทีมของเจอร์เกน คล็อปป์จะทำให้เค้าพัฒนาขึ้นเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน

     “ ผมได้รับประสบการณ์ที่ดีตลอด2-3ปีหลัง มันเหลือเชื่อมากๆย้อนกลับไปผมคิดแค่ว่าแค่ได้รับโอกาสซักซีซั่นละ10เกมมันก็คงโอเคมากแล้ว แต่ผมก็มาได้ไกลกว่านั้น ผมได้เล่นนัดชิงถ้วยยูซีแอล ทั้งหมดมันเริ่มต้นจากความเชื่อมั่นที่เจอร์เกน คล็อปป์มีต่อผม สิ่งนี้มันผลักดันให้ผมรู้สึกว่าต้องทำผลงานให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ผมลองมองย้อนกลับไปถ้าผมไม่ได้ทำงานร่วมกับเจอร์เกน คล็อปป์ผมก็อาจจะยังไม่มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษด้วยซ้ำไป ” เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ผู้ซึ่งเติบโตมากับอะคาเดมี่ของหงส์แดงกล่าวอย่างปลาปลื้ม

เทรนด์อาร์โนลด์ ยกเจอร์ราดมีอิทธิพลอย่างมากต่อการพัฒนาลูกเซตพีซ

    เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์นอกจากจะสามารถขยับขึ้นลงได้ตลอดเกมแล้ว เจ้าตัวยังมีทีเด็ดที่การเตะลูกนิ่งที่ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบอลหรือยิงฟรีคิ๊กก็ทำได้ดีจนได้ทำหน้าที่ให้กับลิเวอร์พูลอยู่บ่อยครั้ง “ มันเริ่มจากการได้ดูเทปการเล่นของสตีเว่น เจอร์ราด เค้าสามารถเปิดทำทางให้ทีมได้เปรียบหรือแม้แต่การยิงเอง มันทำให้ผมอยากทำได้บ้าง มันเป็นแรงกระตุ้นให้ผมอยากพัฒนาการเตะลูกนิ่ง เมื่อถึงจุดหนึ่งที่คุณซ้อมมาอย่างมากมาย คุณจะมั่นใจจนทำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ”

   “ สิ่งที่ผมเรียนรู้จากเจอร์ราดไม่ได้มีแค่ความแม่นยำนะ คุณต้องมีหัวใจที่แข็งแกร่งด้วย การได้ตั้งเตะในจังหวะสำคัญๆความมั่นใจอาจจะสำคัญกว่าจำนวนการซ้อมในสนามด้วยซ้ำไป แต่คุณอย่าเข้าใจผิดนะ ผมไม่ได้แคร์ว่าต้องทำแอสซิสต์หรือยิงประตูให้ได้มากๆนะ ผมหวังแค่ทำทุกอย่างเพื่อให้ทีมได้เปรียบให้ได้มากที่สุด ขอแค่เราได้รับชัยชนะก็พอสถิติส่วนตัวมันไม่สำคัญกับผมเลย ” เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์เจ้าของเสื้อหมายเลข66ของลิเวอร์พูลให้คำมั่น โดยแม้จะกล่าวอย่างถ่อมตัวแต่แบ๊คขวารายนี้ก็มีชื่อทำประตูให้ลิเวอร์พูลจากลูกฟรีคิ๊กไปแล้วหนึ่งเม็ดในเกมกับเชลซี พร้อมกับแอสซิสต์อีก3ครั้ง จากการลงเล่นทุกรายการ(ลงเล่นรวม12นัด)

ชีลเวลล์ นักเตะจิ้งจอกไม่แคร์พลาดซบหงส์เมื่อหลายปีก่อน

ชีลเวลล์

    ในเวลานี้ใครๆต่างก็รู้ว่าลิเวอร์พูลได้ก้าวขึ้นมาเป็นทีมที่สิทธิลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัว หลังจากที่โปรแกรมการแข่งขันพรีเมียร์ลีกผ่านมาแล้ว7นัดพวกเค้ายังคงชนะรวดเก็บ21แต้มเต็มโดยมีนำแมนเชสเตอร์ ซิตื้ทีมอันดับสอง(แชมป์เก่า)อยู่ถึง5แต้ม แต่ถึงแม้ว่ารัศมีของทัพหงส์แดงจะเปล่งอานุภาพเพียงใดก็ตาม เบน ชิลเวลล์แบ็คซ้ายผู้เคยพลาดโอกาสที่จะได้เป็นหนึ่งในนักเตะของลิเวอร์พูลกลับยืดอกรับอย่างหน้าตาเฉยว่าเค้าไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไร แม้ว่าถ้าเกิดเค้าได้ย้ายมาสวมยูนิฟอร์มสีแดงเค้าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จที่มากขึ้นก็ตาม

   “ เคยมีการติดต่อเข้ามาเมื่อหลายปีก่อน แต่สุดท้ายมันก็ไม่มีอะไร ส่วนตัวผมเองก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไรผมก็มีความสุขดีกับเลสเตอร์ พวกเรามอบความไว้ใจให้กับผม ทุกวันนี้ผมก็ยังสนุกกับการเล่นฟุตบอล ผมเคารพลิเวอร์พูลนะ แต่บอกตรงๆผมไม่เคยคิดเสียดายเรื่องเกี่ยวกับลิเวอร์พูลเลย ” เบน ชีลเวลล์ที่ปัจจุบันเป็นนักเตะของเลสเตอร์ ซิตี้กล่าวยืนยัน

ชีลเวลล์ หวานฝันอยากมีแชมป์ติดตัวและต้องทำในสีเสื้อจิ้งจอก

    เบน ชีลเวลล์ถูกดันขึ้นทีมชุดใหญ่ของเลสเตอร์ ซิตี้ในปี2015 ซึ่งในปีนั้นเองจิ้งจอกสยามสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จอีกด้วย แต่ทว่าในเวลานั้นเจ้าตัวยังเป็นดาวรุ่งที่ไม่ได้รับโอกาสลงเล่นในเกมพรีเมียร์ลีกเลยแม้แต่เกมเดียวจึงยังไม่ได้มีส่วนร่วมกับการสัมผัสถ้วยรางวัลครั้งประวัติศาสตร์ “ เลสเตอร์เคยได้แชมป์พรีเมียฯมาแล้ว มันทำไมจะเกิดขึ้นอีกไม่ได้ละ? ปีนี้เราเล่นกันได้ดีแต่มันยังเร็วเกินไป เราต้องสม่ำเสมอกว่านี้ เลสเตอร์ ซิตี้มีกลุ่มนักเตะที่มีความสัมพันธ์เหนียวแน่น ตอนผมขึ้นมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่ รุ่นพี่หลายคนช่วยเหลือผมเป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกดีมากๆ ฉะนั้นผมถึงเคยเสียเวลาคิดที่จะย้ายไปที่นั่นที่นี่ ”

    “ ผมอยู่กับทีมที่ให้ความเชื่อมั่นกับผม นอกจากนี้เลสเตอร์ ซิตี้ยังมีความพร้อมที่จะประสบความสำเร็จ นักเตะดีๆของเราหลายคนถูกทีมอื่นๆทุ่มเงินคว้าตัวออกไปสิ่งนี้ยืนยันได้ชัดเจนว่าเรามีทีมที่แข็งแกร่ง แถมการอยู่กับทีมยังส่งผลให้ผมติดทีมชาติอังกฤษไปแล้วอีกต่างหาก(ลงเล่นไปแล้ว8นัด)สำหรับวัยเท่านี้ ผมว่าผมไม่มีอะไรต้องเสียดายอีกแล้วละ ” แบ็คซ้ายดีกรีทีมชาติอังกฤษกล่าวอย่างมั่นใจ โดยในเวลานี้เลสเตอร์ ซิตี้รั้งอันดับสามของตารางพรีเมียร์ลีก(มี14แต้ม) โดยมีแต้มตามหลังลิเวอร์พูลจ่าฝูงอยู่7คะแนนด้วยกัน

เอเมรี่ อุ้มชาก้าต่อแถมมอบปลอกแขนกัปตันทีมปืนใหญ่ให้อีกด้วย

เอเมรี่

   ยังคงรักษาความแปลกไว้ต่อไปสำหรับกุนซืออูไน เอเมรี่ ที่ผลงานคุมทีมอาร์เซนอลก็ยังกระท่อนกระแท่นจากความดื้อรั้นที่จะใช้งานนักเตะที่โชว์ผลงานต่ำกว่ามาตรฐานอยู่เสมอ ล่าสุดเทรนเนอร์ชาวสเปนก็ประกาศมอบปลอกแขนกัปตันให้กับกรานิต ชาก้ากองกลางที่ลงเล่นทุกนัดแต่ความดีในสนามยังไม่ปรากฏ ซึ่งถือเป็นการแต่งตั้งกัปตันทีมที่ดูจะไม่ได้สร้างความยินดีให้กับพลพรรคกันเนอร์เลยแม้แต่น้อย

    กรานิต ชาก้าได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมอาร์เซนอลมาก่อนแล้วในบางครั้ง แต่สถิติความผิดพลาดกลับมากมายจนเกินจะยอมรับได้ แถมผลงานด้านอื่นๆก็ไม่มีอะไรน่าชื่นชมเนื่องจากหลังการลงเล่นพรีเมียร์ลีกไปแล้ว432นาที(6นัด)มิดฟิลด์ชาวสวิตซ์ยังไม่มีทั้งประตูและแอตซิสต์เป็นของตัวเอง จนแฟนบอลจำนวนมากเรียกร้องให้เอเมรี่ดร็อปชาก้าออกจากตำแหน่งตัวจริงด้วยซ้ำ ทว่าในที่สุดกับกลายเป็นว่าชาก้าได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำในถิ่นเอมิเรตส์อย่างค้านสายตา

เอเมรี่ มองต่างยันชาก้ามีออร่าผู้นำหวังแข้งอื่นได้เอาเยี่ยงอย่าง

    ทั้งที่หลายฝ่ายท้วงติงทว่าอูไน เอเมรี่กลับออกมายืนยันว่าเค้าตัดสินใจดีแล้วหลักจากที่เป็นทำงานกับทีมอย่างใกล้ชิด “ กรานิตมีหัวใจที่แข็งแกร่ง นั่นเป็นคุณสมบัติที่เรามองหา ฟุตบอลเป็นเกมที่เต็มไปด้วยอารมณ์ นั่นทำให้คุณต้องประสบอารมณ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าวันที่ดีๆหรือร้าย ผมคิดว่ากัปตันทีมควรรับมือสิ่งเหล่านี้ให้ได้ แต่กรานิตก็แสดงให้เห็นมาตลอด ”

   “ ผมคงไม่บอกว่าผมเลือกกัปตันจากนักเตะที่ทำฟอร์มดีที่สุด แต่ผมคาดหวังแง่มุมอื่นๆ และกรานิตก็มีคุณสมบัตินั้น เค้าเป็นนักเตะที่มุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้ ความผิดพลาดที่ผ่านมาก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงแนวทางของเค้าได้ มันคือความเชื่อมั่นในระดับสูง เวลาที่คุณเล่นพลาด ผู้คนจะเดินมาบอกคุณว่าอย่าทำยังงี้ซิ แต่กรานิตไม่คิดยังงั้น เค้ารู้ว่าเค้าทำอะไรได้บ้าง และเค้าไม่ปล่อยให้ข้อผิดพลาดหรือเสียงใครๆดังกว่าหัวใจตัวเอง ”

    “ ผมพร้อมหนุนหลังเค้าเสมอทั้งที่ผ่านมาและต่อจากนี้ ปลอกแขนกัปตันคือคำยืนยันอย่างดี เรายังมีภารกิจที่ต้องทำอีกมาก กรานิตเองก็กระหายที่จะขับเคลื่อนทีมไปข้างหน้า ซึ่งผมอยากให้ผู้เล่นคนอื่นๆได้เห็นเป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะผู้เล่นอายุน้อยๆพวกเค้าควรเรียนรู้ที่จะเป็นนักสู้จากเค้า ” เอเมรี่ออกหน้าสนับสนุนกัปตันทีมคนใหม่อย่างเต็มที่ โดยรายงานยังระบุว่า ปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองน่าจะได้รับตำแหน่งรองกัปตันทีมอีกด้วย

ผีเเดง ต้องทุ่ม1,000ล้านปอนด์หากหวังลุ้นแชมป์ซัตตันแซวเบาๆ

ผีเเดง

    ให้หลังเกมที่แมนยูบุกไปแพ้เวสต์แฮม0-2 เสียงก่นด่าจากเหล่าพลพรรคเรดอาร์มี่ก็กลับมากระหึ่มอีกครั้ง โดยส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่คำถามด้านขุมกำลังของปีศาจแดง แม้โอเล่ กุนน่า โซลชาจะพยายามให้โอกาสแข้งดาวรุ่งได้ขึ้นมาช่วยทีมทว่าเมื่อลงเล่นจริงบรรดาแข้งละอ่อนเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถทดแทนตัวหลักของทีมได้เลย จนทำให้เมื่อปอล ป็อกบา,อองโตนี่ มาร์กซิยาล,ลุค ชอร์ และมาร์คัช แรชฟอร์ดต่างได้รับบาดเจ็บลงเล่นไม่ได้ผลงานของผีแดงก็ขาดความต่อเนื่องทันที

   ทางด้านคริส ซัตตันอดีตกองหน้าชุดแชมป์พรีเมียร์ลีกับแบล็คเบิร์น โรเวอร์ก็เห็นด้วยว่าขุมกำลังของปีศาจแดงนั้นไม่สามารถเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกได้แน่นอน “ ไม่ว่าจะมองไปยังฟอร์มาการเล่นหรือตัวผู้เล่นแล้วตอนนี้ทั้งแมนฯซิตี้และลิเวอร์พูลอยู่บนมาตรฐานที่สูงลิบ แมนยูฯยังตามหลังพวกเค้าหลายขุม ถ้าจะให้พวกเค้า(แมนยูฯ)ขยับเข้ามาใกล้ก็คงต้องทุ่มเงินซัก1,000ล้านปอนด์ เราเห็นได้เลยว่าเมื่อโซลชาไม่มีปอล ป็อกบาในสนามเกมของพวกเค้าเปลี่ยนไป สก็อต แม็คโทมิเน่ย์ และเนมานย่า มาติชไม่สามารถทดแทนได้เลย สำหรับฟุตบอลลีกที่เตะกันยาวนาน8-10เดือนแล้ว ผู้เล่นของแมนยูฯยังไม่สามารถยืนระยะได้อย่างแน่นอน ช่องว่างระหว่างตัวจริงกับตัวสำรองมันห่างกันมากเกินไป ”

โซลชาโค้ช ผีเเดง พาดเขียงบ่อนพนันตั้งให้เป็นกุนซือมีสิทธตกงานก่อนเพื่อน

    ถึงแม้ว่าอดีตกองหน้าร่วมรุ่น(คริส ซัตตันค้าแข้งยุคเดียวกับโซลชา)จะออกมาช่วยพูดแก้ตัวให้แล้วก็ตาม ทว่าก็ยังไม่แน่ว่าโอเล่ กุนน่า โซลชาจะได้รับโอกาสคุมแมนยูไปจนถึงช่วงเปิดตลาดซื้อ-ขายผู้เล่นรอบหน้า เมื่อบ่อนพนันทั่วเกาะอังกฤษขยับราคาให้เทรนเนอร์ชาวนอร์เวย์เป็นเต็งสองของผู้จัดการทีมที่มีสิทธโดนปลดเป็นรายต่อไป เนื่องจากผลงานของโซลชาหลังคุมแมนยฯมาแล้ว19นัดสามารถเก็บชัยชนะได้เพียง5นัดเท่านั้น อีกทั้งแพ้ไปถึง10เกมนั่นเท่ากับว่าอัตราเฉลี่ยของการทำทีมแพ้สูงถึง50% จนแม้แต่แฟนปีศาจแดงก็ยังงงที่สถิติตกต่ำขนาดนี้เป็นไปได้ยังไงที่โซลชายังไม่โดนไล่ออกไปเสียที

     กระแสกดดันให้เปลี่ยนแปลงบทบาทผู้จัดการทีมในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดนั้นดูจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพราะแม้แต่ฟิล โจนส์กองหลังที่อยู่ในช่วงพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บก็ยังเผลอตะโกนขับไล่โซลชาในสนามอีกด้วย ซ้ำร้ายคือกล้องถ่ายทอดสดเจ้ากรรมดันจับภาพไว้ได้อีกต่างหาก จนทำให้วิจารณ์กันไปต่างๆนาๆว่าผู้เล่นของแมนยูเองก็ชักจะไม่ชอบใจที่จะทำงานกับโซลชาอีกต่อไป