หงส์เเดง ผ่านคำเย้นหยันและล้มเหลวมากโขจนมีวันนี้!! เทรนด์กล่าว

หงส์เเดง

    ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าลิเวอร์พูลสถาปนาตัวเป็นทีมที่แข็งแกร่งในระดับแนวหน้าของแดนผู้ดีไปเป็นที่เรียบร้อย ทว่ากว่าจะเดินมาถึงวันนี้ทีมหงส์แดงก็ต้องประสบอุปสรรคปัญหาต่างมากมาย ซึ่งเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ยอมรับอย่างเต็มใจว่าหากปราศจากความล้มเหลวเมื่อครั้งอดีตแล้วทีมของเค้าก็คงไม่อาจเดินได้อย่างแข็งแกร่งเฉียกเช่นปัจจุบันเช่นกัน

     อย่างที่เราทราบกันว่าลิเวอร์พูลนั้นเคยมีอดีตที่ยิ่งใหญ่ทว่านับตั้งแต่ลีกอังกฤษเปลี่ยนชื่อมาเป็นพรีเมียร์ลีก ชาวเดอะค็อปก็แทบไม่เคยได้เฮกับเค้าเลย ซ้ำร้ายสถิติเหล่านี้มักถูกทีมอื่นเอาไปล้อเลียนกันอย่างขบขันสร้างความสะเทือนใจให้ทั้งแฟนบอล และนักเตะลิเวอร์พูล “ ลิเวอร์พูลห่างหายความสำเร็จมานาน หลายครั้งที่เราเข้าใกล้มันแต่เราก็ทำไม่สำเร็จ ภาพความล้มเหลวเหล่านั้นมันตามหลอกหลอนพวกเราเสมอมา ถ้าส่วนตัวผมเองการแพ้ต่อรีล มาดริดในนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อสองปีก่อนมันสิ่งที่เจ็บปวดมาก สิ่งนี้เป็นแรงผลักดันให้พวกเราแข็งแกร่งขึ้น ” แบ๊คขวาดีกรีทีมชาติอังกฤษกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

หงส์เเดง คือตัวอย่างสำหรับทีมที่อยากก้าวข้ามความล้มเหลว

     ปัจจุบันเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์เป็นกำลังสำคัญที่พาลิเวอร์พูละครองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก โดยเจอร์เกน คล็อปป์วางใจให้แบ็คขวาวัย21ปีรายนี้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงตลอด8นัดที่ผ่านมา “ ลิเวอร์พูลกำลังอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ดี เราพูดแบบไม่อายว่าทีมไหนๆต่างก็อิจฉาเรา สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าทีมของเราเป็นนักสู้ เรามองข้อผิดพลาดเป็นบทเรียน เรียนรู้ไปกับมัน แต่ไม่ปล่อยให้ความล้มเหลวเหล่านั้นมาเหนี่ยวรั้งเรา แต่เราพูดได้ไม่เต็มปากหรอกตราบเท่าที่ลิเวอร์พูลยังไม่เคยได้แชมป์พรีเมียร์ลีก พวกเราจึงมุ่งมั่นกันอย่างเต็มที่เพื่อจะทำมันให้สำเร็จ ”

     ลิเวอร์พูลกำลังมีคิวบุกไปเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในสัปดาห์นี้เพื่อทำแดงเดือดกับแมนยูฯ ซึ่งเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์หมายใจที่เก็บสามแต้มให้จงได้ “ การเล่นกับยูไนเต็ดไม่เคยง่าย แม้พวกเค้าจะยังไม่อยู่ฟอร์มที่ดีนัก แต่มันเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี พวกเค้าคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ในขณะที่ลิเวอร์พูลเองก็มีฟอร์มการเล่นที่ดีต่อเนื่อง ฉะนั้นเราก็พลาดท่าให้พวกเค้าไม่ได้เช่นกัน ยิ่งหากเราชนะได้มันจะยิ่งส่งผลดีต่อความมั่นใจของเราโดยตรง ” เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์กล่าวอย่างมุ่งมั่น

เทรนด์อาร์โนลด์ รับหากไร้คล็อปป์คงมิอาจพัฒนาฝีเท้าได้เท่านี้

เทรนด์อาร์โนลด์

     นอกจากลิเวอร์พูลจะทำผลงานในพรีเมียร์ลีกได้อย่างโดดเด่นแล้วพวกเค้ายังสร้างแบ็คขวาฝีเท้าดีอย่างเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ที่สถาปนาเป็นแบ็คขวาทีมชาติอังกฤษไปแล้ว แม้ว่าดาวเตะวัย21กะรัตจะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นฟูลแบ็คชั้นแนวหน้าของลีกผู้ดีไปแล้วแต่เจ้าตัวก็ยังถ่อมตัวยังมีจุดอ่อนที่ต้องพัฒนาอีกมากมาย พร้อมเชื่อมั่นว่าการได้ลงเล่นภายใต้การทำทีมของเจอร์เกน คล็อปป์จะทำให้เค้าพัฒนาขึ้นเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน

     “ ผมได้รับประสบการณ์ที่ดีตลอด2-3ปีหลัง มันเหลือเชื่อมากๆย้อนกลับไปผมคิดแค่ว่าแค่ได้รับโอกาสซักซีซั่นละ10เกมมันก็คงโอเคมากแล้ว แต่ผมก็มาได้ไกลกว่านั้น ผมได้เล่นนัดชิงถ้วยยูซีแอล ทั้งหมดมันเริ่มต้นจากความเชื่อมั่นที่เจอร์เกน คล็อปป์มีต่อผม สิ่งนี้มันผลักดันให้ผมรู้สึกว่าต้องทำผลงานให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ผมลองมองย้อนกลับไปถ้าผมไม่ได้ทำงานร่วมกับเจอร์เกน คล็อปป์ผมก็อาจจะยังไม่มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษด้วยซ้ำไป ” เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ผู้ซึ่งเติบโตมากับอะคาเดมี่ของหงส์แดงกล่าวอย่างปลาปลื้ม

เทรนด์อาร์โนลด์ ยกเจอร์ราดมีอิทธิพลอย่างมากต่อการพัฒนาลูกเซตพีซ

    เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์นอกจากจะสามารถขยับขึ้นลงได้ตลอดเกมแล้ว เจ้าตัวยังมีทีเด็ดที่การเตะลูกนิ่งที่ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบอลหรือยิงฟรีคิ๊กก็ทำได้ดีจนได้ทำหน้าที่ให้กับลิเวอร์พูลอยู่บ่อยครั้ง “ มันเริ่มจากการได้ดูเทปการเล่นของสตีเว่น เจอร์ราด เค้าสามารถเปิดทำทางให้ทีมได้เปรียบหรือแม้แต่การยิงเอง มันทำให้ผมอยากทำได้บ้าง มันเป็นแรงกระตุ้นให้ผมอยากพัฒนาการเตะลูกนิ่ง เมื่อถึงจุดหนึ่งที่คุณซ้อมมาอย่างมากมาย คุณจะมั่นใจจนทำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ”

   “ สิ่งที่ผมเรียนรู้จากเจอร์ราดไม่ได้มีแค่ความแม่นยำนะ คุณต้องมีหัวใจที่แข็งแกร่งด้วย การได้ตั้งเตะในจังหวะสำคัญๆความมั่นใจอาจจะสำคัญกว่าจำนวนการซ้อมในสนามด้วยซ้ำไป แต่คุณอย่าเข้าใจผิดนะ ผมไม่ได้แคร์ว่าต้องทำแอสซิสต์หรือยิงประตูให้ได้มากๆนะ ผมหวังแค่ทำทุกอย่างเพื่อให้ทีมได้เปรียบให้ได้มากที่สุด ขอแค่เราได้รับชัยชนะก็พอสถิติส่วนตัวมันไม่สำคัญกับผมเลย ” เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์เจ้าของเสื้อหมายเลข66ของลิเวอร์พูลให้คำมั่น โดยแม้จะกล่าวอย่างถ่อมตัวแต่แบ๊คขวารายนี้ก็มีชื่อทำประตูให้ลิเวอร์พูลจากลูกฟรีคิ๊กไปแล้วหนึ่งเม็ดในเกมกับเชลซี พร้อมกับแอสซิสต์อีก3ครั้ง จากการลงเล่นทุกรายการ(ลงเล่นรวม12นัด)

ชีลเวลล์ นักเตะจิ้งจอกไม่แคร์พลาดซบหงส์เมื่อหลายปีก่อน

ชีลเวลล์

    ในเวลานี้ใครๆต่างก็รู้ว่าลิเวอร์พูลได้ก้าวขึ้นมาเป็นทีมที่สิทธิลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัว หลังจากที่โปรแกรมการแข่งขันพรีเมียร์ลีกผ่านมาแล้ว7นัดพวกเค้ายังคงชนะรวดเก็บ21แต้มเต็มโดยมีนำแมนเชสเตอร์ ซิตื้ทีมอันดับสอง(แชมป์เก่า)อยู่ถึง5แต้ม แต่ถึงแม้ว่ารัศมีของทัพหงส์แดงจะเปล่งอานุภาพเพียงใดก็ตาม เบน ชิลเวลล์แบ็คซ้ายผู้เคยพลาดโอกาสที่จะได้เป็นหนึ่งในนักเตะของลิเวอร์พูลกลับยืดอกรับอย่างหน้าตาเฉยว่าเค้าไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไร แม้ว่าถ้าเกิดเค้าได้ย้ายมาสวมยูนิฟอร์มสีแดงเค้าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จที่มากขึ้นก็ตาม

   “ เคยมีการติดต่อเข้ามาเมื่อหลายปีก่อน แต่สุดท้ายมันก็ไม่มีอะไร ส่วนตัวผมเองก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไรผมก็มีความสุขดีกับเลสเตอร์ พวกเรามอบความไว้ใจให้กับผม ทุกวันนี้ผมก็ยังสนุกกับการเล่นฟุตบอล ผมเคารพลิเวอร์พูลนะ แต่บอกตรงๆผมไม่เคยคิดเสียดายเรื่องเกี่ยวกับลิเวอร์พูลเลย ” เบน ชีลเวลล์ที่ปัจจุบันเป็นนักเตะของเลสเตอร์ ซิตี้กล่าวยืนยัน

ชีลเวลล์ หวานฝันอยากมีแชมป์ติดตัวและต้องทำในสีเสื้อจิ้งจอก

    เบน ชีลเวลล์ถูกดันขึ้นทีมชุดใหญ่ของเลสเตอร์ ซิตี้ในปี2015 ซึ่งในปีนั้นเองจิ้งจอกสยามสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จอีกด้วย แต่ทว่าในเวลานั้นเจ้าตัวยังเป็นดาวรุ่งที่ไม่ได้รับโอกาสลงเล่นในเกมพรีเมียร์ลีกเลยแม้แต่เกมเดียวจึงยังไม่ได้มีส่วนร่วมกับการสัมผัสถ้วยรางวัลครั้งประวัติศาสตร์ “ เลสเตอร์เคยได้แชมป์พรีเมียฯมาแล้ว มันทำไมจะเกิดขึ้นอีกไม่ได้ละ? ปีนี้เราเล่นกันได้ดีแต่มันยังเร็วเกินไป เราต้องสม่ำเสมอกว่านี้ เลสเตอร์ ซิตี้มีกลุ่มนักเตะที่มีความสัมพันธ์เหนียวแน่น ตอนผมขึ้นมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่ รุ่นพี่หลายคนช่วยเหลือผมเป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกดีมากๆ ฉะนั้นผมถึงเคยเสียเวลาคิดที่จะย้ายไปที่นั่นที่นี่ ”

    “ ผมอยู่กับทีมที่ให้ความเชื่อมั่นกับผม นอกจากนี้เลสเตอร์ ซิตี้ยังมีความพร้อมที่จะประสบความสำเร็จ นักเตะดีๆของเราหลายคนถูกทีมอื่นๆทุ่มเงินคว้าตัวออกไปสิ่งนี้ยืนยันได้ชัดเจนว่าเรามีทีมที่แข็งแกร่ง แถมการอยู่กับทีมยังส่งผลให้ผมติดทีมชาติอังกฤษไปแล้วอีกต่างหาก(ลงเล่นไปแล้ว8นัด)สำหรับวัยเท่านี้ ผมว่าผมไม่มีอะไรต้องเสียดายอีกแล้วละ ” แบ็คซ้ายดีกรีทีมชาติอังกฤษกล่าวอย่างมั่นใจ โดยในเวลานี้เลสเตอร์ ซิตี้รั้งอันดับสามของตารางพรีเมียร์ลีก(มี14แต้ม) โดยมีแต้มตามหลังลิเวอร์พูลจ่าฝูงอยู่7คะแนนด้วยกัน

เอเมรี่ อุ้มชาก้าต่อแถมมอบปลอกแขนกัปตันทีมปืนใหญ่ให้อีกด้วย

เอเมรี่

   ยังคงรักษาความแปลกไว้ต่อไปสำหรับกุนซืออูไน เอเมรี่ ที่ผลงานคุมทีมอาร์เซนอลก็ยังกระท่อนกระแท่นจากความดื้อรั้นที่จะใช้งานนักเตะที่โชว์ผลงานต่ำกว่ามาตรฐานอยู่เสมอ ล่าสุดเทรนเนอร์ชาวสเปนก็ประกาศมอบปลอกแขนกัปตันให้กับกรานิต ชาก้ากองกลางที่ลงเล่นทุกนัดแต่ความดีในสนามยังไม่ปรากฏ ซึ่งถือเป็นการแต่งตั้งกัปตันทีมที่ดูจะไม่ได้สร้างความยินดีให้กับพลพรรคกันเนอร์เลยแม้แต่น้อย

    กรานิต ชาก้าได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมอาร์เซนอลมาก่อนแล้วในบางครั้ง แต่สถิติความผิดพลาดกลับมากมายจนเกินจะยอมรับได้ แถมผลงานด้านอื่นๆก็ไม่มีอะไรน่าชื่นชมเนื่องจากหลังการลงเล่นพรีเมียร์ลีกไปแล้ว432นาที(6นัด)มิดฟิลด์ชาวสวิตซ์ยังไม่มีทั้งประตูและแอตซิสต์เป็นของตัวเอง จนแฟนบอลจำนวนมากเรียกร้องให้เอเมรี่ดร็อปชาก้าออกจากตำแหน่งตัวจริงด้วยซ้ำ ทว่าในที่สุดกับกลายเป็นว่าชาก้าได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำในถิ่นเอมิเรตส์อย่างค้านสายตา

เอเมรี่ มองต่างยันชาก้ามีออร่าผู้นำหวังแข้งอื่นได้เอาเยี่ยงอย่าง

    ทั้งที่หลายฝ่ายท้วงติงทว่าอูไน เอเมรี่กลับออกมายืนยันว่าเค้าตัดสินใจดีแล้วหลักจากที่เป็นทำงานกับทีมอย่างใกล้ชิด “ กรานิตมีหัวใจที่แข็งแกร่ง นั่นเป็นคุณสมบัติที่เรามองหา ฟุตบอลเป็นเกมที่เต็มไปด้วยอารมณ์ นั่นทำให้คุณต้องประสบอารมณ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าวันที่ดีๆหรือร้าย ผมคิดว่ากัปตันทีมควรรับมือสิ่งเหล่านี้ให้ได้ แต่กรานิตก็แสดงให้เห็นมาตลอด ”

   “ ผมคงไม่บอกว่าผมเลือกกัปตันจากนักเตะที่ทำฟอร์มดีที่สุด แต่ผมคาดหวังแง่มุมอื่นๆ และกรานิตก็มีคุณสมบัตินั้น เค้าเป็นนักเตะที่มุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้ ความผิดพลาดที่ผ่านมาก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงแนวทางของเค้าได้ มันคือความเชื่อมั่นในระดับสูง เวลาที่คุณเล่นพลาด ผู้คนจะเดินมาบอกคุณว่าอย่าทำยังงี้ซิ แต่กรานิตไม่คิดยังงั้น เค้ารู้ว่าเค้าทำอะไรได้บ้าง และเค้าไม่ปล่อยให้ข้อผิดพลาดหรือเสียงใครๆดังกว่าหัวใจตัวเอง ”

    “ ผมพร้อมหนุนหลังเค้าเสมอทั้งที่ผ่านมาและต่อจากนี้ ปลอกแขนกัปตันคือคำยืนยันอย่างดี เรายังมีภารกิจที่ต้องทำอีกมาก กรานิตเองก็กระหายที่จะขับเคลื่อนทีมไปข้างหน้า ซึ่งผมอยากให้ผู้เล่นคนอื่นๆได้เห็นเป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะผู้เล่นอายุน้อยๆพวกเค้าควรเรียนรู้ที่จะเป็นนักสู้จากเค้า ” เอเมรี่ออกหน้าสนับสนุนกัปตันทีมคนใหม่อย่างเต็มที่ โดยรายงานยังระบุว่า ปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองน่าจะได้รับตำแหน่งรองกัปตันทีมอีกด้วย

ผีเเดง ต้องทุ่ม1,000ล้านปอนด์หากหวังลุ้นแชมป์ซัตตันแซวเบาๆ

ผีเเดง

    ให้หลังเกมที่แมนยูบุกไปแพ้เวสต์แฮม0-2 เสียงก่นด่าจากเหล่าพลพรรคเรดอาร์มี่ก็กลับมากระหึ่มอีกครั้ง โดยส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่คำถามด้านขุมกำลังของปีศาจแดง แม้โอเล่ กุนน่า โซลชาจะพยายามให้โอกาสแข้งดาวรุ่งได้ขึ้นมาช่วยทีมทว่าเมื่อลงเล่นจริงบรรดาแข้งละอ่อนเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถทดแทนตัวหลักของทีมได้เลย จนทำให้เมื่อปอล ป็อกบา,อองโตนี่ มาร์กซิยาล,ลุค ชอร์ และมาร์คัช แรชฟอร์ดต่างได้รับบาดเจ็บลงเล่นไม่ได้ผลงานของผีแดงก็ขาดความต่อเนื่องทันที

   ทางด้านคริส ซัตตันอดีตกองหน้าชุดแชมป์พรีเมียร์ลีกับแบล็คเบิร์น โรเวอร์ก็เห็นด้วยว่าขุมกำลังของปีศาจแดงนั้นไม่สามารถเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกได้แน่นอน “ ไม่ว่าจะมองไปยังฟอร์มาการเล่นหรือตัวผู้เล่นแล้วตอนนี้ทั้งแมนฯซิตี้และลิเวอร์พูลอยู่บนมาตรฐานที่สูงลิบ แมนยูฯยังตามหลังพวกเค้าหลายขุม ถ้าจะให้พวกเค้า(แมนยูฯ)ขยับเข้ามาใกล้ก็คงต้องทุ่มเงินซัก1,000ล้านปอนด์ เราเห็นได้เลยว่าเมื่อโซลชาไม่มีปอล ป็อกบาในสนามเกมของพวกเค้าเปลี่ยนไป สก็อต แม็คโทมิเน่ย์ และเนมานย่า มาติชไม่สามารถทดแทนได้เลย สำหรับฟุตบอลลีกที่เตะกันยาวนาน8-10เดือนแล้ว ผู้เล่นของแมนยูฯยังไม่สามารถยืนระยะได้อย่างแน่นอน ช่องว่างระหว่างตัวจริงกับตัวสำรองมันห่างกันมากเกินไป ”

โซลชาโค้ช ผีเเดง พาดเขียงบ่อนพนันตั้งให้เป็นกุนซือมีสิทธตกงานก่อนเพื่อน

    ถึงแม้ว่าอดีตกองหน้าร่วมรุ่น(คริส ซัตตันค้าแข้งยุคเดียวกับโซลชา)จะออกมาช่วยพูดแก้ตัวให้แล้วก็ตาม ทว่าก็ยังไม่แน่ว่าโอเล่ กุนน่า โซลชาจะได้รับโอกาสคุมแมนยูไปจนถึงช่วงเปิดตลาดซื้อ-ขายผู้เล่นรอบหน้า เมื่อบ่อนพนันทั่วเกาะอังกฤษขยับราคาให้เทรนเนอร์ชาวนอร์เวย์เป็นเต็งสองของผู้จัดการทีมที่มีสิทธโดนปลดเป็นรายต่อไป เนื่องจากผลงานของโซลชาหลังคุมแมนยฯมาแล้ว19นัดสามารถเก็บชัยชนะได้เพียง5นัดเท่านั้น อีกทั้งแพ้ไปถึง10เกมนั่นเท่ากับว่าอัตราเฉลี่ยของการทำทีมแพ้สูงถึง50% จนแม้แต่แฟนปีศาจแดงก็ยังงงที่สถิติตกต่ำขนาดนี้เป็นไปได้ยังไงที่โซลชายังไม่โดนไล่ออกไปเสียที

     กระแสกดดันให้เปลี่ยนแปลงบทบาทผู้จัดการทีมในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดนั้นดูจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพราะแม้แต่ฟิล โจนส์กองหลังที่อยู่ในช่วงพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บก็ยังเผลอตะโกนขับไล่โซลชาในสนามอีกด้วย ซ้ำร้ายคือกล้องถ่ายทอดสดเจ้ากรรมดันจับภาพไว้ได้อีกต่างหาก จนทำให้วิจารณ์กันไปต่างๆนาๆว่าผู้เล่นของแมนยูเองก็ชักจะไม่ชอบใจที่จะทำงานกับโซลชาอีกต่อไป

บาเยิร์น ร้องไห้หนักมากชวดใช้งานดาวิดอลาบาที่เจ็บนานร่วมเดือน

บาเยิร์น

    เรียกว่าปีนี้บาเยิร์นมิวนิคเปิดฤดูกาลได้ไม่ราบรื่นนักเมื่อลงเตะศึกบุนเดสลีก้าไปแล้วสี่นัดชนะสองและเสมอสองรั้งอันดับสี่ของตาราง ทว่านอกจากผลงานยังไม่ติดลมแล้วปรากฎว่าขุมกำลังผู้เล่นก็ยังมีปัญหาเพิ่มเข้าไปอีกเมื่อแบ็คซ้ายตัวเก่งอย่างดาวิด อลาบาก็เพิ่งล้มเจ็บในระหว่างการวอร์มก่อนลงสนามกับแอร์เบ ไลป์ซิก และจะต้องห่างหายไปอย่างน้อย3สัปดาห์ด้วยกัน

    นิโก้ โควัชนายใหญ่บาเยิร์น มิวนิคจำต้องส่งลูคัส แฟร์กนอนเดซลงรับผิดชอบพื้นที่เกมรับฝั่งซ้ายอย่างกะทันหันจนทำให้เสือใต้ฟอร์มฝืดบดกับไลป์ซิกไม่ลงในเกมลีกนัดล่าสุดและภายหลังจากที่ให้ทีมแพทย์ได้วินิจฉัยอย่างละเอียดแล้ว เทรนเนอร์ชาวโครแอตก็ได้ออกมาอัพเดตอาการบาดเจ็บอลาบาด้วยตัวเอง “ ดาวิดมีอาการกล้ามต้นขาเนื้อฉีกมันไม่ได้รุนแรงอะไรมาก แต่เค้าก็ยังต้องพักอีกอย่างน้อยสามสัปดาห์ น่าเห็นใจแทนเค้า ดาวิดเป็นนักสู้เค้าไม่อยากพลาดการมีส่วนร่วมกับทีม ยิ่งตอนนี้เรากำลังเพิ่มโปรแกรมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเข้ามาอีก นั่นทำให้พวกเราที่เหลือต้องสู้เพื่อเค้าเช่นกัน ”

โควัชนายใหญ่ บาเยิร์น ไม่กังวลเชื่อมือลูคัสแฟร์กนอนเดซรับงานแทนได้อย่างชิลๆ

    แม้ว่าผลงานในเกมกับไลป์ซิกจะเห็นได้ว่าพื้นที่แบ๊คซ้ายจะโดนเจาะอยู่บ่อยครั้ง ทว่านิโก้ โควัชก็ยังคงเชื่อว่าลูคัส แฟร์กนอนเดซจะสามารถรับมือกับช่วงที่ทีมหมดสิทธิใช้งานดาวิด อลาบาได้อย่างสบาย “ เราไม่ห่วงกับตำแหน่งนี้เลย(แบ็คซ้าย)ในเมื่อเรามีลูคัส(แฟร์กนอนเดซ)ที่คว้าแชมป์โลกกับทีมชาติฝรั่งเศสมาแล้ว เค้าเป็นตัวเลือกที่ทดแทนได้อย่างแน่นอน เราเชื่อมั่นว่าลูคัสจะทดแทนได้อย่างสบาย ”

    โดยลูคัส แฟร์กนอนเดซเพิ่งจะย้ายมาจากแอตเลติโก้ มาดริดด้วยค่าตัว80ล้านยูโรในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าดีลการซื้อขายผู้เล่นในแนวรับที่แพงเป็นอันดับหนึ่งของลีกเยอรมัน สาเหตุที่ราคาค่างวดของการย้ายทีมของแบ๊คซ้ายชาวฝรั่งเศสรายนี้แพงยับนั้นเป็นผลมาจากผลงานเจ้าตัวกับทีมตราหมีนั้นแจ่มเจ๋วมากเมื่อเค้าคว้าแชมป์ยูโรป้าลีก และยูฟ่าซุปเปอร์คัพมาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าตัวยังเป็นหนึ่งใน23ขุนพลที่พาทัพตราไก่(ทีมชาติฝรั่งเศส)คว้าแชมป์เวิลด์คัพ2018มาได้สำเร็จอีกต่างหาก โดยฟูลแบ็ควัย23ปีลงเล่นให้เสือใต้ไปแล้ว258นาที โดยนับเป็นการลงเล่นเป็นตัวจริงในบุนเดสลีก้าสามนัด และลงเล่นเป็นตัวสำรองในศึกเดเอฟเบโพคาลอีกหนึ่งนัดด้วยกัน

บาเลนเซีย ปลดมาร์เซลิโน่ ด่วนเหนือแสงทั้งที่เปิดลีก3นัด

บาเลนเซีย

   ทั้งที่มาร์เซลิโน่ การ์เซีย เทรนเนอร์คนเก่งของบาเลนเซียเพิ่งจะพาทีมจบอันดับสี่ในลาลีก้า แถมคว้าแชมป์โกป้า เด เรย์มาหมาดๆจากซีซั่นที่แล้ว และผลงานในลีกปีนี้ก็ยังไม่ได้ตกอับอะไรมากมายเมื่อพวกเค้ายังรั้งอันดับ10ในศึกลาลีก้าด้วยการแพ้ไปแค่นัดเดียว ทว่าในที่สุดกุนซือชาวสเปนก็ต้องว่างงานเป็นรายแรกของปีนี้ เมื่อบาเลนเซียประกาศแยกทางกับเค้าเสียดื้อๆ

   “ สโมสรบาเลนเซียขอยุติบทบาทการทำงานของมาร์เซลิโน่นับแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเราขอขอบคุณการทำงานอย่างมืออาชีพของเค้า และหวังว่าเค้าจะประสบความสำเร็จในหนทางข้างหน้า ” บาเลนเซียแถลงการณ์เกี่ยวกับการไล่ออกผู้จัดการทีมอย่างปัจจุบันทันด่วน

บาเลนเซีย ป่วนอีกอาจเฉดหัวผอ.กีฬาอเลมานี่ตามไปด้วยอีกราย

   ชนวนเหตุของการเปลี่ยนแปลงบทบาทการทำงานของบาเลนเซียในครั้งเป็นผลมาจากความไม่ลงรอยระหว่างกุนซืออย่างมาร์เซลิโน่ และประธานสโมสรอย่างปีเตอร์ ลิม โดยกุนซือชาวสเปนไม่พอใจที่เจ้าของทีมชาวสิงคโปร์เข้ามาก้าวก่ายเรื่องการเลือกซื้อผู้เล่น จนนำไปสู่การโดนสั่งปลดออกจากตำแหน่งในครั้งนี้ ซ้ำร้ายคือมีความเป็นไปได้ที่มาติยอร์ อเลมานี่ผู้อำนวยการกีฬา(พวกเดียวกับมาร์เซลิโน่)ก็อาจเป็นรายต่อไปที่โดนหางเลข ซึ่งถือว่าไม่เป็นผลดีต่อสภาพจิตใจของนักเตะในทีมเลยเนื่องจากพวกเค้ากำลังมีโปรแกรมลงเล่นทั้งในลีก และถ้วยยุโรปรออยู่นั่นเอง

   มาร์เซลิโน่กุนซือที่ต้องแยกทางไปนั้นเป็นขวัญใจของเหล่าแฟนบอลค้างคาวเป็นอย่างมาก เมื่อเค้าเพิ่งจะพาทีมปราบบาเซโลน่าไป2-1ในนัดชิงชนะเลิศถ้วยโกป้า เด เรย์ ยิ่งแล้วทีมของพวกเค้าที่กำลังมีคิวต้องบุกไปเยือนคัมป์นูในอีกไม่กี่วันโดยไร้กุนซือผู้เคยปราบเจ้าบุญทุ่มมาแล้วก็ยิ่งทำให้พวกเค้าหวั่นใจว่าจะไม่ได้ผลการแข่งขันที่เป็นใจ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเค้าก็กำลังจะมีคิวลงเตะรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกกับเชลซีอีกด้วย

   ภายหลังจากที่ประกาศปลดกุนซือได้ไม่กี่อึดใจ บาเลนเซียก็ได้ประกาศให้อัลเบิร์ต เซลาเดสให้มารับตำแหน่งกุนซือแทน โดยเซลาเดสอดีตกองกลางของบาเซโลน่าซึ่งเคยฝึกวิชาระหว่างเป็นผู้ช่วยของยูเลน โลเปเตกีกุนซือมากประสบการณ์อีกคนของลีกสเปน กระนั้นแฟนบอลไอ้ค้างคาวก็ยังคงเป็นกังวลอยู่ดี เพราะนี่เพิ่งจะเป็นการรับงานผู้จัดการทีมเป็นครั้งแรกของอัลเบิร์ต เซลาเดส

แมนยู ไม่มีวันยิงกระจุยหากวางแรชฟอร์ดค้ำแดนหน้าโอเว่นยืนยัน

แมนยู

   ถ้าพูดถึงกูรูนักเจิมตัวพ่อแห่งเกาะอังกฤษ หลายคนคงยกให้ไมเคิล โอเว่นเป็นนักวิจารณ์เบอร์ต้นๆ และเมื่อถึงคราวที่เจ้าของฉายา “เจ้าหนูมหัศจรรย์ ” ต้องพูดถึงผลงานกองหน้าตัวความหวังของแมนยูอย่างมาร์คัช แรชฟอร์ด เจ้าตัวก็สับรุ่นน้องอย่างไม่มีชิ้นดี ทั้งยังตำหนิโอเล่ กุนน่า โซลชากุนซือใหญ่ของแมนยูด้วยที่ตาไม่ถึงพอจนแยกไม่ออกว่าแรชฟอร์ดควรได้เล่นตำแหน่งไหน

   “ ผมว่าเราทั้งคู่(ตัวโอเว่นและโซลชา)ต่างเป็นกองหน้าด้วยกันทั้งคู่ เราย่อมรู้ได้ว่ากองหน้าที่ดีมีทัศนคติอย่างไร หรือแม้แต่สัญชาตญาณที่มันจะแสดงออกมาได้เองถ้าคุณมีมัน ซึ่งที่พูดมานั้นมันไม่ใช่จุดเด่นของแรชฟอร์ดเลย ผมเคารพในฝีเท้าของแรชฟอร์ดนะ ผมไม่ได้บอกว่าเค้าไม่เก่ง แค่โซลาควรคาดหวังอะไรจากเค้าในสนาม ” โอเว่นตั้งสงสัยในตำแหน่งศูนย์หน้าของแรชฟอร์ด

โอเว่นอดีตเเข้ง แมนยู ชี้เพชฌฆาตต้องเห็นแก่ตัวซึ่งแรชฟอร์ดยังไม่เหี้ยมไม่พอ

   ไมเคิล โอเว่นถูกยกให้เป็นสุดยอดหัวหอกเมื่อครั้งยังค้าแข้ง แม้ในช่วงที่ร่างกายไม่ฟิตสมบูรณ์เต็มร้อย เซอร์อเล็ก เฟอกูสันก็ยังวางใจให้มาเป็นแนวรุกตัวอะไหล่ของแมนยู ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบแทนปีศาจแดงด้วยจำนวน17ประตูจากการลงสนาม52นัดและพาปีศาจแดงคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้หนึ่งสมัย “ มันมีนักเตะบางจำพวกที่กระหายที่จะยิงประตู เค้าจะหงุดหงิดมากถ้าเค้าไม่มีสกอร์ในเกม คุณดูคริสเตียโน่ โรนัลโด้ซิ ปฏิกิริยาเวลาเค้ายิงไม่เข้าเป็นอย่างไร สิ่งนี้คือทัศนคติของการเป็นกองหน้าที่อเกวโร่(กุน ของแมนซิตี้)และแฮรี่ เคน(สเปอร์ส)ต่างก็มีกันทั้งนั้น ”

   “ เทียบกันแล้วแรชฟอร์ดมีคุณสมบัติหลายอย่างที่ผม(โอเว่น)ไม่มี เค้ามีลูกเล่นแปลกมาใช้ในสนาม แต่มันไม่ได้แปลว่าเค้าจะยิงทะลุ20ประตูในหนึ่งฤดูกาล ผมว่าเค้าไม่เหมาะที่จะเป็นศูนย์หน้าตัวความหวัง ” อดีตศูนย์หน้าปีศาจแดงช่วงปี2009-2012ทักท้วง

   มาร์คัช แรชฟอร์ดได้รับความไว้ใจจากโอเล่ กุนน่า โซลชาให้เป็นตัวหลักในแดนหน้า จนถึงขนาดปล่อยตัวโรเมลู ลูกากู และอเล็กซิส ซานเชส เพื่อเปิดทางให้กองหน้าวัย21กะรัตได้สัมปทานแนวรุกชนิดไร้คู่แข่ง ทว่าผลงานของแรชฟอร์ดก็ยังคงไม่เป็นชิ้นเป็นอันเพราะหลังจากทำประตูได้ในเกมนัดเปิดสนามกับเชลซีแล้ว(แมนยูชนะ4-0)เจ้าตัวก็ยังควานหาสกอร์ไม่เจออีกเลย เป็นเหตุให้ปีศาจแดงฟอร์มฝืดไม่ชนะใครติดต่อกันมาแล้วถึงสามเกม

กาลาตาซาราย เปิดตัวรามาเดลฟัลเกาแฟนเดนตายแห่ต้อนรับเรือนหมื่น

กาลาตาซาราย

   หลังจากร่วมหัวจมท้ายกับโมนาโกนานปีในที่สุดรามาเดล ฟัลเกาก็ได้ถือโอกาสอำลาเสียที โดยหัวหอกชาวโคลัมเบียได้เลือกก้าวไปผจญภัยครั้งใหม่กับกาลาตาซารายทีมดังในลีกตุรกี โดยฟาติ เตริมเทรนเนอร์ทีมจอมเถื่อนเชื่อมั่นว่าฟัลเกาจะเข้ามาเติมความดุดันในเกมรุกเพื่อที่จะนำทีมป้องกันแชมป์ตุรีซุปเปอร์ลีกนั่นเอง หลังจากซีซั่นที่แล้วกาลาตาซารายเบียดอิสตันบูลเบรัคเซเฮียเข้าวินด้วยการมีแต้มเหนือกว่าเพียงสองคะแนน

    การอำลาถิ่นสตาด หลุยส์ เดอซ์ของโมนาโกในครั้งนี้จะทำให้รามาเดล ฟัลเกายุติจำนวนประตูที่ยิงรวมในฝรั่งเศสไว้ที่83เม็ดจากการลงเล่น139เกม พร้อมเกียรติประวัติที่นำพาโมนาโกคว้าแชมป์ลีกเอิงอย่างยิ่งใหญ่ในซีซั่น2016/17 และเป็นผู้เล่นเพียงไม่กี่รายที่เหลือรอดอยู่กับโมนาโกนับจนถึงปัจจุบัน(สตาร์คนอื่นๆโมนาโกขายกินเรียบ)

ฟัลเกาถึงตุรกีมีอึ้งแฟน กาลาตาซาราย ยกขบวนรอเจอเป็นครั้งแรกอย่างแน่น

   รามาเดล ฟัลเกาได้เดินทางไปถึงประเทศตุรกีเป็นที่เรียบร้อย และทันที่เจ้าตัวลงถึงสนามบินเมืองอตาเติร์ก เจ้าตัวก็ต้องตกใจอย่างที่สุดเมื่อมีแฟนบอลกาลาตารายกว่าสองหมื่นคนเดินทางมารอต้อนรับ พร้อมร้องเพลงสดุดีดาวยิงคนใหม่อย่างอบอุ่น และทำให้ดาวยิงวัย33กะรัตรู้สึกประทับใจที่เลือกมารับใช้กาลาตาซารายเป็นเวลา3ปี และรับค่าเหนื่อยปีละ5ล้านยูโร

   “ ผมเคยได้ยินกิตติศัพท์ของกองเชียกาลาตาซารายมานาน แต่วันนี้เพิ่งได้รู้ชัดตอนย้ายมาเล่นที่นี่ พวกเค้าวิเศษมาก มันไม่แปลกเลยที่ใครๆต่างหวาดกลัวการมาเล่นทีมเยือนกับเรา กาลาตาซารอยเป็นทีมชั้นนำของยุโรป เรามีประวัติศาสตร์อันยอดเยี่ยม ครั้งหนึ่งเราเคยเป็นทีมม้ามืดในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก  หวังว่าเราจะทำมันได้อีกครั้ง ” ฟัลเกาเล่าถึงประสบการณ์แรกต่อทีมดังในลีกเติร์ก หลังจากย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัว

   ผลงานของฟัลเกาในระยะหลังกับโมนาโกนั้น เจ้าตัวก็ยังคงยิงประตูสำคัญๆให้ทีมได้บ่อยครั้ง(ซีซั่นที่แล้วซัดไป16ประตูจาก39นัดที่ลงเล่นทุกรายการ)แต่ทว่าโมนาโกขายผู้เล่นตัวหลักไปมากมายจนกลายเป็นเพียงทีมหนีตกชั้นเท่านั้น จนกระทั่งสิ้นสุดฤดูกาลที่ผ่านมาทั้งตัวฟัลเกาและโมนาโกต่างเห็นตรงกันว่านี่อาจถึงเวลาที่ต้องแยกทางกัน และเจ้าตัวก็ไม่มีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่ของโมนาโกเลยนับตั้งแต่ลีกเอิงเปิดฤดูกาล

ไลป์ซิก นิ่งสยบกระแสมัดใจแวร์เนอร์ยืดสัญญาไปถึง2023เรียบร้อย

ไลป์ซิก

   ในช่วง2-3ซีซั่นที่ผ่านมานั้นไลป์ซิกทำผลงานในบุนเดสลีก้าได้อย่างน่าชื่นชมจนกลายเป็นทีมกลุ่มหัวตารางมาโดยตลอด ซึ่งการบินสูงของไลป์ซิกส่วนหนึ่งก็เป็นมาจากการยกระดับฝีเท้าของติร์โม่ แวร์เนอร์กองหน้าชาวเยอรมัน จนทำให้ทุกช่วงตลาดซื้อขายผู้เล่น แวร์เนอร์มักจะมีข่าวเกี่ยวข้องกับทีมดังๆในยุโรปมาโดยตลอด บ้างก็ว่าเค้าจะย้ายไปเป็นผู้เล่นของลิเวอร์พูล บ้างก็ว่าเค้าจะโยกไปสวมยูนิฟอร์มเสือใต้ และไลป์ซิกเองก็ต้องหาทางรับมือกับแรงเสียดทานนี้มาโดยตลอด ซึ่งแม้แต่ตัวนักเตะอย่างแวร์เนอร์เองก็ยังเล่นสงครามประสาทกับต้นสังกัดด้วยการเตะถ่วงการต่อสัญญาฉบับใหม่มาโดยตลอด เพื่อหวังว่าไลป์ซิกจะแตกตื่นกลัวเสียนักเตะไปแบบฟรีๆแล้วตอบรับข้อเสนอจากทีมใดซักทีม

   ก่อนหน้านี้แวร์เนอร์แสดงท่าทีมาตลอดว่าจะไม่ต่อสัญญากับไลป์ซิกอีกในขณะที่สัญญาผูกมัดก็เหลือเพียงไม่นาน(หมดสัญญาเดิม2020) โดยหวังใจว่าหากมีข้อเสนอเข้ามาในช่วงเวลาดังกล่าวไลป์ซิกจะยอมใจอ่อนให้ย้ายทีมสมใจ  ทว่าเมื่อก้าวล่วงเข้าสู่ช่วงซัมเมอร์ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีทีมใดแสดงความสนใจอย่างจริงจัง “ ติโมร์แสดงเจตนาที่จะไม่ต่อสัญญากับเรา และเราก็พร้อมขายเค้าในช่วงที่สัญญาเค้าเหลือไม่ถึง12เดือน แต่ก็ยังไม่ทีมไหนยื่นข้อเสนอเข้ามาเลย เราทำงานกันแบบมืออาชีพและเค้าก็ยังคงเล่นเต็มที่เหมือนที่แล้วมา แต่ผมก็อดห่วงไม่ได้ว่าแฟนบอลจะรู้สึกับเค้าอย่างไร? ก็เค้าย้ายมาเป็นขวัญใจเราตั้งแต่เค้ายังไม่ดังแบบนี้เลย ” ราล์ฟ รังนิคผู้อำนวยการกีฬาของไลป์ซิกแถลง

แวเนอร์เบื่อที่จะรอกลับใจตอบรับต้นสังกัดอยู่ช่วย ไลป์ซิก แบบยาวๆ

   และการที่ไม่ข้อเสนอ35ล้านปอนด์(ตัวเลขที่ไลป์ซิกต้องการ)ยื่นเข้ามาเสียที ก็ทำให้ติร์โม่ แวร์เนอร์เริ่มกลับมาคิดทบทวนดูใหม่ และเมื่อวันที่25สิงหาคมที่ผ่านมาเว็บไซต์สโมสรอย่างเป็นการของไลป์ซิกก็ได้ประกาศผ่านโลกออนไลน์ว่าพวกเค้าได้บรรลุข้อตกลงยืดสัญญากับหัวหอกดีกรีทีมชาติเยอรมันไปจนกระทั่งปี2023เป็นที่เรียบร้อย โดยนับเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของไลป์ซิกเนื่องจากก่อนหน้านี้พวกเค้าเสียนักเตะตัวหลักอย่างนาบี เกอิต้าให้กับลิเวอร์พูล จนทำให้แฟนบอลของพวกเค้าเตรียมใจที่จะเสียแวร์เนอร์ไปตั้งแต่จบซีซั่นที่แล้ว ทว่าในที่สุดดาวเตะวัย23ปีกลับทำเซอร์ไพรซ์ด้วยการต่อสัญญากับทีมออกไปอีก3ปี