ลูกากู รับมูรินโญ่คือผู้จัดการทีมที่ควรแก่การเคารพอย่างยิ่ง

ลูกากู

   แม้จะมีแมนยูเป็นเพียงอดีตต้นสังกัดเท่านั้น ทว่าโรเมลู ลูกากูที่ปัจจุบันกำลังฝึกซ้อมอยู่กับอินเตอร์มิลานก็ได้ออกมาบอกเล่าถึงเรื่องราวที่ผ่านมาระหว่างที่รับใช้ทีมปีศาจแดง โดยเจ้าตัวยอมรับว่าที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเอ่ยปากเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะไม่อยากให้ข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อสปริริตในทีม แต่ในเมื่อตอนนี้เจ้าตัวไม่มีความสัมพันธ์ใดๆกับแมนยูแล้ว จึงขอออกมาแฉบ้าง “ มูรินโญ่เป็นคนตรงไปตรงมาอย่างมาก เค้าจะแสดงออกในที่เชื่อพูดในสิ่งที่เค้าต้องการ และนั่นก็ทำให้ผมมีปากเสียงกับเค้าในบางครั้ง แต่เราไม่เคยเก็บมันไปคิดต่อ เราก็ยังร่วมงานกันแบบมืออาชีพ ซึ่งผมยอมรับว่าเค้าปฏิบัติกับผมเป็นอย่างดี นั่นทำให้ผมเคารพเค้ามาก น่าเสียดายที่ตอนนี้เค้าไม่อยู่ที่นั่นแล้ว ” ดาวยิงวัย26ปีเอ่ยถึงอดีตเจ้านาย

แมนยูอคติกับนักเตะทำ ลูกากู ไม่โอเคจนคิดเปิดตูดมาซบงูใหญ่

   ตราบเมื่อปีศาจแดงเปลี่ยนให้โอเล่ กุนน่า โซลชามาแทนที่มูรินโญ่กองหน้าร่างยักษ์อย่าง โรเมลู ลูกากูก็กลับกลายเป็นส่วนเกินจนได้รับโอกาสลงสนามอย่างจำกัดจำเขี่ย “ฟอร์มของผมกับแมนยูเอาจริงๆผมว่ามันไม่ได้แย่มากนะ แต่ก็นั่นละผมก็โดนแฟนบอลตำหนิเรื่องนั่นเรื่องนี้อยู่ตลอด ยิ่งเวลาผลงานไม่เป็นใจ ลูกากูจะกลายเป็นชื่อแรกที่ถูกด่า ทั้งๆที่คนเล่นแย่ในเวลานั้นมันไม่ใช่ผมเลย มันน่าเจ็บปวดเมื่อแฟนบอลไม่สนับสนุนเรา และนั่นทำให้ผมเริ่มคิดว่าบางทีผมอาจจะอยู่ผิดที่ก็ได้ ”

   เจ้าของสถิติทำ15ประตูในซีซั่นก่อนกับแมนยูยังกล่าวเสริมถึงการเลือกอำลาทีมเมื่อไม่นานมานี้ “ สไตล์การทำทีมของโซลชาเน้นการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาซึ่งผมก็เล่นแบบนั้นกับทีมชาติ แต่มันตลกที่มีคนบอกว่าผมเล่นไม่เข้าระบบ บอลสไตล์ของแมนยูไม่ได้ต่างกับทีมชาติเบลเยี่ยมเลย แล้วกองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยมก็เป็นผม มันไม่สมเหตุสมผลเลย เมื่อผู้จัดการทีมหมดความไว้ในตัวคุณ คุณก็ต้องไปมันก็แค่นั้น ”

   ทว่ามีคนชังก็ยังมีคนรักเมื่ออันโตนิโอ คอนเต้กุนซือที่แอบชื่นชอบฝีเท้าของลูกากูมาตั้งแต่เมื่อครั้งรับงานที่เชลซี ได้รบเร้าให้อินเตอร์ทุ่มเงินถึง73ล้านปอนด์เพื่อดึงตัวศูนย์หน้าดีกรีทีมชาติเบลเยี่ยมมาใช้งานแทน และในเวลานี้ลูกากูกำลังเร่งลดน้ำหนักเพื่อให้มีความฟิตเพียงพอที่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงกับทัพงูใหญ่ในเกมแรกของฤดูกาล ซึ่งจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของเลชในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ซาวิช โชว์หล่อสดุดีฟ้าขาวไม่สนย้ายไปอังกฤษอย่างที่เป็นข่าว

ซาวิช

   ด้วยความฉกาจฉกรรจ์ในฝีเท้าของเซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิชกองกลางตัวเก่งของลาซิโอ ทำให้ช่วงซัมเมอร์นี้ทีมอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง และแมนยูคอยตามส่งขนมจีบมาโดยตลอด ทว่าตราบจนตลาดนักเตะใกล้จะปิดตัวลงแล้วก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะมีการเจรจาซื้อขายกับมิลินโควิช-ซาวิชแต่อย่างใด จนตัวนักเตะต้องออกมาสยบข่าวลือด้วยตัวเองว่าเค้าไม่เคยมีใจต่อทีมปีศาจแดงอย่างที่เป็นข่าว และจะยังคงเต็มใจรับใช้เบียงโคเชเลสเต้ต่อไป

แมนยูเล็ง ซาวิช มาตั้งแต่ยุคมูรินโญ่แต่ไม่เคยมีข้อเสนอยื่นเข้ามา

   แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดให้ความสนใจเซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิชมาตั้งแต่ตุลาคมปีก่อน ภายใต้การคุมทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ โดยเทรนเนอร์จอมปากดีได้เดินทางไปชมเกมทีมชาติที่ซาวิชลงรับใช้เซอร์เบีย(ลงเตะกับมอนเตเนโกร) และถึงแม้ปีศาจแดงจะก้าวเข้าสู่ยุคของกุนซือใหม่อย่างโอเล่ กุนน่า โซลชาความสนใจในมิดฟิลด์ลาซิโอก็ยังคงไม่เสื่อมคลาย ทว่าดูเหมือนแมนยูจะติดขัดปัญหาเรื่องความชัดเจนในสถานะของปอล ป็อกบาที่ยังไม่แน่ชัดว่าจะย้ายออกหรืออยู่เป็นจอมทัพคนสำคัญต่อไป

   ด้านประธานสโมสรลาซิโอก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าพร้อมพิจารณาทุกข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับเซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช ทว่าก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ กระทั่งตัวเจ้าของเรื่องต้องออกมาสยบข่าวลือการย้ายทีมด้วตัวเอง “ ผมเป็นนักเตะของลาซิโอและผมภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ และผมไม่มีวันบอกกับทีมว่าขายผมเถอะผมอยากไปเล่นให้แมนยู ผมให้ความเคารพลาซิโอและทุกๆทีมเสมอ แต่ก็ยังมีข่าวออกมาทุกวันว่าผมตกลงกับแมนยูได้แล้วรอแค่ให้ต้นสังกัดยอมปล่อยตัว ซึ่งมันเหลวไหลสิ้นดี ” ว่ากันว่าข้อเสนอที่จะทำให้อินทรีฟ้าขาวยอมเปิดใจคุยด้วยน่าจะไม่ต่ำกว่า120ล้านยูโร ซึ่งเม็ดเงินจำนวนนี้แมนยูจำเป็นต้องขายปอล ป็อกบาออกไปจากทีมก่อนเท่านั้น ซึ่งนั่นทำให้ปีศาจแดงยังคงไม่ยื่นข้อเสนอใดๆให้ลาซิโอพิจารณา

   เซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิชกองกลางวัย24ปีเข้ามารับบทจอมทัพของลาซิโอในซีซั่น2015/16 ภายหลังจากสะสมแม็ตซ์ลงสนามไป163นัดยิงไปทั้งหมด31ประตู ก็ผลักดันให้ดาวเตะเซอร์เบียกลายเป็นนักเตะที่เนื้อหอมอีกรายของยุโรป และต้องลุ้นต่อไปว่าจะซาวิชจะได้สโมสรใหม่เป็นทีมใด

คูตินโญ่ เทพตกสวรรค์ที่กำลังกลายเป็นตัวแถมการเจรจาของบาซ่า

คูตินโญ่

   ฟุตบอลลูกกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ นี่เป็นวลีอันแสนคลาสสิคทว่ามันกับสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันของฟิลิเป้ คูตินโญ่เสียเหลือเกิน เนื่องจากเมื่อสองปีก่อนคูตินโญ่มีสถานะเป็นขวัญใจของชาวเดอะค็อป ช่วงเวลาอันหวานหอมนั้นดาวเตะชาวบราซิลเลี่ยนเป็นที่หวงแหนของลิเวอร์พูล เจอร์เกน คล็อปป์ได้พยายามทำทุกทางเพื่อปัดป้องข้อเสนอที่ยื่นเข้ามายังแอนฟิลด์ ทว่าในที่สุดคูตินโญ่เองกลับแจ้งความประสงค์ว่าต้องการขอขึ้นบัญชีขาย และนั่นทำให้เจ้าตัวได้กลายเป็นสมาชิกใหม่ของบาร์เซโลน่าสมใจท่ามกลางความผิดหวังของแฟนบอลลิเวอร์พูล แต่เมื่อเวลาเดินไปข้างหน้ามาถึงจุดนี้ชีวิตไม่น่าเชื่อว่าจากนักเตะอันเป็นที่เทิดทูนของแฟนบอลอังกฤาจะกลายเป็นเพียงตัวแถมในการสลับขั้วกับเนย์มาร์(แลกแบบบาซ่าต้องเสียเงินส่วนต่างเพิ่มอีกต่างหาก)ตัวแถมที่ไม่มีแฟนบอลบาซ่าแสดงความอาลัยอาวรคูตินโญ่เลยแม้แต่น้อย

ลิเวอร์พูลได้มอบบทเรียนอันล้ำค่าให้กับ คูตินโญ่ ประเมินขีดจำกัด?

  มองกลับมาที่ลิเวอร์พูลที่ตรงนี้ก็มีโม ซาล่าที่ก้าวขึ้นเป็นขวัญใจคนใหม่แล้ว ไม่แปลกเลยที่กระแสการดึงตัวคูตินโญ่กลับไปเล่นกับลิเวอร์พูลอีกครั้งจะไม่มีอะไรคืบหน้า หรือหากจะมองไปยังชีวิตใหม่ในเปเอสเชที่มีลุ้นว่าต้องย้ายไปแทนที่เนย์มาร์ ทว่าปารีส แซงต์ แชร์กแมงก็ตอกกลับชนิดไม่ไว้หน้าว่าคูตินโญ่ไม่ใช่นักเตะที่พวกเค้าต้องการ(หากอยากได้เนย์มาร์ก็ต้องเสนอเงินมาไม่ต่ำกว่า200ล้านปอนด์เท่านั้น) อะไรทำให้เพลเมกเกอร์ที่ครั้งหนึ่งเคยเนื้อหอมฟุ้งที่สุดในยุโรปกลายเป็นนักเตะเกรดธรรมดาๆที่ไม่มีทีมไหนเหลียวแลอีกแล้ว?

    มันคือความผิดพลาดสำหรับคูตินโญ่ที่ย้ายออกจากลิเวอร์พูลทั้งที่ยังไม่ได้พิสูจน์ผลงานแบบเป็นชิ้นเป็นอันได้เลย นั่นสรุปได้ว่าเพลย์เมกเกอร์ชาวแซมบ้าใจร้อนเกินไป มัวแต่คิดที่จะก้าวไปข้างหน้าโดยที่ปีกยังไม่แข็ง(แต่อยากออกบินเสียแล้ว) แล้วสุดท้ายผลงานกับบาร์เซโลน่าก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคูตินโญ่อาจจะเป็นนักเตะที่เก่งแต่ยังไม่ถึงจุดที่เรียกว่าเก่งจนเล่นกับทีมไหนๆก็ได้ ครั้งหนึ่งเจอร์เกน คล็อปป์ได้มอบทั้งความไว้วางใจและอิสระในการเล่นให้กับเค้า แต่เค้าไม่ได้รับความไว้วางใจขนาดนั้นที่สเปน อีกทั้งเค้าตั้งคำถามถึงขีดจำกัดของลิเวอร์พูล(ว่าจะคว้าแชมป์ได้ไหม?)แต่กลับลืมทบทวนขีดจำกัดของตัวเอง(ไปบาซ่าแล้วกลายเป็นนักเตะธรรมดาๆไม่มีใครจำ ไม่โดดเด่นอีกแล้ว) และนั่นทำให้อนาคตของคูตินโญ่ที่เคยเคยสดใสกลายเป็นมืดมนในพริบตา

นาอิงโกลัน คืนสู่เหย้าหลังตอบรับสัญญายืมตัวกับกายารี่1ซีซั่น

นาอิงโกลัน

   รัดย่า นาอิงโกลันคืนถิ่น ซาร์เดนย่า อารีน่า อีกครั้ง เมื่อตอบตกลงสัญญายืมตัวเป็นเวลา12เดือน ทำให้นาอิงโกลันจะได้กลับมาเป็นนักเตะของสโมสรกายารี่เป็นคำรบสอง หลังจากที่เจ้าตัวเคยรับใช้ทีมชาวเกาะในช่วงซีซั่น2010-2014 โดยสื่อในอิตาลี่เชื่อว่านาอิงโกลันเองเคยมีปัญหาทางด้านวินัยจนอินเตอร์ไม่ปลื้มจนต้องตัดอนาคตด้วยการระบุว่าเจ้าตัวไม่อยู่ในแผนการทำทีมของกุนซือคนใหม่ จนต้องจำใจตอบรับการย้ายออกในครั้งนี้

กายารี่มีแฟนบอลเหนียวแน่น นาอิงโกลัน จึงตอบตกลง

   อดีตสตาร์ทีมชาติเบลเยี่ยมดูเหมือนจะหมดอนาคตกับอินเตอร์มิลานอย่างสิ้นเชิง และถึงแม้ว่ามีฟิออเรนติจะให้ความสนใจมาโดยตลอด ทว่าในที่สุดดาวเตะจอมซ่าก็ตัดสินใจกลับรังเก่า “ ผมแฮปปี้ที่จะได้กลับมาลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลกายารี่อีกครั้ง พวกเค้าวิเศษมากและมันเป็นการตัดสินใจที่ง่ายมากๆ ผมอาจได้คุยกับทีมอื่นๆบ้างก่อนเซ็นสัญญาครั้งนี้ ทว่ากายารี่คือทางเลือกที่ใช่ที่สุด ผมเคยมีช่วงเวลาดีๆที่นี่ และตอนนี้ผมจะสานต่อสิ่งสวยงามเหล่านั้น เราจะได้เห็นกัน ”

   นาอิงโกลันยังยอมรับเพิ่มว่าตอมมาโซ่ จิอันลูนี่ประธานสโมสรกายารี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ตอบรับสัญญาฉบับนี้ “ ท่านประธานทำให้ผมประทับใจตั้งแต่แรกเริ่ม เค้าให้เกียรติและทำทุกอย่างเพื่อให้ดีลนี้ราบรื่น ผมซาบซึ้งใจจริงๆ ” ในอดีตรัดย่า นาอิงโกลันเคยใช้กายารี่เป็นพื้นที่สำแดงฝีเท้าก่อนจะได้ย้ายไปเล่นกับโรม่าและอินเตอร์ตามลำดับ

   ว่ากันว่าการมาของอันโตนิโอ คอนเต้เจ้านายคนใหม่ในทีมอินเตอร์นั้น เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อนาคตของรัดย่า นาอิงโกลันต้องพลิกผัน ทั้งที่เมื่อซีซั่นที่แล้วเจ้าตัวก็ทำผลงานกับงูใหญ่ได้ในระดับน่าพอใจ แต่ทว่าภายหลังจากที่ทีมได้กุนซือคนใหม่ไม่นาน สโมสรอินเตอร์มิลานก็ได้แถลงการณ์ว่าทั้งรัดย่า นาอิงโกลันและเมาโร อิคาร์ดี้ล้วนเป็นส่วนเกินของทีม เพราะไม่อยู่ในแผนการทำทีมของคอนเต้อีกต่อไป และยังแนะนำให้ทั้งคู่สามารถมองหาสโมสรใหม่ได้เลย เป็นอันทำให้นาอิงโกลันจำต้องยุติบทบาทในฐานะนักเตะของเนรัซซูรี่ไว้เพียง29นัดและยิงไป7ประตู แม้ว่าเค้าจะเพิ่งโดนอินเตอร์ซื้อตัวมาร่วมทีมเมื่อซีซั่นก่อนด้วยค่าตัวถึง38ล้านยูโรก็ตาม

อาร์เซนอล เจียมตัวเล็งเช่าลูกานี่แทนที่กัปตันกอสที่น่าจะลาทีมแน่

อาร์เซนอล

   ยังคงไว้ลายในด้านการใช้เงินน้อยเสมอมาสำหรับ อาร์เซนอล ที่เม็ดเงินซื้อขายผู้เล่นก็มักทะยอยจ่ายเป็นงวดหรือไม่ก็หาช่องทางเซ็นสัญญาแบบยืมตัว ทั้งหมดนำพาพวกเค้าสู่โปรเจกใหม่ในแนวทางประหยัดงบเช่นเดิม เมื่อมีข่าวว่า อูไน เอเมรี่ หวังจะเซ็นสัญญายืมตัว ดานิเอเล่ ลูกานี่ กองหลังของยูเวนตุส มาเป็นตัวเลือกในเกมรับ เพื่อนสแตนบายด์ โรล็อง กอสเซียนี่ กัปตันทีมที่งัดข้อไม่ยอมเดินทางไปอุ่นเครื่องปรีซีซั่นกับทีม และคงมีอันต้องแยกทางกับสโมสรในไม่ช้า ซึ่งหากดีลนี้สำเร็จจะทำให้ ลูกานี่ กลายเป็นแข้งที่ถูกเซ็นภายใต้เงื่อนไขยืมตัวเป็นรายที่สองของซีซั่นนี้ หลังจาก ไอ้ปืนใหญ่ เพิ่งเซ็นยืมตัว ดานี่ เซบายอส มาร่วมทีมก่อนแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน

เอเมรี่ส่ายหัวกับผลงานแนวรับ อาร์เซนอล จนต้องหวังพึ่งฝีเท้าลูกานี่

   เพราะ ยูเวนตุส เพิ่งทุ่มเงินก้อนโตคว้ากองหลังตัวใหม่อย่าง มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ จึงทำให้โอกาสลงเล่นของ ดานิเอเล่ ลูกานี่ อาจน้อยลงไปอีก และนั่นทำให้แนวรับชาวอิตาลี่อาจพิจารณาข้อเสนอที่ยื่นเข้ามาในช่วงนี้ โดยทาง อาร์เซนอล พร้อมเดินตามเกม เนื่องจากพวกเค้ากำลังนับถอยหลังที่จะแยกทางกับ โรล็อง กอสเซียนี่ อยู่แล้วโดย ไอ้ปืนใหญ่ น่าจะขอดำเนินการภายใต้สัญญายืมตัวไปก่อนเนื่องจาก อาร์เซนอล กำลังเน้นทุ่มเงินสำหรับดีลของ นิโกล่า เปเป้ นั่นเอง

   ในส่วนของ ดาวิเด้ ทอร์เชีย เอเยนต์ส่วนตัวของ ลูกานี่ เองก็ยืนยันว่ากองหลังหลังวัย 25 ปีได้รับความสนใจจากสโมสรชั้นนำในยุโรปมาโดยตลอด และพวกเค้าเพิ่งจะบอกปัดโอกาสย้ายไป เชลซี มาแล้ว ทว่าหลังจากทีมต้นสังกัดได้เซ็นสัญญาคว้ากองหลังคนใหม่อย่าง มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ เข้ามาก็อาจทำให้ดีลนี้มีโอกาสเป็นไปได้มากขึ้น เนื่องจากแคนดิเดตในแนวรับของทีมม้าลายยังมี เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่และจอร์โจ้ คิเอลลินี่ เป็นตัวทรอดแทรกอยู่แล้วอีกต่างหาก

   เป็นที่รับทราบโดยทั่วกันว่า อูไน เอเมรี่ มีความต้องการจะปฏิวัติเกมรับของ อาร์เซนอล มาโดยตลอด เนื่องจากพวกเค้ามีเกมรับที่ค่อนข้างอ่อนยวบ โดยเชื่อว่าทั้ง คาร์ล เจนกินสัน,สโคดาน มุสตาฟี่,โลร็อง กอสเซียนี่ และคาร์ลั่ม แชมเบอร์ล้วนเป็นนักเตะในกลุ่มที่กุนซือชาวสเปนอยากโละทิ้ง และสร้างแนวรับความหวังใหม่ขึ้นมาทดแทน ซึ่ง ดานิเอเล่ ลูกานี่ ก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากฝีเท้าจะเชื่อใจได้แล้ว เจ้าตัวก็เพิ่งจะมีอายุเพียง 25 ปี จึงมีอายุการใช้งานได้อีกนานนั่นเอง

ลิเวอร์พูล ไม่ยึดติดความหลังหวังเปิดซีซั่นใหม่ด้วยฟอร์มที่ใช่

ลิเวอร์พูล

   ทั้งที่มีฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจในพรีเมียร์ลีกซีซั่นก่อนและมีถ้วยแชมป์UCLติดมือมาอีกต่างหาก ทว่า ลิเวอร์พูล กลับทำผลงานอุ่นเครื่องในช่วงทัวร์เมืองลุงแซมได้ไม่น่าประทับใจนัก โดยลงเล่นไปสามเกมและไม่สามารถเอาชนะได้เลย(แพ้ดอร์ทมุนด์ 2-3 ,แพ้เซบีญ่า 1-2 ,เสมอสปอร์ตติงลิสบอน 2-2 และพ่ายนาโปลี 0-3) แต่ เจอร์เกน คล็อปป์ นายใหญ่หงส์แดงก็ยังเชื่อมั่นว่าลูกทีมได้รับประสบการณ์ที่ดีในช่วงปรีซีซั่น และทีมของเค้าจะลงตัวก่อนเปิดฤดูกาลเพื่อกลับมาสู่เส้นลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อย่างแน่นอน

คล็อปป์ประกาศเริ่มซีซั่นใหม่ ลิเวอร์พูล จะไม่พูดวนเรื่องถ้วยUCLอีก

   กุนซือชาวเยอรมันเพิ่งจะพาทีม ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นสมัยที่ 6 มาหมาดๆ ทว่าอดีตนายใหญ่เสือเหลืองกลับยืนยันว่าเครดิตตรงนั้นไม่ทำให้พวกเค้าเหลิงอย่างแน่นอน “ โดยรวมผมค่อนข้างพอใจกับทิศทางของทีม แม้มันอาจจะยังไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเรา แต่ ลิเวอร์พูล มีความมุ่งมั่นเดียวที่จะเริ่มฤดูกาลให้ได้ดีเหมือนกับซีซั่นก่อน แต่เราต้องรักษาความคงเส้นคงวาให้ดีกว่าเดิม  ซึ่งแรงขับที่ดีก็คือเราต้องไม่ยึดติดกับถ้วยรางวัลหรือชัยชนะเดิมๆ ในเมื่อเรากำลังเข้าสู่ฤดูกาลแข่งขันใหม่แล้ว การเฉลิมฉลองหรือชัยชนะที่ผ่านมาแล้วมันก็เป็นเพียงความทรงจำเท่านั้น เราจะเลิกพูดถึงมัน(แชมป์UCLเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา) เราจะไม่แบกถ้วยUCLลงสนามไปด้วย แต่เราต้องลงสนามเพื่อสร้างโอกาสสัมผัสถ้วยแชมป์ใบใหม่ต่างหาก ”

   ส่วนหนึ่งที่ทำให้นักวิเคราะห์ฟุตบอลหลายสำนักต่างตั้งคำถามถึงโอกาสที่จะทำผลงานให้ยอดเยี่ยมอีกครั้งนั้นอาจไม่ง่ายดายนัก เนื่องด้วยขุมกำลังของทีมที่แทบจะไม่เสริมทัพเลย เพราะนับจนบัดนี้ ลิเวอร์พูล เพิ่งจะได้นักเตะใหม่มาเพียงรายเดียวเท่านั้น แถมยังเป็นการเซ็นสัญญากับแข้งเยาวชนอย่าง เซ็ปป์ ฟาน เดน เบิร์ก ซึ่งมีอายุเพียง 19 (ย้ายมาจาก พีอีซี ซโวลล์ ในลีกฮอลแลนด์)ปีอีกต่างหาก จึงทำให้มีกระแสตำหนิ เจอร์เกน คล็อปป์ ว่าย่ามใจเกินไป(ที่ไม่ซื้อใครเพิ่ม)และไม่แน่ว่าจะพาหงส์แดงบินสูงได้อีกครั้ง โดยในซีซั่นที่ผ่านมาพวกเค้าเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนเชสเตอร์ซิตี้ได้อย่างสนุกและจบซีซั่นด้วยการมีแต้มตามหลังทีมตราเรือใบเพียงแต้มเดียวเท่านั้น โดยโปรแกรมพรีเมียร์ลีก 2019/20นี้ ลิเวอร์พูล จะประเดิมสนามนัดแรกด้วยการเปิดแอนฟิลด์รับการมาเยือนของนอริส ซิตี้ ในวันที่ 10 สิงหาคม

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 กลุ่มจี เข้มข้นสุดๆ แน่นอนบดกันสนุก

การแข่งขันฟุตบอลโลก

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่กำลังจะมาถึงนี้นั้นก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่หลายคนนั้นก็ตั้งหน้าตารอติดตามกันเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งในวันนี้นั้นเราก็จะมาวิเคราะห์ทีมในกลุ่มจีกันนะครับ ซึ่งแน่นอนในกลุ่มนี้นั้นก็จะมีทีมยักษ์ใหญ่ขวัญใจมหาชนอีกด้วย ซึ่งมันน่าจับตามองเหมือนกันนะครับว่าทีมไหนที่จะได้ขึ้นแท่นเป็นจ่าฝูงของกลุ่มนั่นเอง วันนี้เราก็มาดูกันเลยดีกว่านะครับว่าศึกฟุตบอลโลก 2018 ในกลุ่มจีนั้นจะมีทีมอะไรบ้าง ซึ่งรับรองเลยว่าแต่ละทีมนั้นก็จะสู้กันอย่างเต็มที่นั่นเอง

ทุกทีมในกลุ่มจีเตรียมพร้อมที่จะเปิดศึก การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018

ทีมชาติเบลเยี่ยมนั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่อยู่ในกลุ่มจีเหมือนกันนะครับซึ่งความพร้อมในตอนนี้นั้นขอบอกเลยว่าเต็มที่กันอย่างแน่นอนโดยที่ผ่านมานั้นผลงานของทางด้านเบลเยี่ยมนั้นก็สามารถที่จะทำไว้ได้ดีเป็นอ่างมากอีกด้วยนะครับ ซึ่งนับได้ว่าการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้ก็ถือเป็นตัวเต็งที่จะผ่านเข้ารอบต่อไปได้นั่นเอง โดยโอกาสในการเข้ารอบของเบลเยี่ยมนั้นก็มีถึง 80% นั่นเอง ทีมชาติปานามา ในครั้งนี้ก็ถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกนะครับที่จะได้เข้ามาเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2018 หลังจากที่สามารถเอาชนะคอสตาริกามาได้ 2-1 นั่นเอง ซึ่งความพร้อมในตอนนี้ก็นับว่าไม่ค่อยดีสักเท่าไรนะครับเมื่อเทียบกับทีมอื่นๆ เลยทำให้โอกาสในการเข้ารอบนั้นก็มีเพียงแค่ 20% เท่านั้น ทีมชาติตูนิเซีย นั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งก็ถือเป็นการเข้ามาในศึกฟุตบอลโลกในรอบ 12 ปีด้วยกันแต่ก็ประมาทไม่ได้นะครับด้วยฟอร์มการเล่นต่างๆ ก็อาจจะเอาชนะมาได้อย่างสบายนั่นเอง ซึ่งโอกาสที่จะเข้ารอบไปได้นั้นก็มีเพียงแค่ 30% เท่านั้นเอง ทีมชาติอังกฤษแน่นอนนะครับว่าสถิติล่าสุดที่ผ่านมานั้นผลงานต่างๆ ก็ยังไม่สามารถที่จะทำได้ดีเลยนะครับซึ่งในศึกฟุตบอลโลกในครั้งนี้ก็คิดว่าน่าจะสามารถที่จะผ่านเข้ารอบไปได้อย่างสบาย ซึ่งโอกาสที่จะเข้ารอบต่อไปนั้นก็มีมากถึง 80% ด้วยกันอีกด้วย

ทีมชาติเบลเยี่ยมตัวเต็งที่น่าจับตามอง

แน่นอนนะครับว่าศึกฟุตบอลโลกในกลุ่มจีในครั้งนี้นั้นทางด้านทีมชาติเบลเยี่ยมก็ถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากเลยด้วยนักเตะที่มีอยู่ในทีมนั้นบวกกับประสบการณ์ต่างๆ นั้นก็จะทำโอกาสในการทำประตูของเบลเยี่ยมนั้นก็มีสูงอยู่ด้วยกันนั่นเอง เลยไม่แปลกนะครับที่ทางด้านทีมชาติเบลเยี่ยมก็จะเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าจับตามองเช่นกัน