โอลโม่ รับพร้อมรับทุกข้อเสนอชี้ถึงเวลาย้ายออกจากซาเกร็บแล้ว

โอลโม่

   ด้วยผลงานที่โดดเด่นเกินวัยก็ทำให้ดานี่ โอลโม่กลายเป็นชื่อหลายทีมในยุโรปล้วนให้ความสนใจ แล้วที่สำคัญไปกว่าคือตัวนักเตะเองก็ดูเหมือนจะพร้อมที่จะย้ายทีมอย่างเต็มแก่แล้วเช่นกัน

   ดานี่ โอลโม่เคยลับฝีเท้าอยู่กับศูนย์ฝึกลามาเซียของบาเซโลน่า แต่ทว่ากลับต้องย้ายออกมาแจ้งเกิดกับทีมดินาโม ซาเกร็บในลีกโครเอเชีย แม้ว่าจะมีอายุเพียง21ปีแต่โอลโม่กลับฟาดแชมป์ฟุตบอลลีกโครเอเชียมาแล้วถึง4สมัยและฟุตบอลถ้วยโครเอเชียอีก3สมัยซึ่งตรงนี้เองที่ทำให้มิดฟิลด์เลือดกระทิงมองว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องย้ายไปหาความท้าทายใหม่ๆบ้าง “ มันเป็นเรื่องน่ายินดีที่มีข่าวว่าบาซ่าต้องการตัวผมกลับไป ผมได้ประสบการณ์ที่ดีในโครเอเชียมากมาย ซาเกร็บดูแลผมเป็นอย่างดี แต่มันถึงเวลาที่ผมต้องก้าวออกไปสู่การแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น แล้วผมเองก็พร้อมแล้วด้วย ”

    “ ผมมีความสัมพันธ์อันดีกับสโมสร และหวังว่าพวกเค้าจะเข้าใจ เอเยนต์ผมกำลังประเมินทางเลือกในเดือนมกราคม เราคงจะได้เห็นกันว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่างที่บอกผมแค่มองหาทางก้าวไปข้างหน้าในอาชีพนักฟุตบอล ” โอลโม่กล่าวอย่างมีหวัง

แลมพาดชอบกินเด็กหวังพาสิงห์บลูประเดิมเซ็น โอลโม่ 35ล้านยูโร

     ด้านแฟรงค์ แลมพาดที่ปีนี้ดันเด็กสร้างเชลซีขึ้นมาช่วยทีมหลายต่อหลายคนก็หวังที่จะได้ตัวดานี่ โอลโม่เช่นกัน โดยนับตั้งแต่พวกเค้าเสียจอมทัพคนสำคัญอย่างเอแด็น อาซาร์ไปให้กับราชันย์ชุดขาวเชลซีก็ยังไม่ได้นักเตะใหม่มาทดแทนเลยเนื่องจากเชลซีโดนลงโทษห้ามลงทะเบียนนักเตะใหม่(ห้ามซื้อนั่นเอง)ในช่วงซัมเมอร์ แต่ทว่าตอนนี้พวกเค้าพ้นโทษเป็นที่เรียบร้อยแล้วน่าจะเสริมทัพในช่วงหลังปีใหม่ ซึ่งโอลโม่คือแข้งเป้าหมายรายแรกที่แลมพาดต้องการที่ดึงตัวมาร่วมทีมให้จงได้

    โดยโอลโม่ในปีนี้นั้นลงเล่นให้ดินาโม ซาเกร็บไปแล้ว22นัดยิงได้8ประตูและทำทางอีก7แอสซิสต์ ทั้งยังสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งตัวรุกริมเส้น และมิดฟิลด์ตัวกลางซึ่งนั่นก็ละม้ายคล้ายกับบทบาทของอดีตขวัญใจอย่างอาซาร์เป็นอย่างมาก แล้วสนนราคาค่าตัวที่ราว35ล้านยูโรก็ไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับทีมเงินถึงอย่างเชลซี อย่างไรก็ตามสิงห์บลูก็อาจต้องลุ้นหนักที่จะได้ตัวโอลโม่ไปครอบครอง เนื่องจากในเวลานี้เจ้าตัวได้รับความสนใจจากบาเซล่า,แอตมาดริด และโบรุทเซีย มึนเช่นกลัดบัคนั่นเอง

โอนาน่า กังวลปัญหาเหยียดผิวอาจเป็นอุปสรรคสำหรับการย้ายทีม

โอนาน่า

    ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาปัญหาการเหยียดผิวกลับมาเป็นที่พูดถึงกันอย่างหนักในทั้งการแข่งขันฟุตบอลในระดับสโมสร และทีมชาติ และอันเดร โอนาน่านายด่านชาวแคเมอรูนก็เป็นอีกหนึ่งเสียงที่ออกมาช่วยยืนยันว่าปัญหาเรื่องสีผิวกำลังทำลายความก้าวหน้าในเส้นทางค้าแข้ง

    “ มันเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมานาน ผมเข้ามาเล่นฟุตบอลในยุโรปมาแล้วสิบกว่าปีแต่เรื่องสีผิวก็ยังคงวนเวียนอยู่กับชีวิตของผม ผมไม่ชอบมันหรอกแต่มันจะทำอะไรได้ละ?จริงไหม? เพราะแม้แต่คนในวงการฟุตบอลเองก็ยังไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เลย ปีที่แล้วผมทำผลงานได้ดีในยูซีแอล เอเยนต์ผมแจ้งเข้ามาตลอดว่าทีมนั่นทีมนี้ต่างอยากได้ตัวผมทั้งนั้น แต่สุดท้ายมันก็จบลงแค่นั้น พวกเค้าไม่คิดสนับสนุนผู้รักษาประตูผิวดำหรอก ”

     “ ผมเคยคิดว่าผมอาจไม่ดีพอ แต่พอนานวันเข้าผมถึงเริ่มเข้าใจว่ามันไม่ใช่ ตำแหน่งผู้รักษาประตูไม่ค่อยได้รับการปกป้องอยู่แล้ว ยิ่งผมเป็นคนผิวสีมันยิ่งมีโอกาสที่จะเจอปัญหาได้อีกมาก นั่นคือเหตุผลที่มีทีมสนใจในตัวผมไม่ต่ำกว่า5สโมสรแต่มันกลับไม่มีข้อเสนอจริงจังยื่นเข้ามาเลย ” ผู้รักษาประตูของอาร์แจ็ก อัมสเตอร์ดัมกล่าวอย่างน้อยใจ

โอนาน่า รับชินเรื่องเหยียดผิวแล้วแต่ก็หวังว่าซักวันมันจะหมดไป

     อันเดร โอนาน่าเข้าฝึกกับอะคาเดมี่ของบาเซโลน่าตั้งแต่อายุ13ปี ก่อนจะย้ายมาเป็นเยาวชนของอาแจ็กซ์ในอีกสองปีต่อมา ก่อนจะก้าวขึ้นทีมชุดใหญ่ได้ในปี2016 ซึ่งตลอดเวลาเจ้าตัวก็ประสบกับเรื่องการเหยียดสีผิวมาโดยตลอด “ แน่นอนเราทุกคนเชื่อในความเท่าเทียม และอิสรภาพ แต่ปัญหาเรื่องสีผิวมันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานาน มันมีก่อนผมจะเกิดด้วยซ้ำ ฉะนั้นเราคงไม่สามารถลบมันให้หายไปในชั่วข้ามคืน เราได้แต่หวังว่าซักวันมันจะหมดไป ”   

    “ ผมได้ยินมัน(คำเสียดสีเหยียวสีผิวต่างๆ)ในทุกๆเกมที่ลงสนาม ทางเดียวที่จะรับมือกับสิ่งนี้คือคุณต้องไม่สนใจมัน คุณต้องแสดงให้เห็นว่าคุณมีค่า ยิ่งคุณหัวเสีย หรือเรียกร้องอะไรก็ตาม มันมีแต่จะทำให้พวกเค้ามองว่าเราเป็นตัวปัญหามากยิ่งขึ้น ผมลงสนามในทุกๆเกมด้วยแนวคิดที่ต่างออกไป ฉันจะแสดงให้พวกแกเห็นว่าฉันคือผู้รักษาประตูผิวดำที่เก่งที่สุด ยิ่งพวกแกยั่วโทสะฉันก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ” นายด่ายวัย23ปีกล่าวอย่างไว้ลาย

ชิรูด์ เป็นเป้าหมายของอินเตอร์เพื่อเติมกระสุนลุ้นสคูเด็ตโต้เต็มตัว

ชิรูด์

    หลังจากพลิกแซงขึ้นมาเป็นจ่าฝูงในศึกกัลโช่ เซเรียอา อินเตอร์มิลาน ก็ทำให้อันโตนิโอ คอนเต้ชักจะมั่นใจว่าปีนี้จะมีลุ้นแชมป์ลีกเลี่ยนอย่างเต็มตัว จึงทำให้กุนซือคอนเต้หวังที่จะเสริมแกร่งเพื่อให้ทีมสามารถต่อสู้แย่งแชมป์กับทีมม้าลายได้แบบยาวๆ โดยมีเป้าหมายเป็นหัวหอกดีกรีแชมป์ฟุตบอลโลก2018อย่างโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

    แม้ว่าอินเตอร์จะชิงความได้เปรียบเหนือคู่ปรับสำคัญอย่างยูเวนตุสด้วยการมีแต้มเหนือกว่าอยู่สองคะแนน ทว่าคอนเต้ก็รู้ดีว่ายังต้องยืนระยะอีกยาวไกลหากต้องการที่จะแย่งแชมป์ลีกกับทีมที่แข็งแกร่งอย่างเบียงโคเนรี่ แล้วหากได้กองหน้ามากประสบการณ์อย่างชิรูด์เข้ามาช่วยก็น่าจะทำให้ทีมงูใหญ่มีตัวเลือกในแนวรุกเพิ่มขึ้น อีกทั้งดาวยิงเลือดน้ำหอมก็ไม่น่าจะปฏิเสธโอกาสที่จะมาล่าตาข่ายในจูเซปเป้เมอัซซ่าเพราะซีซั่นนี้ชิรูด์ได้กลายเป็นส่วนเกินของเชลซีอย่างเต็มตัว และนักเตะก็กำลังจะหมดสัญญาในช่วงจบฤดูกาลอีกต่างหาก

     อย่างไรก็ตามคาดว่าอินเตอร์น่าจะขอดึงตัวนักเตะมาใช้งานในช่วงปีใหม่เลยโดยคาดการกันว่าชิรูด์น่าจะมีค่าตัวราว5ล้านปอนด์เท่านั้น แม้ว่าจะมีทั้งโอลิมปิค ลียง และคริสตัลพาเลซที่แสดงความสนใจอยู่ด้วย แต่เชื่อว่าดาวยิงวัย33กะรัตน่าจะเลือกมาผจญภัยกับอินเตอร์มิลานมากกว่า เนื่องจากเจ้าตัวอยากถือโอกาสสัมผัสลีกมักกะโรนีซักครั้งเช่นกัน

ชิรูด์ หวังโชว์ผลงานในลีกเลี่ยนเพื่อลุ้นติดทัพไก่ลุยยูโร2020

    โดยดีลนี้เชื่อว่าตัวชิรูด์เองก็ตั้งหน้าตั้งตารออยู่เช่นกัน เนื่องจากเจ้าตัวก็ยังแอบมีหวังที่จะมีชื่อเป็น23ขุนพลทีมชาติฝรั่งเศสที่จะเข้าร่วมชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป2020ในช่วงกลางปีหน้า

    แม้ว่าช่วงที่เป็นสำรองกับเชลซีทีมชาติฝรั่งเศสจะยังคงใจดีเรียกติดธงอยู่ แต่ทว่าตัวชิรูด์เองก็ทราบดีว่าการไม่ได้ลงเล่นกับต้นสังกัดอย่างสม่ำเสมอก็อาจเป็นเหตุผลที่จะทำให้ชื่อโดนหั่นทิ้งก่อนทัวนาเมนต์ได้อยู่ตลอด และยูโร2020นี่ก็น่าจะเป็นทัวนาเมนต์ทิ้งทวนของเจ้าตัวแล้วเนื่องจากอายุอานามก็มากขึ้นๆทุกที

    โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์เองขึ้นชื่อว่าเป็นนักเตะจอมทุ่มเท ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่อันโตนิโอ คอนเต้ชื่นชอบอยู่แล้ว จึงมีโอกาสเป็นไปได้ไม่น้อยที่หัวหอกชาวฝรั่งเศสจะกลับมาคืนฟอร์มอีกครั้งในสีเสื้อน้ำเงินดำของอินเตอร์มิลาน

บัตต์ เผยเสียดายยานาไซถ้ายังอยู่แมนยูยุคโซลชามีหวังเกิดแน่

บัตต์

    จะเห็นได้ว่าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในเงื้อมมือของโซลชานั้นเป็นห้วงเวลาที่แข้งดาวรุ่งมีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเองกันโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น ดาเนี่ยล เจมส์,อั๊กเซล ตวนเซเบ้,เมสัน กรีนวู้ด และสก็อต แม็คโทมิเนย์ ต่างมีชื่อลงเล่นกันอยู่บ่อยครั้ง แม้จะเป็นภาพที่น่าประทับใจสำหรับสาวกอสูรแดง ทว่าสำหรับนิกกี้ บัตต์อดีตมิดฟิลด์คนดังของปีศาจแดงกลับรู้สึกเสียดายแทน อัดนาน ยานาไซปีกทีมชาติชาวเบลเยี่ยมที่น่าจะมีโอกาสได้โชว์ของหากยังอยู่ในทีมยุคนี้

    นิกกี้ บัตต์ที่ปัจจุบันปฏิบัติงานโค้ชให้กับทีมชุดใหญ่ของแมนยูฯได้เผยรำลึกถึงยานาไซ “ ทุกวันนี้เวลาได้เห็นกรีนวู้ด และเจมส์ลงเล่นมันมักทำให้ผมนึกถึงยานาไซ เค้าเคยเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งของอะคาเดมี่ มันเป็นความน่าเสียดายที่เค้าไม่ได้ร่วมงานกับผู้จัดการทีมที่ใส่ใจเรื่องแข้งเยาวชนมากนัก ทั้งที่ด้วยความสามารถที่มีเค้าจะกลายเป็นผู้เล่นตัวหลักของยูไนเต็ดได้อย่างสบาย ”

    “ ถ้ายานาไซได้อยู่ในทีมของโซลชา เค้าน่าจะมีโอกาสพัฒนาได้มากกว่านี้ วงการฟุตบอลก็เป็นแบบนี้ละบางครั้งคุณก็อาจอยู่ผิดที่ผิดเวลา ” นิกกี้ บัตต์หนึ่งในแข้งตำนานชุดคลาสออฟ92แสดงความเห็นใจต่อยานาไซ   

ยานาไซคือตัวตายตัวแทนของกิ๊กที่หาไม่ได้อีกแล้วในสายตา บัตต์

     นิกกี้ บัตต์ยังได้ตอกย้ำอีกว่ายานาไซมีความละม้ายคล้ายกับไรอัน กิ๊กอย่างมากเมื่อครั้งแจ้งเกิดกับอสูรแดง “ สมัยที่ก้าวขึ้นทีมชุดใหญ่ใหม่ๆยานาไซทำให้ผมนึกถึงไรอัน กิ๊กอย่างมาก เวลาเค้าได้บอลมันมีสเน่ห์เหลือเกิน ซึ่งมันหาไม่ง่ายเลยนะ นักเตะที่จะใกล้เคียงกับไรอัน แต่ผมยืนยันว่ายานาไซคือหนึ่งในนั้น ผมคิดว่าการซื้อดิมาเรียเข้ามาส่งผลต่อความมุ่งมั่นของเค้าอย่างมาก ในเมื่อโค้ชไม่ส่งลงเล่นมากนัก แล้วยังเสริมทัพผู้เล่นในตำแหน่งเดียวกันเข้ามาอีก มันชัดเจนว่าเค้าไม่ได้รับการสนับสนุนอีกต่อไป ”

     “ ผมเอาใจช่วยเค้าตลอดในช่วงนั้น แต่ในที่สุดเค้าก็จากเราไป หลังจากย้ายออกไปเราก็ยังไม่เคยเห็นฟอร์มที่ดีที่สุดของเค้าอีกเลย ผม ” โค้ชวัย44ปีกล่าวอย่างเสียดาย

     โดยอัดนาน ยานาไซก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของแมนยูในยุคของ เดวิด มอยส์ ทว่าหลังจากผ่านยุคของหลุยส์ ฟาล กัล และโชเซ่ มูรินโญ่ ปีกวัย24ปีก็เสมือนแข้งที่ถูกลืมก่อนที่จะอำลาโอลด์แทร็ฟฟอร์ดในปี2017

สเปอร์ส เล็งสอยก็อดฟรี่ย์จากนอริชขันเกมรับที่25ล้านปอนด์

สเปอร์ส

   นอกจากต้องทำแต้มเพื่อโอกาสอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกแล้วนอริช ซิตี้ยังต้องเผชิญชะตากรรมที่ยากลำบากไปอีกขั้นเมื่อทีมดังอย่างสเปอร์สเบนเป้าหวังที่จะคว้าตัวเบน ก็อดฟรีย์ปราการหลังตัวเก่งไปร่วมทัพในช่วงเปิดตลาดซื้อขายเดือนมกราคมที่กำลังจะมาถึง

    เบน ก็อดฟรีย์ประจำการแนวรับให้กับทีมนกขมิ้นไปแล้ว16นัด(รวมทุกรายการ)แม้ว่าผลงานทีมจะยังไม่เข้าเป้านักเมื่อนอริสแช่อยู่อันดับรองบ๊วย(อันดับ19)ในตารางพรีเมียร์ลีกแถมโดนเจาะตาข่ายไปถึง32เม็ด ทว่าโชเซ่ มูรินโญ่ก็ยังต้องการได้ตัวดาวเตะวัย21ปีเข้ามาช่วยขันเกมรับ โดยคาดการกันว่าทีมดังแห่งลอนดอนจะยื่นข้อเสนอราว25ล้านปอนด์เข้ามาให้นอริสพิจารณาในช่วงปีใหม่ ซึ่งทีมที่ยังไม่แน่ว่าจะตกชั้นหรือไม่อย่างพวกเค้าคงไม่อาจปฏิเสธเม็ดเงินจำนวนดังกล่าวได้

    นอกจากนี้หากก็อดฟรีย์ย้ายทีมอีกครั้งทีมยอร์คซิตี้ที่ในลีกทูก็จะพลอยได้ส่วนแบ่งตามไปด้วย เนื่องจากพวกเค้าได้พ่วงเงื่อนไขเอาไว้เมื่อครั้งปล่อยตัวก็อดฟรีย์เอาไว้นั้นเอง(ยอร์คซิตี้ขายให้ราคา150,000ปอนด์เท่านั้น) ซึ่งก็อดฟรีย์กำลังเป็นผู้เล่นที่ทำให้ตลาดซื้อขายผู้เล่นแดนผู้ดีเริ่มคึกคักอีกครั้ง เนื่องจากริโอ เฟอดินานด์อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษก็ออกมากระตุ้นให้แมนยูฯดึงตัวกองหลังรายนี้ไปร่วมทีมเช่นกัน

มูรินโญ่เตรียมการเพราะไม่ชัวว์ว่าอันเดอร์ไวเรลจะอยู่ สเปอร์ส ต่อ

    การที่ไก่เดือยทองมีข่าวกับผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังอย่างก๊อดฟรีย์นั้นส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสัญญาปัจจุบันของโทบี้ อันเดอร์ไวเรลที่กำลังจะหมดลงในอีก7เดือนข้างหน้า แล้วทางกุนซือใหม่อย่างโชเซ่ มูรินโญ่ก็ไม่มีหลักประกันใดๆว่านักเตะจะยังยินดีฝากอนาคตไว้กับทีมต่อไปหรือไม่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทีมจะต้องหากองหลังมาสแตนบายด์เอาไว้ก่อน และฝีเท้ากับค่าตัวของก็อดฟรีย์ก็อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมอีกด้วย

     โดยซีซั่นนี้สเปอร์สกำลังเผชิญกับปัญหาเกี่ยวกับสัญญานักเตะหลายรายเพราะทั้ง โทบี้ อันเดอร์ไวเรล,แยนต์ แฟร์ตองเก้น และคริสเตียน เอริคเซ่นต่างมีสัญญาเหลือเพียงสิ้นสุดฤดูกาลนี้เท่านั้น ในขณะที่แฮรี่ เคน และซน ฮึง มินต่างก็ตกเป็นข่าวว่าได้รับความสนใจจากบรรดาทีมจากยุโรปมากหน้าหลายตา ซึ่งส่วนหนึ่งที่บอร์ดบริหารเลือกกุนซือคนใหม่เป็นโชเซ่ มูรินโญ่ก็เนื่องจากหวังว่าชื่อเสียงของกุนซือชาวโปรตุเกสจะเหนี่ยวรั้งให้แข้งดังทั้งหลายยอมเปลี่ยนใจอยู่ช่วยทีมต่อไปได้

เตเวซ เผยซี้รูนี่ย์หนักมากถึงขั้นยกรถหรูลัมบอร์กินี่ให้กันได้

เตเวซ

   คาร์ลอส เตเวซอดีตหัวหอกแมนยูฯออกมาบอกเล่าถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างตัวเค้าเองและเวนย์ รูนี่ย์ว่ามีความสนิทสนมกันอย่างมาก จนถึงขนาดที่ว่าครั้งหนึ่งเจ้าหมูพริ้มนำรถหรูอย่างลัมบอร์กินี่ยกให้เตเวซไปให้แบบไม่คิดเงินมาแล้ว

    เวนย์ รูนี่ย์ และคาร์ลอส เตเวซเคยเล่นร่วมกันในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในช่วงปี2007-2009 ซึ่งในช่วงที่เตเวซย้ายมาสังกัดแมนยูฯใหม่ๆรูนี่ย์ได้คอยช่วยเหลือกองหน้าฟ้าขาวอย่างใกล้ชิด “ ตอนผมย้ายมาที่แมนเชสเตอร์ใหม่ๆเวนย์คือคนที่คอยช่วยเหลือผม เค้ามักชวนผมไปนั่นไปนี่ แต่ที่ผมตกใจมากคือ ครั้งหนึ่งเค้าขับรถลัมโบร์กินี่มาหาแล้วบอกว่าเอาไปซิ ”    

    “ ผมเพิ่งย้ายมาอังกฤษไม่นาน ที่เวสต์แฮมก็ไม่ได้สนใจเรื่องนอกสนามกันมากนัก แต่กับยูไนเต็ดแล้วมันต่างออกไป ดาวรุ่งบางคนที่ยังไม่ได้ลงชุดใหญ่ก็แทบจะมีรถหรูๆขับมาสนามซ้อมแล้ว ทำให้เจ้ารถออร์ดี้ที่สโมสรมอบให้มันเหมือนกลายเป็นรถเด็กเล่นไปเลย เพื่อนในทีมต่างชอบล้อเรื่องนี้เพราะแต่ละคนก็ใช้รถหรูหรากว่าผมกันทั้งนั้น ผมไม่ได้คิดอะไรมากเลยก็แค่เล่าฟผ่านให้เวนย์ฟัง วันรุ่งขึ้นเค้าก็นำรถมาให้ผมพร้อมกับบอกว่าเอาไปซะนายจะได้ไม่โดนล้ออีก เค้าเป็นเพื่อนที่ดีของผมเสมอมา ” เตเวซรำลึกถึงเรื่องราวแต่หันหลัง

เตเวซ เผยรูนี่ย์ปูมหลังคล้ายตนจึงเข้าใจซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี

    นอกจากนี้คาร์ลอส เตเวซยังเผยอีกว่าหลังจากได้สนิทกันแล้วตนถึงได้รู้ว่ารูนี่ย์ก็มีช่วงชีวิตในวัยเด็กที่ยากลำบากซึ่งจุดนี้เองที่เจ้าตัวมองว่าทำให้ทั้งสองต่างเข้ากันได้ดี “ เราทั้งคู่ค่อนข้างถ่อมตัวเพราะเราต่างเติบโตมาในครอบครัวแบบปากกัดตีนถีบ เมื่อวันหนึ่งที่เราเห็นว่าฟุตบอลจะสามารถผลักดันเราให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เราทุ่มเทกับมันอย่างเอาเป็นเอาตาย นักเตะทั่วๆไปอาจจะคิดแค่ว่าไม่เป็นไรถ้าทีมนี้ไม่เอาฉันก็จะย้ายไปที่อื่น แต่สำหรับคนแบบเราถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงในแง่ฟุตบอลมันคือต้องดีขึ้น ถ้าเราคิดถึงเรื่องย้ายทีมมันก็ต้องเป็นการย้ายไปเล่นให้ทีมที่มีโอกาสประสบความสำเร็จ ผมเห็นสิ่งดีๆเหล่านี้ในตัวเวนย์มาตลอด ” เตเวซกล่าวชื่นชมรูนี่ย์

     ด้านเวนย์ รูนี่ย์เองยามพูดพาดพิงถึงเตเวซก็มักจะพูดไปในทำนองเดียวกันว่าเค้ายอมรับว่าฝีเท้าของหลุย ซาฮาร์อาจจะเก่งกว่าเตเวซอยู่บ้างก็ตาม แต่เมื่อยามลงสนามรูนี่ย์ก็ยังเล่นได้เข้าขารู้ใจกับเตเวซมากกว่า

สลาตัน เงินเหลือซื้อหุ้นสโมสรฮัมมาร์บี้ในลีกสวีเดนบ้านเกิด

สลาตัน

    ในเวลานี้แฟนบอลทั่วโลกต่างตั้งตารอว่าสุดท้ายแล้วสลาตัน อิบราฮิโมวิชหัวหอกจอมเก๋าจะได้สโมสรใหม่เป็นทีมใดกันแน่(เพิ่งหมดสัญญากับแอลเอ แกแล็คซี่ในเมเจอร์ลีก สหรัฐฯ)ทว่าภาพการชูเสื้อต้นสังกัดใหม่ยังไม่มา แต่กลับมีภาพเสื้อสีเขียวของสโมสรฮัมมาร์บี้โพสต์ลงในอินสตาแกรมส่วนตัวจนหลายคนเข้าใจผิดว่าอิบราฮิโมวิชอาจตัดสินใจกลับค้าแข้งในบ้าน ก่อนที่เจ้าตัวจะออกมาเปิดเผยในภายหลังว่าได้ซื้อหุ้นของสโมสรฮัมมาร์บี้ไว้แล้ว(ซื้อไว้จำนวนหนึ่ง) ทำให้นับจากนี้ดาวยิงวัย38กะรัตจะมีสถานนะเป็นเจ้าของร่วมของสโมสรดังกล่าวไปโดยปริยาย

     “ ผมติดตามผลงานฮัมมาร์บี้มาพักใหญ่แล้ว พวกเค้ามีไอเดียดีๆมากมาย นี่คือทีมในดวงใจของชาวสต็อกโฮม แถมแฟนบอลของพวกเค้าก็เหนียวแน่น ผมตื้นเต้นไม่น้อยที่จะได้มีส่วนผลักดันสโมสรนี้ให้พัฒนายิ่งขึ้นไป ผมอาจจะประสบความสำเร็จในฐานะผู้เล่นแต่กับการเป็นเจ้าของสโมสร ทุกขั้นตอนมันใหม่สำหรับผมเหลือเกิน ” อิบราฮิโมวิชเปิดเผยถึงความรู้สึกหลังมีสโมสรฟุตบอลเป็นของตัวเอง

      แต่เดิมกลุ่มอันส์ชู้ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์ กรุ๊ฟเป็นผู้ถือครองหุ้นสโมสรฮัมมาร์บี้ทั้งหมด กระทั่งอิบราฮิโมวิชได้มีความคุ้นเคยกับกลุ่มทุนดังกล่าวผ่านการลงเล่นเป็นผู้เล่นแอลเอแกแล็คซี่(อันส์ชู้ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์ กรุ๊ฟเป็นเจ้าของทีมแอลเอ แกเล็คซี่ด้วย)จึงเป็นโอกาสให้อดีตหัวหอกชาวสวีดิชได้ลงเงินเพื่อที่จะได้ร่วมครอบครองสโมสรชื่อดังในลีกบ้านเกิด

สลาตัน งานงอกแฟนมัลโม่ไม่ปลื้มซื้อทีมคู่แข่งไล่เผารูปปั้นเดือด

      แม้การได้เป็นเจ้าของสโมสรฮัมมาร์บี้จะทำให้ตัวสลาตัน อิบราฮิโมวิชรู้สึกเบิกบานใจ ทว่าในส่วนของแฟนบอลมัลโม่กลับไม่ปลื้มกันเรื่องนี้ จนตามมาด้วยการจุดเพลิงเผารูปปั้นของเจ้าตัวที่บริเวณหน้าสนามอย่างเดือดดาล

      มัลโม่คือสโมสรแรกที่เปิดโอกาสให้อิบราฮิโมวิชได้ลงเล่นฟุตบอลอาชีพ ที่แล้วมาแฟนบอลมัลโม่บูชาดาวยิงรายนี้ปานเทพเจ้า(แม้ว่าเจ้าตัวจะลงเล่นสวีเดนแค่เพียงไม่ถึงสามปี) กระทั่งมีการตั้งรูปปั้นไว้ประจำการหน้าที่ทำการสโมสร แต่เมื่อได้ทราบว่าอิบราฮิโมวิชหันไปครอบครองสโมสรฮัมมาร์บี้ซึ่งถือว่าเป็นคู่ปรับกันโดยตรงก็ทำให้สาวกมัลโม่หมดศรัทธาในตัวอิบราฮิโมวิชทันที

    “ เดิมทีเราคิดว่ารูปปั้นนี่จะมีไว้เพื่อเชิดชูใครก็ตามที่ทำคุณประโยชน์ให้กับสโมสร แต่ในเมื่อวันนี้เจ้าตัวเค้าเลือกที่จะไปสนับสนุนทีมคู่แข่งแล้ว เราก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องมีรูปปั้นอีกต่อไป ” คาเว่ห์ ฮอสเซลพลูแกนนำแฟนบอลมัลโม่กล่าวอย่างมีอารมณ์

วิลเลี่ยน มโนรอข้อเสนอบาซ่า,ยูเว่ดึงเช็งขยายสัญญาฉบับใหม่เชลซี

วิลเลี่ยน

    อยู่ดีไม่ว่าดีเสียแล้วสำหรับวิลเลี่ยนปีกตัวเก่งของเชลซีที่ปีนี้แฟรงค์ แลมพาดให้โอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังวางใจให้สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมในเกมล่าสุดที่เปิดบ้านเอาชนะคริสตัลพาเลซไป2-0อีกต่างหาก ทว่าดาวเตะแซมบ้าที่กำลังอยู่ในช่วงเจรจาสัญญาฉบับใหม่กลับแตะเบรกเรื่องการต่อสัญญาพร้อมให้เหตุผลว่าอยากพิจารณาข้อเสนอจากทีมอื่นๆควบคู่ไปด้วยก่อนจะตัดสินใจว่าจะเลือกอยู่รับใช้สิงห์บลูต่อไปหรือไม่

    วิลเลี่ยนที่ได้มีสถานะเป็นผู้เล่นตัวหลักในยุคของแฟรงค์ แลมพาดลงสนามให้เชลซีไปแล้ว15นัดจากทุกรายการพร้อมกับยิงได้เพียง2ประตูกับทำทางให้เพื่อนอีก3แอสซิสต์ชนิดที่เรียกได้ว่าฟอร์มโดยรวมก็ไม่ได้ว่าดีเด่อะไรมากมายกลับวาดฝันว่าทั้งยูเวนตุสและบาเซโลน่าอาจจะยื่นข้อเสนอแบบไร้ค่าตัวเข้ามาให้พิจารณาเนื่องจากเจ้าตัวเหลือสัญญาในถิ่นสแตนฟอร์ดบริดจ์อีกเพียง7เดือนเท่านั้น จึงสามารถพิจารณาเงื่อนไขการย้ายทีมแบบไม่มีมีค่าตัวได้ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เดือนมกราคมตามกฎบอสแมน

     นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วิลเลี่ยนแสดงท่าทีเล่นแง่กับเชลซี โดยช่วงท้ายของซีซั่นก่อนเจ้าตัวก็แบะท่าว่าพร้อมย้ายทีมจนทำให้เมาริซิโอ ซารี่ถอดวิลเลี่ยนออกมาเป็นเพียงตัวรอง ก่อนจะได้รับโอกาสจากกุนซือคนใหม่อย่างแฟรงค์ แลมพาดอีกครั้งทว่าดูเหมือนดาวเตะวัย31ปีจะยังคงสำคัญตัวเองมากเกินไปเพราะนับตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็ไม่มีทีมไหนแสดงความสนใจที่จะเซ็นสัญญากับเค้าเลย และมีความเป็นไปได้ที่เจ้าตัวจะถูกแลมพาดถอยกลับไปอยู่ข้างสนามอีกครั้งจากท่าทีในเรื่องนี้

วิลเลี่ยน โชว์แมนไม่ปิดประตูแม้แต่การกลับไปค้าแข้งในบ้านเกิด

    ปีกดีกรีทีมชาติบราซิลได้เปิดเผยถึงความในใจที่เก็บซ่อนไว้นั้นก็คือเจ้าตัวมีความตั้งใจที่จะได้รับใช้โครินเธียนส์ทีมดังในลีกบราซิล “ ผมต้องการพิจารณาทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง แน่นอนมันอาจหมายถึงการอยู่เชลซีต่อไปก็ได้ หรือมันอาจจะเป็นการกลับลงเล่นให้โครินเธียนส์ทีมที่ผมเชียร์มาตั้งแต่เด็ก นี่คือสโมสรที่เป็นศูนย์รวมของครอบครัวของเรา สมาชิกในบ้านผมเป็นแฟนบอลโครินเธียนส์ทั้งหมด นั่นทำให้ผมเติบโตมากับวัฒนธรรมการเชียร์โครินเธียนส์มาแบบเต็มตัว ก่อนผมจะเลิกเล่นผมต้องกลับไปสวมยูนิฟอร์มโครินเธียนส์ให้จงได้ ” วิลเลี่ยนกล่าวถึงความปรารถนาก่อนแขวนเกือก

อาร์เตต้า อาจได้คุมปืนแมร์เตอซัคเกอร์เสนอตัวเป็นผู้ช่วย

อาร์เตต้า

    ปัจจุบันแพร์ แมร์เตอซัคเกอร์เป็นหนึ่งในสตาฟฟ์โค้ชของทีมเยาวชนชุดอายุต่ำกว่า23ปีของอาร์เซนอล ทว่าระยะหลังข่าวลือการดึงตัวมิเกล อาร์เตต้ากลับมานั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมอาร์เซนอลเริ่มแพร่สะพัดหนักขึ้นเรื่อยๆก็ทำให้แมร์เตอซัคเกอร์ที่ซี้ปึ้กกับอาร์เตต้ามาตั้งแต่สมัยยังค้าแข้งเริ่มตั้งความหวังที่จะได้ร่วมงานกันอีกครั้ง โดยอดีตกองหลังทีมชาติเยอรมันหวังสูงถึงการได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมเลยทีเดียว

    “ อาร์เตต้าเคยเป็นผู้นำในห้องแต่งตัว เค้ามีบุคลิกภาพอันพิเศษ มันจะเป็นการดีแน่นอนหากเค้าจะกลับมาทำงานกับเรา(อาร์เซนอล) ” โดยมิเกล อาร์เตต้า และแพร์ แมร์เตอซัคเกอร์ต่างย้ายเข้ามาร่วมทีมปืนใหญ่ในปี2011ด้วยกันทั้งคู่ ทว่าอาร์เตต้าที่แขวนสตั๊ดไปก่อนในปี2016ได้เลือกที่จะรับตำแหน่งผู้ช่วยโค้ชให้กับเป๊ป กวาร์ดิโอล่ากับสโมสรแมนซิตี้ ในขณะที่แมร์เตอซัคเกอร์เลิกเล่นในอีกสองปีถัดมาแต่เลือกทำงานกับอาร์เซนอลต่อไป

    “ ผมเป็นรองกัปตันทีมในช่วงนั้น ทำให้เราทั้งคู่ได้ทำอะไรต่อมิอะไรร่วมกันมาเยอะมาก เราต่างไว้ใจซึ่งกันและกัน เราเคียงข้างกันเสมอไม่ว่าจะยามทีมแพ้หรือชนะ ดังนั้นถ้าเค้าจะกลับมาผลักดันอาร์เซนอลให้ก้าวไปข้างหน้าอีกครั้งผมก็หวังว่าจะได้ร่วมสนับสนุนการทำงานให้กับอาร์เตต้าอีกครั้ง ” แมร์เตอซัคเกอร์ในวัย35กะรัตกล่าวอย่างมีความหวัง

อาร์เตต้า อาจได้คุมอาร์เซนอลสมใจหลังเรือใบเปิดไฟเขียวให้

    พร้อมกันนั้นแมนซิตี้สโมสรต้นสังกัดของอาร์เตต้าก็ออกมาแถลงอีกว่าจะไม่ขัดขวางโอกาสก้าวหน้าของผู้ช่วยโค้ชรายนี้อย่างแน่นอน โดยอดีตกัปตันทีมอาร์เซนอลได้ฝึกปรือฝีมือกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่ามานานหลายปีจนทำให้ทีมปืนใหญ่หวังจะดึงตัวกลับไปนั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมแทนที่ของอูไน เอเมรี่ที่ฟอร์มออกทะเลยมาแล้วพักใหญ่ อีกปัจจัยที่ทำให้บอร์ดบริหารของไอ้ปืนใหญ่อาจแต่งตั้งกุนซือใหม่เร็วขึ้นก็เนื่องจากว่า โชเซ่ มูรินโญ่ หนึ่งในตัวเต็งก็เลือกที่จะไปคุมที่สเปอร์สไปเป็นที่เรียบร้อย จนพวกเค้าเริ่มเป็นกังวลว่าหากตัดสินใจช้าไปกว่านี้อาร์เซนอลจะไม่เหลือผู้จัดการทีมฝีมือดีให้เลือกใช้งานก็เป็นได้

    อย่างไรก็ตามหากอาร์เซนอลตัดสินใจปลดอูไน เอเมรี่พวกเค้าจะต้องเสียค่าชดเชยราว6ล้านปอนด์ ซึ่งยังไม่รวมกับค่าฉีกสัญญาให้อาร์เตต้ากับแมนซิตี้อีกต่างหาก จึงน่าสนใจว่าบอร์ดบริหารของทีมปืนใหญ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความขี้งกจะยอมเสียเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้หรือไม่

มคิทาร์ยาน บ่นอูไนเน้นเกมรับจนตนไม่อาจแจ้งเกิดกับอาร์เซนอลได้

มคิทาร์ยาน

    หลังจากย้ายไปโชว์เพลงเตะในลีกอีตาลี่แล้วพักใหญ่ในที่สุดเฮนริค มคิทาร์ยานก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงความรู้สึกได้ต้องเล่นตามแท๊กติกของอูไน เอเมรี่กุนซือจอมป่วนของอาร์เซนอลว่าเป็นช่วงเวลาที่เค้าเล่นฟุตบอลอย่างสับสนและไม่สนุกเอาเสียเลย นอกจากนี้ดาวเตะชาวแอร์เบเนียยังได้ระบุว่าการที่ตนไม่สามารถแจ้งเกิดในถิ่นเอมิเรตส์ได้นั้นก็เป็นผลมาจากแท็กติกที่กุนซือชาวสเปนเป็นคนวางไว้นั่นเอง

    “ มีความแตกต่างระหว่างเวนเกอร์กับเอเมรี่ เวนเกอร์ค่อนข้างจะให้อิสระกับนักเตะเค้าจะพูดเท่าที่จำเป็น บางครั้งเอาอยากให้คุณทำแบบนี้เค้าก็จะไม่บอกคุณตรงๆ เหมือนเค้าเดาออกว่าถ้าเพิ่มแรงกระตุ้นแบบนี้แล้วนักเตะจะไปทางไหนโดยที่เค้าไม่ต้องจำจี้จำไชอะไรมากมาย แต่กับอูไนเค้าจะบอกคุณอย่างละเอียด คุณต้องตั้งรับแบบนี้ เมื่อได้เล่นเกมรุกคุณต้องทำแบบนี้ๆ อูไนสื่อสารทุกอย่างออกมาหมด ”

     “ ผมถูกสั่งให้เล่นเกมรับกับทีมให้มากขึ้น ซึ่งผมก็พยายามทำนะแต่มันกลายเป็นว่าผมไม่มีส่วนกับเกมรุกเท่าที่ควรแล้วผมก็หลุดเป็นสำรอง ซึ่งผมงงมาก มันไม่ใช่ว่าผมเล่นไม่ดีแต่แท็กติกที่โค้ชวางไว้มันเป็นแบบนี้ มันไม่เอื้อให้ผมได้เล่นเกมรุกที่ตัวเองถนัด ผมไม่แปลกใจเลยที่โอซิลจะไม่ได้ลงเล่น เราสองคนมีปัญหาเดียวกัน ” มคิทาร์ยานตำหนิการทำงานของเอเมรี่

โรม่ายื่นขอเสนอมาในช่วงเวลาเป็นใจทำ มคิทาร์ยาน ตัดสินใจย้ายหนี

      มคิทาร์ยานยังได้เล่าให้ฟังว่าชีวิตค้าแข้งกับอาร์เซนอลในช่วงก่อนหน้านี้ทำให้เค้ารู้สึกไม่มีความสุขเอาเสียเลย “ เมื่อเกมของคุณไม่ไหลลื่น ฟุตบอลของคุณก็จะกลายเป็นเรื่องไม่สนุก ผมรู้สึกแบบนั้นยามอยู่ข้างสนาม ใจก็อยากลงสนามแต่ก็รู้ทั้งรู้ว่าลงไปแล้วเกมของเราก็ยังเปะปะอยู่ดี มันเป็นฟุตบอลที่ไร้สเน่ห์ ”     

      “ ผมคิดเรื่องย้ายทีมมากขึ้นๆทุกที แล้วอยู่ดีๆก็มีข้อเสนอเข้ามา(โรม่า)ผมจึงตอบรับไว้ ผมอายุเข้าเลขสามแล้ว ผมต้องการเล่นฟุตบอลที่สม่ำเสมอ และผมไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ผมรู้ว่ามันไม่ถูกต้องที่ออกมาพูดถึงทีมเก่าแบบนี้ แต่มันคือความจริง อาร์เซนอลเคยมีแนวทางฟุตบอลของตัวเอง แต่ตอนนี้สิ่งดีเหล่านั้นหายไปหมดแล้ว และน่าแปลกใจอย่างมากที่บอร์ดบริหารยังยืนยันว่าทีมยังไม่ได้แย่ขนาดนั้น มันบ้ามากๆ ” มคิทาร์ยานในวัย30ปีกล่าวอย่างสงสัย