สลาตัน เงินเหลือซื้อหุ้นสโมสรฮัมมาร์บี้ในลีกสวีเดนบ้านเกิด

สลาตัน

    ในเวลานี้แฟนบอลทั่วโลกต่างตั้งตารอว่าสุดท้ายแล้วสลาตัน อิบราฮิโมวิชหัวหอกจอมเก๋าจะได้สโมสรใหม่เป็นทีมใดกันแน่(เพิ่งหมดสัญญากับแอลเอ แกแล็คซี่ในเมเจอร์ลีก สหรัฐฯ)ทว่าภาพการชูเสื้อต้นสังกัดใหม่ยังไม่มา แต่กลับมีภาพเสื้อสีเขียวของสโมสรฮัมมาร์บี้โพสต์ลงในอินสตาแกรมส่วนตัวจนหลายคนเข้าใจผิดว่าอิบราฮิโมวิชอาจตัดสินใจกลับค้าแข้งในบ้าน ก่อนที่เจ้าตัวจะออกมาเปิดเผยในภายหลังว่าได้ซื้อหุ้นของสโมสรฮัมมาร์บี้ไว้แล้ว(ซื้อไว้จำนวนหนึ่ง) ทำให้นับจากนี้ดาวยิงวัย38กะรัตจะมีสถานนะเป็นเจ้าของร่วมของสโมสรดังกล่าวไปโดยปริยาย

     “ ผมติดตามผลงานฮัมมาร์บี้มาพักใหญ่แล้ว พวกเค้ามีไอเดียดีๆมากมาย นี่คือทีมในดวงใจของชาวสต็อกโฮม แถมแฟนบอลของพวกเค้าก็เหนียวแน่น ผมตื้นเต้นไม่น้อยที่จะได้มีส่วนผลักดันสโมสรนี้ให้พัฒนายิ่งขึ้นไป ผมอาจจะประสบความสำเร็จในฐานะผู้เล่นแต่กับการเป็นเจ้าของสโมสร ทุกขั้นตอนมันใหม่สำหรับผมเหลือเกิน ” อิบราฮิโมวิชเปิดเผยถึงความรู้สึกหลังมีสโมสรฟุตบอลเป็นของตัวเอง

      แต่เดิมกลุ่มอันส์ชู้ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์ กรุ๊ฟเป็นผู้ถือครองหุ้นสโมสรฮัมมาร์บี้ทั้งหมด กระทั่งอิบราฮิโมวิชได้มีความคุ้นเคยกับกลุ่มทุนดังกล่าวผ่านการลงเล่นเป็นผู้เล่นแอลเอแกแล็คซี่(อันส์ชู้ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์ กรุ๊ฟเป็นเจ้าของทีมแอลเอ แกเล็คซี่ด้วย)จึงเป็นโอกาสให้อดีตหัวหอกชาวสวีดิชได้ลงเงินเพื่อที่จะได้ร่วมครอบครองสโมสรชื่อดังในลีกบ้านเกิด

สลาตัน งานงอกแฟนมัลโม่ไม่ปลื้มซื้อทีมคู่แข่งไล่เผารูปปั้นเดือด

      แม้การได้เป็นเจ้าของสโมสรฮัมมาร์บี้จะทำให้ตัวสลาตัน อิบราฮิโมวิชรู้สึกเบิกบานใจ ทว่าในส่วนของแฟนบอลมัลโม่กลับไม่ปลื้มกันเรื่องนี้ จนตามมาด้วยการจุดเพลิงเผารูปปั้นของเจ้าตัวที่บริเวณหน้าสนามอย่างเดือดดาล

      มัลโม่คือสโมสรแรกที่เปิดโอกาสให้อิบราฮิโมวิชได้ลงเล่นฟุตบอลอาชีพ ที่แล้วมาแฟนบอลมัลโม่บูชาดาวยิงรายนี้ปานเทพเจ้า(แม้ว่าเจ้าตัวจะลงเล่นสวีเดนแค่เพียงไม่ถึงสามปี) กระทั่งมีการตั้งรูปปั้นไว้ประจำการหน้าที่ทำการสโมสร แต่เมื่อได้ทราบว่าอิบราฮิโมวิชหันไปครอบครองสโมสรฮัมมาร์บี้ซึ่งถือว่าเป็นคู่ปรับกันโดยตรงก็ทำให้สาวกมัลโม่หมดศรัทธาในตัวอิบราฮิโมวิชทันที

    “ เดิมทีเราคิดว่ารูปปั้นนี่จะมีไว้เพื่อเชิดชูใครก็ตามที่ทำคุณประโยชน์ให้กับสโมสร แต่ในเมื่อวันนี้เจ้าตัวเค้าเลือกที่จะไปสนับสนุนทีมคู่แข่งแล้ว เราก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องมีรูปปั้นอีกต่อไป ” คาเว่ห์ ฮอสเซลพลูแกนนำแฟนบอลมัลโม่กล่าวอย่างมีอารมณ์

วิลเลี่ยน มโนรอข้อเสนอบาซ่า,ยูเว่ดึงเช็งขยายสัญญาฉบับใหม่เชลซี

วิลเลี่ยน

    อยู่ดีไม่ว่าดีเสียแล้วสำหรับวิลเลี่ยนปีกตัวเก่งของเชลซีที่ปีนี้แฟรงค์ แลมพาดให้โอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังวางใจให้สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมในเกมล่าสุดที่เปิดบ้านเอาชนะคริสตัลพาเลซไป2-0อีกต่างหาก ทว่าดาวเตะแซมบ้าที่กำลังอยู่ในช่วงเจรจาสัญญาฉบับใหม่กลับแตะเบรกเรื่องการต่อสัญญาพร้อมให้เหตุผลว่าอยากพิจารณาข้อเสนอจากทีมอื่นๆควบคู่ไปด้วยก่อนจะตัดสินใจว่าจะเลือกอยู่รับใช้สิงห์บลูต่อไปหรือไม่

    วิลเลี่ยนที่ได้มีสถานะเป็นผู้เล่นตัวหลักในยุคของแฟรงค์ แลมพาดลงสนามให้เชลซีไปแล้ว15นัดจากทุกรายการพร้อมกับยิงได้เพียง2ประตูกับทำทางให้เพื่อนอีก3แอสซิสต์ชนิดที่เรียกได้ว่าฟอร์มโดยรวมก็ไม่ได้ว่าดีเด่อะไรมากมายกลับวาดฝันว่าทั้งยูเวนตุสและบาเซโลน่าอาจจะยื่นข้อเสนอแบบไร้ค่าตัวเข้ามาให้พิจารณาเนื่องจากเจ้าตัวเหลือสัญญาในถิ่นสแตนฟอร์ดบริดจ์อีกเพียง7เดือนเท่านั้น จึงสามารถพิจารณาเงื่อนไขการย้ายทีมแบบไม่มีมีค่าตัวได้ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เดือนมกราคมตามกฎบอสแมน

     นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วิลเลี่ยนแสดงท่าทีเล่นแง่กับเชลซี โดยช่วงท้ายของซีซั่นก่อนเจ้าตัวก็แบะท่าว่าพร้อมย้ายทีมจนทำให้เมาริซิโอ ซารี่ถอดวิลเลี่ยนออกมาเป็นเพียงตัวรอง ก่อนจะได้รับโอกาสจากกุนซือคนใหม่อย่างแฟรงค์ แลมพาดอีกครั้งทว่าดูเหมือนดาวเตะวัย31ปีจะยังคงสำคัญตัวเองมากเกินไปเพราะนับตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็ไม่มีทีมไหนแสดงความสนใจที่จะเซ็นสัญญากับเค้าเลย และมีความเป็นไปได้ที่เจ้าตัวจะถูกแลมพาดถอยกลับไปอยู่ข้างสนามอีกครั้งจากท่าทีในเรื่องนี้

วิลเลี่ยน โชว์แมนไม่ปิดประตูแม้แต่การกลับไปค้าแข้งในบ้านเกิด

    ปีกดีกรีทีมชาติบราซิลได้เปิดเผยถึงความในใจที่เก็บซ่อนไว้นั้นก็คือเจ้าตัวมีความตั้งใจที่จะได้รับใช้โครินเธียนส์ทีมดังในลีกบราซิล “ ผมต้องการพิจารณาทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง แน่นอนมันอาจหมายถึงการอยู่เชลซีต่อไปก็ได้ หรือมันอาจจะเป็นการกลับลงเล่นให้โครินเธียนส์ทีมที่ผมเชียร์มาตั้งแต่เด็ก นี่คือสโมสรที่เป็นศูนย์รวมของครอบครัวของเรา สมาชิกในบ้านผมเป็นแฟนบอลโครินเธียนส์ทั้งหมด นั่นทำให้ผมเติบโตมากับวัฒนธรรมการเชียร์โครินเธียนส์มาแบบเต็มตัว ก่อนผมจะเลิกเล่นผมต้องกลับไปสวมยูนิฟอร์มโครินเธียนส์ให้จงได้ ” วิลเลี่ยนกล่าวถึงความปรารถนาก่อนแขวนเกือก

อาร์เตต้า อาจได้คุมปืนแมร์เตอซัคเกอร์เสนอตัวเป็นผู้ช่วย

อาร์เตต้า

    ปัจจุบันแพร์ แมร์เตอซัคเกอร์เป็นหนึ่งในสตาฟฟ์โค้ชของทีมเยาวชนชุดอายุต่ำกว่า23ปีของอาร์เซนอล ทว่าระยะหลังข่าวลือการดึงตัวมิเกล อาร์เตต้ากลับมานั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมอาร์เซนอลเริ่มแพร่สะพัดหนักขึ้นเรื่อยๆก็ทำให้แมร์เตอซัคเกอร์ที่ซี้ปึ้กกับอาร์เตต้ามาตั้งแต่สมัยยังค้าแข้งเริ่มตั้งความหวังที่จะได้ร่วมงานกันอีกครั้ง โดยอดีตกองหลังทีมชาติเยอรมันหวังสูงถึงการได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมเลยทีเดียว

    “ อาร์เตต้าเคยเป็นผู้นำในห้องแต่งตัว เค้ามีบุคลิกภาพอันพิเศษ มันจะเป็นการดีแน่นอนหากเค้าจะกลับมาทำงานกับเรา(อาร์เซนอล) ” โดยมิเกล อาร์เตต้า และแพร์ แมร์เตอซัคเกอร์ต่างย้ายเข้ามาร่วมทีมปืนใหญ่ในปี2011ด้วยกันทั้งคู่ ทว่าอาร์เตต้าที่แขวนสตั๊ดไปก่อนในปี2016ได้เลือกที่จะรับตำแหน่งผู้ช่วยโค้ชให้กับเป๊ป กวาร์ดิโอล่ากับสโมสรแมนซิตี้ ในขณะที่แมร์เตอซัคเกอร์เลิกเล่นในอีกสองปีถัดมาแต่เลือกทำงานกับอาร์เซนอลต่อไป

    “ ผมเป็นรองกัปตันทีมในช่วงนั้น ทำให้เราทั้งคู่ได้ทำอะไรต่อมิอะไรร่วมกันมาเยอะมาก เราต่างไว้ใจซึ่งกันและกัน เราเคียงข้างกันเสมอไม่ว่าจะยามทีมแพ้หรือชนะ ดังนั้นถ้าเค้าจะกลับมาผลักดันอาร์เซนอลให้ก้าวไปข้างหน้าอีกครั้งผมก็หวังว่าจะได้ร่วมสนับสนุนการทำงานให้กับอาร์เตต้าอีกครั้ง ” แมร์เตอซัคเกอร์ในวัย35กะรัตกล่าวอย่างมีความหวัง

อาร์เตต้า อาจได้คุมอาร์เซนอลสมใจหลังเรือใบเปิดไฟเขียวให้

    พร้อมกันนั้นแมนซิตี้สโมสรต้นสังกัดของอาร์เตต้าก็ออกมาแถลงอีกว่าจะไม่ขัดขวางโอกาสก้าวหน้าของผู้ช่วยโค้ชรายนี้อย่างแน่นอน โดยอดีตกัปตันทีมอาร์เซนอลได้ฝึกปรือฝีมือกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่ามานานหลายปีจนทำให้ทีมปืนใหญ่หวังจะดึงตัวกลับไปนั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมแทนที่ของอูไน เอเมรี่ที่ฟอร์มออกทะเลยมาแล้วพักใหญ่ อีกปัจจัยที่ทำให้บอร์ดบริหารของไอ้ปืนใหญ่อาจแต่งตั้งกุนซือใหม่เร็วขึ้นก็เนื่องจากว่า โชเซ่ มูรินโญ่ หนึ่งในตัวเต็งก็เลือกที่จะไปคุมที่สเปอร์สไปเป็นที่เรียบร้อย จนพวกเค้าเริ่มเป็นกังวลว่าหากตัดสินใจช้าไปกว่านี้อาร์เซนอลจะไม่เหลือผู้จัดการทีมฝีมือดีให้เลือกใช้งานก็เป็นได้

    อย่างไรก็ตามหากอาร์เซนอลตัดสินใจปลดอูไน เอเมรี่พวกเค้าจะต้องเสียค่าชดเชยราว6ล้านปอนด์ ซึ่งยังไม่รวมกับค่าฉีกสัญญาให้อาร์เตต้ากับแมนซิตี้อีกต่างหาก จึงน่าสนใจว่าบอร์ดบริหารของทีมปืนใหญ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความขี้งกจะยอมเสียเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้หรือไม่

มคิทาร์ยาน บ่นอูไนเน้นเกมรับจนตนไม่อาจแจ้งเกิดกับอาร์เซนอลได้

มคิทาร์ยาน

    หลังจากย้ายไปโชว์เพลงเตะในลีกอีตาลี่แล้วพักใหญ่ในที่สุดเฮนริค มคิทาร์ยานก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงความรู้สึกได้ต้องเล่นตามแท๊กติกของอูไน เอเมรี่กุนซือจอมป่วนของอาร์เซนอลว่าเป็นช่วงเวลาที่เค้าเล่นฟุตบอลอย่างสับสนและไม่สนุกเอาเสียเลย นอกจากนี้ดาวเตะชาวแอร์เบเนียยังได้ระบุว่าการที่ตนไม่สามารถแจ้งเกิดในถิ่นเอมิเรตส์ได้นั้นก็เป็นผลมาจากแท็กติกที่กุนซือชาวสเปนเป็นคนวางไว้นั่นเอง

    “ มีความแตกต่างระหว่างเวนเกอร์กับเอเมรี่ เวนเกอร์ค่อนข้างจะให้อิสระกับนักเตะเค้าจะพูดเท่าที่จำเป็น บางครั้งเอาอยากให้คุณทำแบบนี้เค้าก็จะไม่บอกคุณตรงๆ เหมือนเค้าเดาออกว่าถ้าเพิ่มแรงกระตุ้นแบบนี้แล้วนักเตะจะไปทางไหนโดยที่เค้าไม่ต้องจำจี้จำไชอะไรมากมาย แต่กับอูไนเค้าจะบอกคุณอย่างละเอียด คุณต้องตั้งรับแบบนี้ เมื่อได้เล่นเกมรุกคุณต้องทำแบบนี้ๆ อูไนสื่อสารทุกอย่างออกมาหมด ”

     “ ผมถูกสั่งให้เล่นเกมรับกับทีมให้มากขึ้น ซึ่งผมก็พยายามทำนะแต่มันกลายเป็นว่าผมไม่มีส่วนกับเกมรุกเท่าที่ควรแล้วผมก็หลุดเป็นสำรอง ซึ่งผมงงมาก มันไม่ใช่ว่าผมเล่นไม่ดีแต่แท็กติกที่โค้ชวางไว้มันเป็นแบบนี้ มันไม่เอื้อให้ผมได้เล่นเกมรุกที่ตัวเองถนัด ผมไม่แปลกใจเลยที่โอซิลจะไม่ได้ลงเล่น เราสองคนมีปัญหาเดียวกัน ” มคิทาร์ยานตำหนิการทำงานของเอเมรี่

โรม่ายื่นขอเสนอมาในช่วงเวลาเป็นใจทำ มคิทาร์ยาน ตัดสินใจย้ายหนี

      มคิทาร์ยานยังได้เล่าให้ฟังว่าชีวิตค้าแข้งกับอาร์เซนอลในช่วงก่อนหน้านี้ทำให้เค้ารู้สึกไม่มีความสุขเอาเสียเลย “ เมื่อเกมของคุณไม่ไหลลื่น ฟุตบอลของคุณก็จะกลายเป็นเรื่องไม่สนุก ผมรู้สึกแบบนั้นยามอยู่ข้างสนาม ใจก็อยากลงสนามแต่ก็รู้ทั้งรู้ว่าลงไปแล้วเกมของเราก็ยังเปะปะอยู่ดี มันเป็นฟุตบอลที่ไร้สเน่ห์ ”     

      “ ผมคิดเรื่องย้ายทีมมากขึ้นๆทุกที แล้วอยู่ดีๆก็มีข้อเสนอเข้ามา(โรม่า)ผมจึงตอบรับไว้ ผมอายุเข้าเลขสามแล้ว ผมต้องการเล่นฟุตบอลที่สม่ำเสมอ และผมไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก ผมรู้ว่ามันไม่ถูกต้องที่ออกมาพูดถึงทีมเก่าแบบนี้ แต่มันคือความจริง อาร์เซนอลเคยมีแนวทางฟุตบอลของตัวเอง แต่ตอนนี้สิ่งดีเหล่านั้นหายไปหมดแล้ว และน่าแปลกใจอย่างมากที่บอร์ดบริหารยังยืนยันว่าทีมยังไม่ได้แย่ขนาดนั้น มันบ้ามากๆ ” มคิทาร์ยานในวัย30ปีกล่าวอย่างสงสัย

เบนเซม่า สถิติยิงประตูชุดขาวใกล้ทาบปุสกัสหลังยิงใส่เออิบาร์

เบนเซม่า

     ด้วยการที่ได้รับความไว้วางใจให้ลงเล่นกับรีล มาดริดมาอย่างต่อเนื่องก็ทำให้คาริม เบนเซม่าค่อยๆสะสมสกอร์มากขึ้นๆ และเวลานี้ดาวยิงเฟรนช์แมนกำลังไล่สะสมประตูเทียบชั้นกับเฟเรนช์ ปุสกัสดาวยิงชาวฮังกาเรียนที่มีดีกรีเป็นดาวยิงสูงสุดอันดับที่หกของราชันย์ชุดขาวที่ยิงประตูสูงสุดในลีกกระทิงเป็นที่เรียบร้อย

     คาริม เบนเซม่าเพิ่งใส่สกอร์ชื่อทำประตูไปอีกสองเม็ดในเกมกับรีล มาดริดบุกไปอัดเออิบาร์4-0 หนุนนำให้ประตูรวมที่เค้ายิงได้ในลาลีก้าขึ้นไปแตะ157ประตูแซงหน้าปุสกัสที่ยิงได้รวม156ประตูไปอย่างฉิวเฉียด แม้จะว่ายิงรวมมากกว่าเพียงเม็ดเดียวแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เบนเซม่าทะยานแซงขึ้นไปเป็นดาวยิงสูงสุดของทัพราชันย์(นับเฉพาะประตูรวมในลาลีก้า)อันดับที่6แทนที่โดยดุษฎี

     ทั้งยังมีความเป็นไปได้ที่เบนเซม่าจะไล่แซงดาวยิงอันดับห้าอย่างฮูโก้ ซานเชสที่ยิงรวมกัน164ประตูในอีกไม่ช้าไม่นาน นอกจากยิงยังมีดาวยิงระดับตำนานอีกสี่คนที่นำหน้าอยู่ได้แก่ โรนัลโด้ยิงไป311ประตู,ราอูล กอนซาเลส228ประตู,อัลเฟโด้ ดิ สเตฟาโน่ยิงไป216ประตู และซานตียาน่ายิงไป186ประตู

ซีดานไม่สน เบนเซม่า ยืนยันอยากได้เอ็มปั๊ปเป้เติมกระสุนให้ราชันย์

      ในขณะที่เบนเซม่ากำลังขวยขวายอยากลงเล่นเพื่อยิงประตูเพิ่มเรื่อยๆ แต่ทว่าเจ้านายอย่างซีนาดีน ซีดานกลับดูจะไม่สนใจกับการสะสมสกอร์ของลูกทีมรายนี้เลย เมื่อเทรนเนอร์หัวไข่ดาวยังคงทำสงครามประสาทกับปารีส แซงต์ แชร์กแมงต่อไปเพื่อหวังปั่นให้คีลิยัน เอ็มปั๊ปเป้ยอมตกลงมาล่าตาข่ายให้จงได้

       คีลิยัน เอ็มปั๊ปเป้กลายเป็นนักเตะความหวังใหม่ของวงการลูกน้ำแดนน้ำหอมเมื่อเจ้าตัวพาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเมื่อปีก่อนด้วยวัยเพียง19ปีเท่านั้น ซึ่งทำให้ต้นสังกัดอย่างเปเอสเชหวงแหนดาวยิงรายนี้เป็นอย่างมากจนออกมาตำหนิซีดานก่อนหน้าแล้วว่าการออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับนักเตะที่ไม่ใช่ของตนเองเป็นเรื่องที่ไม่สมควรในวงการฟุตบอล ทว่าซีดานกลับไม่แยแสแต่ยืนยันที่จะประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าวต่อไป

     “ เอ็มปั๊ปเป้เคยพูดไว้เองว่าเค้าปรารถนาจะสวมเสื้อชุดขาว(รีล มาดริด)ในซักวัน ผมก็แค่พูดถึงข้อความนั้น ผมไม่สนใจว่าใครจะไม่แฮปปี้กับมัน(เลโอนาโด้ ผอ.กีฬาของเปเอสเช)มันไม่ใช่เรื่องการไม่เคารพต่อใคร ผมแค่ขยายความจากคำพูดที่นักเตะได้เคยพูดไว้ มันจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่คุณจะได้ยินมันแน่ ผมจะพูดถึงมันอีกเรื่อยๆแน่นอน ” ซีดานพูดประชดเปเอสเช

อูไน แถลงเองชาก้าถูกถอดจากสถานะกัปตันปืนใหญ่เป็นที่เรียบร้อย

อูไน

    หลังจากสร้างเรื่องงามหน้าด้วยการยั่วยุและแจกกล้วยให้แฟนบอลเดอะกันเนอร์ ล่าสุดตัวต้นเหตุอย่างกรานิต ชาก้าก็ได้ถูกอาร์เซนอลริบปลอกแขนกัปตันทีมคืนเป็นที่เรียบร้อย โดยอูไน เอเมรี่ใช้เวลาทบทวนตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาจนได้ตัดสินใจลดบทบาทของดาวเตะทีมชาติสวิตลงเพื่อผลดีต่อทั้งสโมสรและแฟนบอล พร้อมกันนั้นยังได้ส่งมอบปลอกแขนไปให้กับปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองอีกด้วย

    ว่ากันว่าเทรนเนอร์ชาวสเปนที่คอยให้ท้ายชาก้ามาตลอดก็สุดจะทนกับพฤติกรรมอันไร้ความเป็นมืออาชีพในครั้งนี้ เมื่อเจ้าตัวไม่ได้ออกมาขอโทษแฟนบอลอย่างจริงใจแต่กลับออกมาชี้แจงเพิ่มเติมว่าโดนแฟนบอลด่าทอเสียๆหายๆจนเกินจะรับได้ จนนำไปสู่การถอดออกจากตำแหน่งกัปตันในที่สุด “ เค้า(ชาก้า)ยังคงเป็นนักเตะของเรา แต่ผมยังคิดจะพักเค้าจากเกมการแข่งขันอีกซักพัก และผมได้แจ้งเป็นการส่วนตัวแล้วว่าเค้าจะไม่ใช่กัปตันทีมของอาร์เซนอลอีกต่อไป และชาก้าก็เข้าใจเป็นอย่างดี ตอนนี้เราจัดการสถานการณ์วุ่นวายได้แล้ว ทุกอย่างจบลงตรงนี้และหน้าที่ของเราคือกลับมาเก็บชัยชนะให้ได้อีกครั้ง ” อูไน เอเมรี่ชี้แจงถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทีม

อูไน รู้ตัวเมื่อสายสื่อคาดอีกไม่เกินเดือนโดนตะเพิดกลับสเปน

     แม้ว่าอูไน เอเมรี่จะเริ่มหูตาสว่างมากขึ้นจากการที่พักกรานิต ชาก้าไว้ข้างสนามรวมไปถึงหันกลับมาใช้งานเมซุต โอซิล และลูคัส ตอเรร่า ทว่าผลงานของอาร์เซนอลก็ยังคงไม่เข้าเป้าเมื่อทำได้แค่เสมอวูล์ฟแฮมตันในแม็ตซ์ล่าสุด โดยนักวิเคราะห์แดนผู้ดีต่างลงความเห็นว่ากุนซือชาวสเปนตัดสินใจเปลี่ยนแปลงเมื่อทุกอย่างเหมือนจะสายไปเสียแล้ว และความปั่นป่วนของทีมปืนใหญ่ในเวลานี้ก็ดูเหมือนจะเกินกำลังที่เอเมรี่จะเยียวยาเมื่อเกมรับที่อ่อนยุ่ยก็ยังคงเหมือนเดิมในขณะที่เกมรุกที่เคยดีก็ชักจะฝืดตามไปอีกเช่นกัน

      ข่าววงในยังระบุอีกว่าบอร์ดบริหารของทีมปืนใหญ่ได้เตรียมแผนการเฉือดทิ้งเอเมรี่ไว้แล้ว รอเพียงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น เนื่องจากเทรนเนอร์ชาวสเปนไม่สามารถบริหารจัดการสโมสรได้เลยแม้แต่นิดเดียว ไล่เรียงตั้งแต่การปล่อยให้กัปตันทีมไปแสดงอาการหัวร้อนใส่แฟนบอล,การเลือกใช้นักเตะอย่างผิดที่ผิดทาง(ตัวดีๆจับพักแถมตัวหลักๆก็มีแต่ฟอร์มห่วยๆ) รวมไปถึงผลงานในสนามที่ต้องบอกเลยว่าอาร์เซนอลกำลังสูญเสียความมั่นใจอย่างหนักเนื่องจากผลงานในพรีเมียร์ลีกสามเกมหลังสุดพวกเค้าไม่ชนะใครเลยและเก็บได้เพียงสองคะแนน

โมนาโก เดิมพันสุดคุ้มกับผลงาน9ประตูของวิสลามเบนเยดแดร์

โมนาโก

   เมื่อช่วงต้นซีซั่นโมนาโกนั้นตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก พวกเค้าไม่ชนะใครเลยในช่วงแรก ชนิดที่ทำให้เก้าอี้ของเลโอนาโด้ ยาดิมพลอยร้อนไปด้วยเลยทีเดียว ทว่าสุดท้ายแล้วโมนาโกได้ตัดสินใจทุ่มเงินกว่า40ล้านยูโรเพื่อดึงวิสลาม เบน เยดแดร์มาจากเซบีญ่า ซึ่งการมาของดาวยิงชาวฝรั่งเศสก็เป็นการคืนความสุขให้กับแฟนบอลโมนาโกอย่างแท้จริงเมื่อเบน เยดแดร์ซัดไป9ประตูจากการลงสนาม9นัดนำพาสโมสรกลับมาลุ้นติดท๊อปโฟว์ได้อย่างทันใจ

   ไม่น่าแปลกใจเลยซักนิดที่วิสลาม เบน เยดแดร์จะยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำในลีกเอิง เพราะก่อนหน้านี้เค้าก็ยิงได้ถึง70ประตูตลอดสามซีซั่นในลาลีก้า ชนิดที่เรียกว่ามีดีกรีเป็นถึงเป้าหมายที่แมนเชสเตอร์ยูในเต็ดเคยหมายปองมาเลยทีเดียว แต่ทว่าในที่สุดเจ้าตัวก็เลือกที่จะมาสวมเสื้อหมายเลข9กับโมนาโก แล้วก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจอีกต่างหาก จนตอนนี้อาจมีลุ้นไปถึงการติดทัพไปเตะยูโร2020ที่โปรตุเกสเลยด้วยซ้ำไป นี่เป็นเครดิตที่เราต้องยกให้กับเลโอนาโด้ ยาดิมเทรนเนอร์จอมเก๋าของโมนาโกด้วยที่มีสายตาอันกว้างไกลที่สามารถดึงตัวสตาร์รายนี้กลับมาช่วยกู้วิกฤตได้อย่างเห็นผล

เบนเยดแดร์รับเสียงเชียร์จากแฟนบอล โมนาโก คือพลังที่พาทีมกลับมาได้

    ณ ตอนนี้โมนาโกมี15คะแนนห่างจากแร็งส์ทีมอันดับ4อยู่เพียง3แต้มซึ่งนั่นทำให้โมนาโกมีความหวังที่จะกลับมาทวงพื้นที่ยุโรปอีกครั้ง “ ทีมของเราเริ่มเล่นกันได้อย่างมั่นใจนั่นทำให้เราได้ผลการแข่งขันที่ดีต่อเนื่อง เราทุกคนต่างมีความสุขไปกับมัน และถ้าไม่มีแรงหนุนจากแฟนบอลเราคงไม่อาจมาถึงจุดนี้ เราเริ่มซีซั่นกันได้ไม่ดีนัก มันทำให้หลายอย่างเป็นเรื่องยากก่อนหน้านี้ และเราต้องพยายามกันอย่างหนักที่จะกลับมาสู่ทางสายนี้(ทำอันดับไปเล่นถ้วยยุโรป) เราจะไม่หยุดแค่นี้เรา(นักเตะและแฟนบอลโมนาโก)จะเก็บชัยชนะให้ได้มากที่สุด ”

     ในขณะเพื่อนร่วมทีมรายอื่นๆก็ได้ทยอยออกมาขอบคุณแฟนบอลเช่นกันที่ “ มันเป็นภาพที่น่าประทับใจที่เราได้ฉลองชัยชนะไปกับแฟนๆ ฤดูกาลยังมียาวไกลผมหวังว่าแฟนบอลจะให้กำลังใจนักเตะต่อไปอีกนานๆ ” อิสลาม สลิมานี่คู่หูในแดนหน้าของเบน เยดแดร์กล่าวเสริม ส่วนเชส ฟราเบรกาสก็ได้กล่าวถึงแฟนบอลเช่นกัน “ เสียเชียร์คือพลังที่ทำให้เรากลับมาเก็บชัยชนะได้บ่อยขึ้น ความมั่นใจของเราค่อยๆเพิ่มพูน แต่เราต้องไม่เหลิง โมนาโกไม่ต้องไปกดดันตัวเอง เราเพียงเอาชนะกันไปแบบเกมต่อเกมเราก็จะบรรลุเป้าหมายได้อย่างแน่นอน ”

ดอร์ทมุนด์ โต้ขาเก้าอี้ฟาฟร์ยังแน่นไม่มีแพลนหาใครแทนที่

ดอร์ทมุนด์

    โบรุทเซียร์ ดอร์ทมุนด์เปิดซีซั่น2019/20ได้อย่างน่าประทับใจด้วยการปรายปราบเสือใต้คว้าแชมป์เยอรมันซุปเปอร์คัพ จากนั้นก็นำเป็นผู้นำหัวตารางบุนเดสลีก้าอยู่พักใหญ่ก่อนจะค่อยๆแผ่วปลายจนกระทั่งหล่นมาอยู่อันดับ4ของตารางบุนเดสลีก้า ในขณะที่ผลงานในรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกก็ไม่สู้ดีนักเมื่อบุกไปพ่ายอินเตอร์มิลานมาหมาดๆจนทำให้ข่าวการปรับเปลี่ยนบทบาทผู้จัดการทีมของทัพเสือเหลืองเริ่มถูกพาดหัวมากขึ้นเรื่อยๆ ร้อนให้ผู้อำนวยการกีฬาอย่าง มิเชล ซอร์คต้องออกโรงมาให้ข่าวด้วยตัวเอง

    โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาบอร์ดบริหารเสือเหลืองก็เพิ่งจะต่อสัญญาให้ฟาฟร์ได้คุมทีมไปจนถึงปี2021 นำพาผอ.กีฬาคนดังของโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ต้องออกมายืนยันด้วยตัวเองว่ายังคงมีความมั่นใจในฝีไม้ลายมือของลูเซียง ฟาฟร์ไม่เปลี่ยนแปลง “ ซีซั่นนี้เพิ่งจะเริ่มพวกเราเพิ่งแพ้ในลีกไปเกมเดียวเอง มันเหลวไหลสิ้นดีที่บอกว่าเรา(ดอร์ทมุนด์)กำลังเจรจากับมูรินโญ่ ผมบอกตรงนี้เลยว่าดอร์ทมุนด์จะสนับสนุนลูเซียง ฟาฟร์ต่อไป แล้วก็จะไม่มีการเจรจากับผู้จัดการทีมหน้าไหนทั้งนั้น ”

ลูเซียงฟาฟร์สถิติยังเจ๋งแม้ ดอร์ทมุนด์ ฟอร์มยังไม่ร้อนในยามนี้

    โดยลูเซียง ฟาฟร์แม้ว่ายังไม่เคยพาทีมโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์บุนเดสลีก้ามาก่อน ทว่าในแง่ของสถิติแล้วฟาฟร์ถือว่ามีค่าเฉลี่ยนในการทำแต้มให้เสือเหลืองมากกว่ากุนซือคนก่อนอย่างโธมัส ทูเคิลเสียอีก(ทูเคิลมีค่าเฉลี่ยคุมทีมเก็บแต้มได้ที่2.09ต่อการลงสนามหนึ่งเกม ในขณะที่ฟาฟร์มีค่าเฉลี่ยเกมละ2.24ต่อเกม)ซึ่งทำให้บอร์ดบริหารยังคงเชื่อมั่นว่าในระยะยาวแล้วเสือเหลืองจะกลับมาบดลุ้มแชมป์บุนเดสลีก้าได้อย่างแน่นอน หลังจากที่ซีซั่นที่แล้วฟาฟร์ผู้นี้นี่เองที่พาทีมได้ลุ้นแชมป์ลีกไปกระทั่งถึงเกมสุดท้ายของฤดูกาล(แม้สุดท้ายบาเยิร์น มิวนิคจะปาดหน้าคว้าแชมป์ลีกเยอรมันไปก็ตาม)

    โดยในเวลานี้โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์แม้จะรั้งอันดับ4ของตารางลีกเมืองเบียร์ แต่ทว่าถ้าเทียบในด้านคะแนนแล้วพวกเค้ามีแต้มตามหลังจ่าฝูงอย่างโบรุทเซีย มึนเช่นกลัดบัคเพียงคะแนนเดียวเท่านั้น เท่ากับพวกเค้ายังมีโอกาสที่จะพลิกกลับมาทวงตำแหน่งจ่าฝูงได้อย่างสบาย เพราะคู่แข่งตัวฉกาจอย่างบาเยิร์น มิวนิคเองซีซั่นนี้ก็ฟอร์มแย่ไม่แพ้กัน แต่ทว่าสถานการณ์ของเสือใต้ค่อนข้างจะหนักกว่าเมื่อสองแนวรับคนสำคัญอย่างนิคลาส ชูเล่ย์ และลูก้าส์ แอร์กน็องเดซต่างได้รับบาดเจ็บไปแล้วทั้งคู่ จึงทำให้น่าทำให้บาเยิร์น มิวนิคต้องเจองานหนักกว่าในการที่จะต่อสู่เพื่อกลับมาทวงอันดับหนึ่งของตาราง

หงส์เเดง ผ่านคำเย้นหยันและล้มเหลวมากโขจนมีวันนี้!! เทรนด์กล่าว

หงส์เเดง

    ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าลิเวอร์พูลสถาปนาตัวเป็นทีมที่แข็งแกร่งในระดับแนวหน้าของแดนผู้ดีไปเป็นที่เรียบร้อย ทว่ากว่าจะเดินมาถึงวันนี้ทีมหงส์แดงก็ต้องประสบอุปสรรคปัญหาต่างมากมาย ซึ่งเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ยอมรับอย่างเต็มใจว่าหากปราศจากความล้มเหลวเมื่อครั้งอดีตแล้วทีมของเค้าก็คงไม่อาจเดินได้อย่างแข็งแกร่งเฉียกเช่นปัจจุบันเช่นกัน

     อย่างที่เราทราบกันว่าลิเวอร์พูลนั้นเคยมีอดีตที่ยิ่งใหญ่ทว่านับตั้งแต่ลีกอังกฤษเปลี่ยนชื่อมาเป็นพรีเมียร์ลีก ชาวเดอะค็อปก็แทบไม่เคยได้เฮกับเค้าเลย ซ้ำร้ายสถิติเหล่านี้มักถูกทีมอื่นเอาไปล้อเลียนกันอย่างขบขันสร้างความสะเทือนใจให้ทั้งแฟนบอล และนักเตะลิเวอร์พูล “ ลิเวอร์พูลห่างหายความสำเร็จมานาน หลายครั้งที่เราเข้าใกล้มันแต่เราก็ทำไม่สำเร็จ ภาพความล้มเหลวเหล่านั้นมันตามหลอกหลอนพวกเราเสมอมา ถ้าส่วนตัวผมเองการแพ้ต่อรีล มาดริดในนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อสองปีก่อนมันสิ่งที่เจ็บปวดมาก สิ่งนี้เป็นแรงผลักดันให้พวกเราแข็งแกร่งขึ้น ” แบ๊คขวาดีกรีทีมชาติอังกฤษกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

หงส์เเดง คือตัวอย่างสำหรับทีมที่อยากก้าวข้ามความล้มเหลว

     ปัจจุบันเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์เป็นกำลังสำคัญที่พาลิเวอร์พูละครองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก โดยเจอร์เกน คล็อปป์วางใจให้แบ็คขวาวัย21ปีรายนี้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงตลอด8นัดที่ผ่านมา “ ลิเวอร์พูลกำลังอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ดี เราพูดแบบไม่อายว่าทีมไหนๆต่างก็อิจฉาเรา สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าทีมของเราเป็นนักสู้ เรามองข้อผิดพลาดเป็นบทเรียน เรียนรู้ไปกับมัน แต่ไม่ปล่อยให้ความล้มเหลวเหล่านั้นมาเหนี่ยวรั้งเรา แต่เราพูดได้ไม่เต็มปากหรอกตราบเท่าที่ลิเวอร์พูลยังไม่เคยได้แชมป์พรีเมียร์ลีก พวกเราจึงมุ่งมั่นกันอย่างเต็มที่เพื่อจะทำมันให้สำเร็จ ”

     ลิเวอร์พูลกำลังมีคิวบุกไปเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในสัปดาห์นี้เพื่อทำแดงเดือดกับแมนยูฯ ซึ่งเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์หมายใจที่เก็บสามแต้มให้จงได้ “ การเล่นกับยูไนเต็ดไม่เคยง่าย แม้พวกเค้าจะยังไม่อยู่ฟอร์มที่ดีนัก แต่มันเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี พวกเค้าคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ในขณะที่ลิเวอร์พูลเองก็มีฟอร์มการเล่นที่ดีต่อเนื่อง ฉะนั้นเราก็พลาดท่าให้พวกเค้าไม่ได้เช่นกัน ยิ่งหากเราชนะได้มันจะยิ่งส่งผลดีต่อความมั่นใจของเราโดยตรง ” เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์กล่าวอย่างมุ่งมั่น

เทรนด์อาร์โนลด์ รับหากไร้คล็อปป์คงมิอาจพัฒนาฝีเท้าได้เท่านี้

เทรนด์อาร์โนลด์

     นอกจากลิเวอร์พูลจะทำผลงานในพรีเมียร์ลีกได้อย่างโดดเด่นแล้วพวกเค้ายังสร้างแบ็คขวาฝีเท้าดีอย่างเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ที่สถาปนาเป็นแบ็คขวาทีมชาติอังกฤษไปแล้ว แม้ว่าดาวเตะวัย21กะรัตจะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นฟูลแบ็คชั้นแนวหน้าของลีกผู้ดีไปแล้วแต่เจ้าตัวก็ยังถ่อมตัวยังมีจุดอ่อนที่ต้องพัฒนาอีกมากมาย พร้อมเชื่อมั่นว่าการได้ลงเล่นภายใต้การทำทีมของเจอร์เกน คล็อปป์จะทำให้เค้าพัฒนาขึ้นเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน

     “ ผมได้รับประสบการณ์ที่ดีตลอด2-3ปีหลัง มันเหลือเชื่อมากๆย้อนกลับไปผมคิดแค่ว่าแค่ได้รับโอกาสซักซีซั่นละ10เกมมันก็คงโอเคมากแล้ว แต่ผมก็มาได้ไกลกว่านั้น ผมได้เล่นนัดชิงถ้วยยูซีแอล ทั้งหมดมันเริ่มต้นจากความเชื่อมั่นที่เจอร์เกน คล็อปป์มีต่อผม สิ่งนี้มันผลักดันให้ผมรู้สึกว่าต้องทำผลงานให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ผมลองมองย้อนกลับไปถ้าผมไม่ได้ทำงานร่วมกับเจอร์เกน คล็อปป์ผมก็อาจจะยังไม่มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษด้วยซ้ำไป ” เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ผู้ซึ่งเติบโตมากับอะคาเดมี่ของหงส์แดงกล่าวอย่างปลาปลื้ม

เทรนด์อาร์โนลด์ ยกเจอร์ราดมีอิทธิพลอย่างมากต่อการพัฒนาลูกเซตพีซ

    เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์นอกจากจะสามารถขยับขึ้นลงได้ตลอดเกมแล้ว เจ้าตัวยังมีทีเด็ดที่การเตะลูกนิ่งที่ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบอลหรือยิงฟรีคิ๊กก็ทำได้ดีจนได้ทำหน้าที่ให้กับลิเวอร์พูลอยู่บ่อยครั้ง “ มันเริ่มจากการได้ดูเทปการเล่นของสตีเว่น เจอร์ราด เค้าสามารถเปิดทำทางให้ทีมได้เปรียบหรือแม้แต่การยิงเอง มันทำให้ผมอยากทำได้บ้าง มันเป็นแรงกระตุ้นให้ผมอยากพัฒนาการเตะลูกนิ่ง เมื่อถึงจุดหนึ่งที่คุณซ้อมมาอย่างมากมาย คุณจะมั่นใจจนทำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ”

   “ สิ่งที่ผมเรียนรู้จากเจอร์ราดไม่ได้มีแค่ความแม่นยำนะ คุณต้องมีหัวใจที่แข็งแกร่งด้วย การได้ตั้งเตะในจังหวะสำคัญๆความมั่นใจอาจจะสำคัญกว่าจำนวนการซ้อมในสนามด้วยซ้ำไป แต่คุณอย่าเข้าใจผิดนะ ผมไม่ได้แคร์ว่าต้องทำแอสซิสต์หรือยิงประตูให้ได้มากๆนะ ผมหวังแค่ทำทุกอย่างเพื่อให้ทีมได้เปรียบให้ได้มากที่สุด ขอแค่เราได้รับชัยชนะก็พอสถิติส่วนตัวมันไม่สำคัญกับผมเลย ” เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์เจ้าของเสื้อหมายเลข66ของลิเวอร์พูลให้คำมั่น โดยแม้จะกล่าวอย่างถ่อมตัวแต่แบ๊คขวารายนี้ก็มีชื่อทำประตูให้ลิเวอร์พูลจากลูกฟรีคิ๊กไปแล้วหนึ่งเม็ดในเกมกับเชลซี พร้อมกับแอสซิสต์อีก3ครั้ง จากการลงเล่นทุกรายการ(ลงเล่นรวม12นัด)