เมสซี่ ยังยอม!รับดวลกับฟานไดค์ในสนามกลายเป็นงานช้างอยู่เรื่อย

เมสซี่

   ผลงานการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกของลิเวอร์พูลเมื่อซีซั่นที่แล้ว อาจเป็นผลงานที่จับต้องได้มากที่สุดสำหรับแฟนบอล ทว่าสำหรับนักฟุตบอลด้วยกันแล้วผลงานการเขี่ยบาเซโลน่าตกรอบไปดื้อๆทั้งที่เลกแรกทีมดังจากสเปนตุนสกอร์นำไปก่อนถึง3ประตูนั่นต่างหากที่เป็นโจษจันกันในหมู่นักฟุตบอล ซึ่งนับเหมารวมถึงลีโอแนล เมสซี่สักขีพยานของความปราชัยในครั้งนั้นด้วยที่เอ่ยปากยอมรับอย่างไม่อายว่าการต้องดวลกับเฟอกิล ฟาน ไดค์ในแอนด์ฟิลวันนั้นคือฝันร้ายของผู้เล่นอัลซูลกราน่าเลยทีเดียว

    “ ถ้าจะหาเหตุผลที่บาเซโลน่าต้องพลาดแชมป์ยูซีแอลเมื่อปีก่อนละก็ ผมว่าเฟอกิล ฟาน ไดค์ คือตัวการสำคัญเลยละ ยิ่งฟอร์มการเล่นของเค้าในแอนด์ฟิลมันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมาก เค้ามักจะตัดสินใจกับบอลในจังหวะสำคัญๆได้อย่างเหมาะสม ยิ่งเค้าสกัดบอลได้มากขึ้นๆผู้เล่นแนวรับคนอื่นๆก็จะยิ่งมั่นใจมากขึ้นตามไปด้วย เค้ามีอิทธิพลต่อแนวรับของลิเวอร์พูลอย่างมาก วันนั้นมันกลายเป็นเราที่ตื้อไปเอง พวกเค้าดักทางเราได้หมดเลย ”

เมสซี่ กล่าวฟานไดค์ขาดความคล่องเเละความไวเเต่เป็นจุดเเข็งซะงั้น

    “ ปกติผู้เล่นที่มีร่างกายสูงใหญ่มักจะขาดความคล่องตัวและความเร็ว แต่นั่นกลับเป็นอีกจุดแข็งของฟาน ไดค์ซะงั้น ผมนี่งงเลยแค่เสี้ยววินาทีที่เราคลองบอลเค้าก็จะมาดักหน้า ดักหลังเราแล้ว นั่นแสดงให้เห็นว่าเค้าครบเครื่องแบบสุดๆไปเลย แถมยามเล่นเกมรุกเค้าก็ยังเติมขึ้นทำประตูได้อีกต่างหาก ผมไม่เคยเจอกองหลังคนไหนที่มหัศจรรย์เท่านี้มาก่อนเลย ให้ตายซิ! ” เจ้าของรางวัล “ เดอะ เบสต์ ฟีฟ่า เมนส์ เพลเยอร์ ” ประจำปี2019กล่าวอย่างประหลาดใจ 

อับบราฮัมช่วยยันฟานไดค์ตามประกบติดเหมือนจีพีเอสเลยทีเดียว

    อีกหนึ่งคนใกล้ตัวอย่างโทนี่ อับบราฮัมหัวหอกความหวังใหม่ของเชลซีที่ซีซั่นนี้ได้ลงดวลกับฟาน ไดค์มาแล้วสองเกมก็ได้ออกความเห็นไปในทางเดียวกันถึงการเจอประกบชนิดที่เค้าแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย “ ผมบอกตรงๆนะ ในการเจอกันครั้งที่สองกับลิเวอร์พูล ผมเตรียมตัวมาดีมากๆ คิดลูกเล่นมาเพียบ แต่พอลงสนามเข้าจริงฟาน ไดค์เค้าไม่เปิดโอกาสให้ผมได้ทำอะไรได้เลย มันเหมือนกันว่าเค้าคิดนำผมไปหนึ่งก้าวเสมอ ผมแทบไม่มีเวลาได้ทำอะไรเลยเพราะพอผมได้บอลเค้าก็แทบจะอยู่ติดตัวผมแล้ว เค้ามีสมาธิกับเกมสูงมากๆ อ่านเกมได้ดี ทุกวันนี้ผมก็ยังหาทางเอาชนะเค้าอยู่เลย คุณเชื่อไหม? ” ดาวยิงสิงห์บลูกล่าวซูฮก

หงส์เเดง ผ่านคำเย้นหยันและล้มเหลวมากโขจนมีวันนี้!! เทรนด์กล่าว

หงส์เเดง

    ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าลิเวอร์พูลสถาปนาตัวเป็นทีมที่แข็งแกร่งในระดับแนวหน้าของแดนผู้ดีไปเป็นที่เรียบร้อย ทว่ากว่าจะเดินมาถึงวันนี้ทีมหงส์แดงก็ต้องประสบอุปสรรคปัญหาต่างมากมาย ซึ่งเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ยอมรับอย่างเต็มใจว่าหากปราศจากความล้มเหลวเมื่อครั้งอดีตแล้วทีมของเค้าก็คงไม่อาจเดินได้อย่างแข็งแกร่งเฉียกเช่นปัจจุบันเช่นกัน

     อย่างที่เราทราบกันว่าลิเวอร์พูลนั้นเคยมีอดีตที่ยิ่งใหญ่ทว่านับตั้งแต่ลีกอังกฤษเปลี่ยนชื่อมาเป็นพรีเมียร์ลีก ชาวเดอะค็อปก็แทบไม่เคยได้เฮกับเค้าเลย ซ้ำร้ายสถิติเหล่านี้มักถูกทีมอื่นเอาไปล้อเลียนกันอย่างขบขันสร้างความสะเทือนใจให้ทั้งแฟนบอล และนักเตะลิเวอร์พูล “ ลิเวอร์พูลห่างหายความสำเร็จมานาน หลายครั้งที่เราเข้าใกล้มันแต่เราก็ทำไม่สำเร็จ ภาพความล้มเหลวเหล่านั้นมันตามหลอกหลอนพวกเราเสมอมา ถ้าส่วนตัวผมเองการแพ้ต่อรีล มาดริดในนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อสองปีก่อนมันสิ่งที่เจ็บปวดมาก สิ่งนี้เป็นแรงผลักดันให้พวกเราแข็งแกร่งขึ้น ” แบ๊คขวาดีกรีทีมชาติอังกฤษกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

หงส์เเดง คือตัวอย่างสำหรับทีมที่อยากก้าวข้ามความล้มเหลว

     ปัจจุบันเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์เป็นกำลังสำคัญที่พาลิเวอร์พูละครองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก โดยเจอร์เกน คล็อปป์วางใจให้แบ็คขวาวัย21ปีรายนี้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงตลอด8นัดที่ผ่านมา “ ลิเวอร์พูลกำลังอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ดี เราพูดแบบไม่อายว่าทีมไหนๆต่างก็อิจฉาเรา สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าทีมของเราเป็นนักสู้ เรามองข้อผิดพลาดเป็นบทเรียน เรียนรู้ไปกับมัน แต่ไม่ปล่อยให้ความล้มเหลวเหล่านั้นมาเหนี่ยวรั้งเรา แต่เราพูดได้ไม่เต็มปากหรอกตราบเท่าที่ลิเวอร์พูลยังไม่เคยได้แชมป์พรีเมียร์ลีก พวกเราจึงมุ่งมั่นกันอย่างเต็มที่เพื่อจะทำมันให้สำเร็จ ”

     ลิเวอร์พูลกำลังมีคิวบุกไปเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในสัปดาห์นี้เพื่อทำแดงเดือดกับแมนยูฯ ซึ่งเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์หมายใจที่เก็บสามแต้มให้จงได้ “ การเล่นกับยูไนเต็ดไม่เคยง่าย แม้พวกเค้าจะยังไม่อยู่ฟอร์มที่ดีนัก แต่มันเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี พวกเค้าคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ในขณะที่ลิเวอร์พูลเองก็มีฟอร์มการเล่นที่ดีต่อเนื่อง ฉะนั้นเราก็พลาดท่าให้พวกเค้าไม่ได้เช่นกัน ยิ่งหากเราชนะได้มันจะยิ่งส่งผลดีต่อความมั่นใจของเราโดยตรง ” เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์กล่าวอย่างมุ่งมั่น

เทรนด์อาร์โนลด์ รับหากไร้คล็อปป์คงมิอาจพัฒนาฝีเท้าได้เท่านี้

เทรนด์อาร์โนลด์

     นอกจากลิเวอร์พูลจะทำผลงานในพรีเมียร์ลีกได้อย่างโดดเด่นแล้วพวกเค้ายังสร้างแบ็คขวาฝีเท้าดีอย่างเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ที่สถาปนาเป็นแบ็คขวาทีมชาติอังกฤษไปแล้ว แม้ว่าดาวเตะวัย21กะรัตจะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นฟูลแบ็คชั้นแนวหน้าของลีกผู้ดีไปแล้วแต่เจ้าตัวก็ยังถ่อมตัวยังมีจุดอ่อนที่ต้องพัฒนาอีกมากมาย พร้อมเชื่อมั่นว่าการได้ลงเล่นภายใต้การทำทีมของเจอร์เกน คล็อปป์จะทำให้เค้าพัฒนาขึ้นเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน

     “ ผมได้รับประสบการณ์ที่ดีตลอด2-3ปีหลัง มันเหลือเชื่อมากๆย้อนกลับไปผมคิดแค่ว่าแค่ได้รับโอกาสซักซีซั่นละ10เกมมันก็คงโอเคมากแล้ว แต่ผมก็มาได้ไกลกว่านั้น ผมได้เล่นนัดชิงถ้วยยูซีแอล ทั้งหมดมันเริ่มต้นจากความเชื่อมั่นที่เจอร์เกน คล็อปป์มีต่อผม สิ่งนี้มันผลักดันให้ผมรู้สึกว่าต้องทำผลงานให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ผมลองมองย้อนกลับไปถ้าผมไม่ได้ทำงานร่วมกับเจอร์เกน คล็อปป์ผมก็อาจจะยังไม่มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษด้วยซ้ำไป ” เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ผู้ซึ่งเติบโตมากับอะคาเดมี่ของหงส์แดงกล่าวอย่างปลาปลื้ม

เทรนด์อาร์โนลด์ ยกเจอร์ราดมีอิทธิพลอย่างมากต่อการพัฒนาลูกเซตพีซ

    เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์นอกจากจะสามารถขยับขึ้นลงได้ตลอดเกมแล้ว เจ้าตัวยังมีทีเด็ดที่การเตะลูกนิ่งที่ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบอลหรือยิงฟรีคิ๊กก็ทำได้ดีจนได้ทำหน้าที่ให้กับลิเวอร์พูลอยู่บ่อยครั้ง “ มันเริ่มจากการได้ดูเทปการเล่นของสตีเว่น เจอร์ราด เค้าสามารถเปิดทำทางให้ทีมได้เปรียบหรือแม้แต่การยิงเอง มันทำให้ผมอยากทำได้บ้าง มันเป็นแรงกระตุ้นให้ผมอยากพัฒนาการเตะลูกนิ่ง เมื่อถึงจุดหนึ่งที่คุณซ้อมมาอย่างมากมาย คุณจะมั่นใจจนทำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ”

   “ สิ่งที่ผมเรียนรู้จากเจอร์ราดไม่ได้มีแค่ความแม่นยำนะ คุณต้องมีหัวใจที่แข็งแกร่งด้วย การได้ตั้งเตะในจังหวะสำคัญๆความมั่นใจอาจจะสำคัญกว่าจำนวนการซ้อมในสนามด้วยซ้ำไป แต่คุณอย่าเข้าใจผิดนะ ผมไม่ได้แคร์ว่าต้องทำแอสซิสต์หรือยิงประตูให้ได้มากๆนะ ผมหวังแค่ทำทุกอย่างเพื่อให้ทีมได้เปรียบให้ได้มากที่สุด ขอแค่เราได้รับชัยชนะก็พอสถิติส่วนตัวมันไม่สำคัญกับผมเลย ” เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์เจ้าของเสื้อหมายเลข66ของลิเวอร์พูลให้คำมั่น โดยแม้จะกล่าวอย่างถ่อมตัวแต่แบ๊คขวารายนี้ก็มีชื่อทำประตูให้ลิเวอร์พูลจากลูกฟรีคิ๊กไปแล้วหนึ่งเม็ดในเกมกับเชลซี พร้อมกับแอสซิสต์อีก3ครั้ง จากการลงเล่นทุกรายการ(ลงเล่นรวม12นัด)

ชีลเวลล์ นักเตะจิ้งจอกไม่แคร์พลาดซบหงส์เมื่อหลายปีก่อน

ชีลเวลล์

    ในเวลานี้ใครๆต่างก็รู้ว่าลิเวอร์พูลได้ก้าวขึ้นมาเป็นทีมที่สิทธิลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัว หลังจากที่โปรแกรมการแข่งขันพรีเมียร์ลีกผ่านมาแล้ว7นัดพวกเค้ายังคงชนะรวดเก็บ21แต้มเต็มโดยมีนำแมนเชสเตอร์ ซิตื้ทีมอันดับสอง(แชมป์เก่า)อยู่ถึง5แต้ม แต่ถึงแม้ว่ารัศมีของทัพหงส์แดงจะเปล่งอานุภาพเพียงใดก็ตาม เบน ชิลเวลล์แบ็คซ้ายผู้เคยพลาดโอกาสที่จะได้เป็นหนึ่งในนักเตะของลิเวอร์พูลกลับยืดอกรับอย่างหน้าตาเฉยว่าเค้าไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไร แม้ว่าถ้าเกิดเค้าได้ย้ายมาสวมยูนิฟอร์มสีแดงเค้าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จที่มากขึ้นก็ตาม

   “ เคยมีการติดต่อเข้ามาเมื่อหลายปีก่อน แต่สุดท้ายมันก็ไม่มีอะไร ส่วนตัวผมเองก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไรผมก็มีความสุขดีกับเลสเตอร์ พวกเรามอบความไว้ใจให้กับผม ทุกวันนี้ผมก็ยังสนุกกับการเล่นฟุตบอล ผมเคารพลิเวอร์พูลนะ แต่บอกตรงๆผมไม่เคยคิดเสียดายเรื่องเกี่ยวกับลิเวอร์พูลเลย ” เบน ชีลเวลล์ที่ปัจจุบันเป็นนักเตะของเลสเตอร์ ซิตี้กล่าวยืนยัน

ชีลเวลล์ หวานฝันอยากมีแชมป์ติดตัวและต้องทำในสีเสื้อจิ้งจอก

    เบน ชีลเวลล์ถูกดันขึ้นทีมชุดใหญ่ของเลสเตอร์ ซิตี้ในปี2015 ซึ่งในปีนั้นเองจิ้งจอกสยามสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จอีกด้วย แต่ทว่าในเวลานั้นเจ้าตัวยังเป็นดาวรุ่งที่ไม่ได้รับโอกาสลงเล่นในเกมพรีเมียร์ลีกเลยแม้แต่เกมเดียวจึงยังไม่ได้มีส่วนร่วมกับการสัมผัสถ้วยรางวัลครั้งประวัติศาสตร์ “ เลสเตอร์เคยได้แชมป์พรีเมียฯมาแล้ว มันทำไมจะเกิดขึ้นอีกไม่ได้ละ? ปีนี้เราเล่นกันได้ดีแต่มันยังเร็วเกินไป เราต้องสม่ำเสมอกว่านี้ เลสเตอร์ ซิตี้มีกลุ่มนักเตะที่มีความสัมพันธ์เหนียวแน่น ตอนผมขึ้นมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่ รุ่นพี่หลายคนช่วยเหลือผมเป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกดีมากๆ ฉะนั้นผมถึงเคยเสียเวลาคิดที่จะย้ายไปที่นั่นที่นี่ ”

    “ ผมอยู่กับทีมที่ให้ความเชื่อมั่นกับผม นอกจากนี้เลสเตอร์ ซิตี้ยังมีความพร้อมที่จะประสบความสำเร็จ นักเตะดีๆของเราหลายคนถูกทีมอื่นๆทุ่มเงินคว้าตัวออกไปสิ่งนี้ยืนยันได้ชัดเจนว่าเรามีทีมที่แข็งแกร่ง แถมการอยู่กับทีมยังส่งผลให้ผมติดทีมชาติอังกฤษไปแล้วอีกต่างหาก(ลงเล่นไปแล้ว8นัด)สำหรับวัยเท่านี้ ผมว่าผมไม่มีอะไรต้องเสียดายอีกแล้วละ ” แบ็คซ้ายดีกรีทีมชาติอังกฤษกล่าวอย่างมั่นใจ โดยในเวลานี้เลสเตอร์ ซิตี้รั้งอันดับสามของตารางพรีเมียร์ลีก(มี14แต้ม) โดยมีแต้มตามหลังลิเวอร์พูลจ่าฝูงอยู่7คะแนนด้วยกัน

ไลป์ซิก นิ่งสยบกระแสมัดใจแวร์เนอร์ยืดสัญญาไปถึง2023เรียบร้อย

ไลป์ซิก

   ในช่วง2-3ซีซั่นที่ผ่านมานั้นไลป์ซิกทำผลงานในบุนเดสลีก้าได้อย่างน่าชื่นชมจนกลายเป็นทีมกลุ่มหัวตารางมาโดยตลอด ซึ่งการบินสูงของไลป์ซิกส่วนหนึ่งก็เป็นมาจากการยกระดับฝีเท้าของติร์โม่ แวร์เนอร์กองหน้าชาวเยอรมัน จนทำให้ทุกช่วงตลาดซื้อขายผู้เล่น แวร์เนอร์มักจะมีข่าวเกี่ยวข้องกับทีมดังๆในยุโรปมาโดยตลอด บ้างก็ว่าเค้าจะย้ายไปเป็นผู้เล่นของลิเวอร์พูล บ้างก็ว่าเค้าจะโยกไปสวมยูนิฟอร์มเสือใต้ และไลป์ซิกเองก็ต้องหาทางรับมือกับแรงเสียดทานนี้มาโดยตลอด ซึ่งแม้แต่ตัวนักเตะอย่างแวร์เนอร์เองก็ยังเล่นสงครามประสาทกับต้นสังกัดด้วยการเตะถ่วงการต่อสัญญาฉบับใหม่มาโดยตลอด เพื่อหวังว่าไลป์ซิกจะแตกตื่นกลัวเสียนักเตะไปแบบฟรีๆแล้วตอบรับข้อเสนอจากทีมใดซักทีม

   ก่อนหน้านี้แวร์เนอร์แสดงท่าทีมาตลอดว่าจะไม่ต่อสัญญากับไลป์ซิกอีกในขณะที่สัญญาผูกมัดก็เหลือเพียงไม่นาน(หมดสัญญาเดิม2020) โดยหวังใจว่าหากมีข้อเสนอเข้ามาในช่วงเวลาดังกล่าวไลป์ซิกจะยอมใจอ่อนให้ย้ายทีมสมใจ  ทว่าเมื่อก้าวล่วงเข้าสู่ช่วงซัมเมอร์ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีทีมใดแสดงความสนใจอย่างจริงจัง “ ติโมร์แสดงเจตนาที่จะไม่ต่อสัญญากับเรา และเราก็พร้อมขายเค้าในช่วงที่สัญญาเค้าเหลือไม่ถึง12เดือน แต่ก็ยังไม่ทีมไหนยื่นข้อเสนอเข้ามาเลย เราทำงานกันแบบมืออาชีพและเค้าก็ยังคงเล่นเต็มที่เหมือนที่แล้วมา แต่ผมก็อดห่วงไม่ได้ว่าแฟนบอลจะรู้สึกับเค้าอย่างไร? ก็เค้าย้ายมาเป็นขวัญใจเราตั้งแต่เค้ายังไม่ดังแบบนี้เลย ” ราล์ฟ รังนิคผู้อำนวยการกีฬาของไลป์ซิกแถลง

แวเนอร์เบื่อที่จะรอกลับใจตอบรับต้นสังกัดอยู่ช่วย ไลป์ซิก แบบยาวๆ

   และการที่ไม่ข้อเสนอ35ล้านปอนด์(ตัวเลขที่ไลป์ซิกต้องการ)ยื่นเข้ามาเสียที ก็ทำให้ติร์โม่ แวร์เนอร์เริ่มกลับมาคิดทบทวนดูใหม่ และเมื่อวันที่25สิงหาคมที่ผ่านมาเว็บไซต์สโมสรอย่างเป็นการของไลป์ซิกก็ได้ประกาศผ่านโลกออนไลน์ว่าพวกเค้าได้บรรลุข้อตกลงยืดสัญญากับหัวหอกดีกรีทีมชาติเยอรมันไปจนกระทั่งปี2023เป็นที่เรียบร้อย โดยนับเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของไลป์ซิกเนื่องจากก่อนหน้านี้พวกเค้าเสียนักเตะตัวหลักอย่างนาบี เกอิต้าให้กับลิเวอร์พูล จนทำให้แฟนบอลของพวกเค้าเตรียมใจที่จะเสียแวร์เนอร์ไปตั้งแต่จบซีซั่นที่แล้ว ทว่าในที่สุดดาวเตะวัย23ปีกลับทำเซอร์ไพรซ์ด้วยการต่อสัญญากับทีมออกไปอีก3ปี

คูตินโญ่ เทพตกสวรรค์ที่กำลังกลายเป็นตัวแถมการเจรจาของบาซ่า

คูตินโญ่

   ฟุตบอลลูกกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ นี่เป็นวลีอันแสนคลาสสิคทว่ามันกับสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันของฟิลิเป้ คูตินโญ่เสียเหลือเกิน เนื่องจากเมื่อสองปีก่อนคูตินโญ่มีสถานะเป็นขวัญใจของชาวเดอะค็อป ช่วงเวลาอันหวานหอมนั้นดาวเตะชาวบราซิลเลี่ยนเป็นที่หวงแหนของลิเวอร์พูล เจอร์เกน คล็อปป์ได้พยายามทำทุกทางเพื่อปัดป้องข้อเสนอที่ยื่นเข้ามายังแอนฟิลด์ ทว่าในที่สุดคูตินโญ่เองกลับแจ้งความประสงค์ว่าต้องการขอขึ้นบัญชีขาย และนั่นทำให้เจ้าตัวได้กลายเป็นสมาชิกใหม่ของบาร์เซโลน่าสมใจท่ามกลางความผิดหวังของแฟนบอลลิเวอร์พูล แต่เมื่อเวลาเดินไปข้างหน้ามาถึงจุดนี้ชีวิตไม่น่าเชื่อว่าจากนักเตะอันเป็นที่เทิดทูนของแฟนบอลอังกฤาจะกลายเป็นเพียงตัวแถมในการสลับขั้วกับเนย์มาร์(แลกแบบบาซ่าต้องเสียเงินส่วนต่างเพิ่มอีกต่างหาก)ตัวแถมที่ไม่มีแฟนบอลบาซ่าแสดงความอาลัยอาวรคูตินโญ่เลยแม้แต่น้อย

ลิเวอร์พูลได้มอบบทเรียนอันล้ำค่าให้กับ คูตินโญ่ ประเมินขีดจำกัด?

  มองกลับมาที่ลิเวอร์พูลที่ตรงนี้ก็มีโม ซาล่าที่ก้าวขึ้นเป็นขวัญใจคนใหม่แล้ว ไม่แปลกเลยที่กระแสการดึงตัวคูตินโญ่กลับไปเล่นกับลิเวอร์พูลอีกครั้งจะไม่มีอะไรคืบหน้า หรือหากจะมองไปยังชีวิตใหม่ในเปเอสเชที่มีลุ้นว่าต้องย้ายไปแทนที่เนย์มาร์ ทว่าปารีส แซงต์ แชร์กแมงก็ตอกกลับชนิดไม่ไว้หน้าว่าคูตินโญ่ไม่ใช่นักเตะที่พวกเค้าต้องการ(หากอยากได้เนย์มาร์ก็ต้องเสนอเงินมาไม่ต่ำกว่า200ล้านปอนด์เท่านั้น) อะไรทำให้เพลเมกเกอร์ที่ครั้งหนึ่งเคยเนื้อหอมฟุ้งที่สุดในยุโรปกลายเป็นนักเตะเกรดธรรมดาๆที่ไม่มีทีมไหนเหลียวแลอีกแล้ว?

    มันคือความผิดพลาดสำหรับคูตินโญ่ที่ย้ายออกจากลิเวอร์พูลทั้งที่ยังไม่ได้พิสูจน์ผลงานแบบเป็นชิ้นเป็นอันได้เลย นั่นสรุปได้ว่าเพลย์เมกเกอร์ชาวแซมบ้าใจร้อนเกินไป มัวแต่คิดที่จะก้าวไปข้างหน้าโดยที่ปีกยังไม่แข็ง(แต่อยากออกบินเสียแล้ว) แล้วสุดท้ายผลงานกับบาร์เซโลน่าก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคูตินโญ่อาจจะเป็นนักเตะที่เก่งแต่ยังไม่ถึงจุดที่เรียกว่าเก่งจนเล่นกับทีมไหนๆก็ได้ ครั้งหนึ่งเจอร์เกน คล็อปป์ได้มอบทั้งความไว้วางใจและอิสระในการเล่นให้กับเค้า แต่เค้าไม่ได้รับความไว้วางใจขนาดนั้นที่สเปน อีกทั้งเค้าตั้งคำถามถึงขีดจำกัดของลิเวอร์พูล(ว่าจะคว้าแชมป์ได้ไหม?)แต่กลับลืมทบทวนขีดจำกัดของตัวเอง(ไปบาซ่าแล้วกลายเป็นนักเตะธรรมดาๆไม่มีใครจำ ไม่โดดเด่นอีกแล้ว) และนั่นทำให้อนาคตของคูตินโญ่ที่เคยเคยสดใสกลายเป็นมืดมนในพริบตา

ลิเวอร์พูล ไม่ยึดติดความหลังหวังเปิดซีซั่นใหม่ด้วยฟอร์มที่ใช่

ลิเวอร์พูล

   ทั้งที่มีฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจในพรีเมียร์ลีกซีซั่นก่อนและมีถ้วยแชมป์UCLติดมือมาอีกต่างหาก ทว่า ลิเวอร์พูล กลับทำผลงานอุ่นเครื่องในช่วงทัวร์เมืองลุงแซมได้ไม่น่าประทับใจนัก โดยลงเล่นไปสามเกมและไม่สามารถเอาชนะได้เลย(แพ้ดอร์ทมุนด์ 2-3 ,แพ้เซบีญ่า 1-2 ,เสมอสปอร์ตติงลิสบอน 2-2 และพ่ายนาโปลี 0-3) แต่ เจอร์เกน คล็อปป์ นายใหญ่หงส์แดงก็ยังเชื่อมั่นว่าลูกทีมได้รับประสบการณ์ที่ดีในช่วงปรีซีซั่น และทีมของเค้าจะลงตัวก่อนเปิดฤดูกาลเพื่อกลับมาสู่เส้นลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อย่างแน่นอน

คล็อปป์ประกาศเริ่มซีซั่นใหม่ ลิเวอร์พูล จะไม่พูดวนเรื่องถ้วยUCLอีก

   กุนซือชาวเยอรมันเพิ่งจะพาทีม ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นสมัยที่ 6 มาหมาดๆ ทว่าอดีตนายใหญ่เสือเหลืองกลับยืนยันว่าเครดิตตรงนั้นไม่ทำให้พวกเค้าเหลิงอย่างแน่นอน “ โดยรวมผมค่อนข้างพอใจกับทิศทางของทีม แม้มันอาจจะยังไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเรา แต่ ลิเวอร์พูล มีความมุ่งมั่นเดียวที่จะเริ่มฤดูกาลให้ได้ดีเหมือนกับซีซั่นก่อน แต่เราต้องรักษาความคงเส้นคงวาให้ดีกว่าเดิม  ซึ่งแรงขับที่ดีก็คือเราต้องไม่ยึดติดกับถ้วยรางวัลหรือชัยชนะเดิมๆ ในเมื่อเรากำลังเข้าสู่ฤดูกาลแข่งขันใหม่แล้ว การเฉลิมฉลองหรือชัยชนะที่ผ่านมาแล้วมันก็เป็นเพียงความทรงจำเท่านั้น เราจะเลิกพูดถึงมัน(แชมป์UCLเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา) เราจะไม่แบกถ้วยUCLลงสนามไปด้วย แต่เราต้องลงสนามเพื่อสร้างโอกาสสัมผัสถ้วยแชมป์ใบใหม่ต่างหาก ”

   ส่วนหนึ่งที่ทำให้นักวิเคราะห์ฟุตบอลหลายสำนักต่างตั้งคำถามถึงโอกาสที่จะทำผลงานให้ยอดเยี่ยมอีกครั้งนั้นอาจไม่ง่ายดายนัก เนื่องด้วยขุมกำลังของทีมที่แทบจะไม่เสริมทัพเลย เพราะนับจนบัดนี้ ลิเวอร์พูล เพิ่งจะได้นักเตะใหม่มาเพียงรายเดียวเท่านั้น แถมยังเป็นการเซ็นสัญญากับแข้งเยาวชนอย่าง เซ็ปป์ ฟาน เดน เบิร์ก ซึ่งมีอายุเพียง 19 (ย้ายมาจาก พีอีซี ซโวลล์ ในลีกฮอลแลนด์)ปีอีกต่างหาก จึงทำให้มีกระแสตำหนิ เจอร์เกน คล็อปป์ ว่าย่ามใจเกินไป(ที่ไม่ซื้อใครเพิ่ม)และไม่แน่ว่าจะพาหงส์แดงบินสูงได้อีกครั้ง โดยในซีซั่นที่ผ่านมาพวกเค้าเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนเชสเตอร์ซิตี้ได้อย่างสนุกและจบซีซั่นด้วยการมีแต้มตามหลังทีมตราเรือใบเพียงแต้มเดียวเท่านั้น โดยโปรแกรมพรีเมียร์ลีก 2019/20นี้ ลิเวอร์พูล จะประเดิมสนามนัดแรกด้วยการเปิดแอนฟิลด์รับการมาเยือนของนอริส ซิตี้ ในวันที่ 10 สิงหาคม