ดอร์ทมุนด์ โต้ขาเก้าอี้ฟาฟร์ยังแน่นไม่มีแพลนหาใครแทนที่

ดอร์ทมุนด์

    โบรุทเซียร์ ดอร์ทมุนด์เปิดซีซั่น2019/20ได้อย่างน่าประทับใจด้วยการปรายปราบเสือใต้คว้าแชมป์เยอรมันซุปเปอร์คัพ จากนั้นก็นำเป็นผู้นำหัวตารางบุนเดสลีก้าอยู่พักใหญ่ก่อนจะค่อยๆแผ่วปลายจนกระทั่งหล่นมาอยู่อันดับ4ของตารางบุนเดสลีก้า ในขณะที่ผลงานในรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกก็ไม่สู้ดีนักเมื่อบุกไปพ่ายอินเตอร์มิลานมาหมาดๆจนทำให้ข่าวการปรับเปลี่ยนบทบาทผู้จัดการทีมของทัพเสือเหลืองเริ่มถูกพาดหัวมากขึ้นเรื่อยๆ ร้อนให้ผู้อำนวยการกีฬาอย่าง มิเชล ซอร์คต้องออกโรงมาให้ข่าวด้วยตัวเอง

    โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาบอร์ดบริหารเสือเหลืองก็เพิ่งจะต่อสัญญาให้ฟาฟร์ได้คุมทีมไปจนถึงปี2021 นำพาผอ.กีฬาคนดังของโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ต้องออกมายืนยันด้วยตัวเองว่ายังคงมีความมั่นใจในฝีไม้ลายมือของลูเซียง ฟาฟร์ไม่เปลี่ยนแปลง “ ซีซั่นนี้เพิ่งจะเริ่มพวกเราเพิ่งแพ้ในลีกไปเกมเดียวเอง มันเหลวไหลสิ้นดีที่บอกว่าเรา(ดอร์ทมุนด์)กำลังเจรจากับมูรินโญ่ ผมบอกตรงนี้เลยว่าดอร์ทมุนด์จะสนับสนุนลูเซียง ฟาฟร์ต่อไป แล้วก็จะไม่มีการเจรจากับผู้จัดการทีมหน้าไหนทั้งนั้น ”

ลูเซียงฟาฟร์สถิติยังเจ๋งแม้ ดอร์ทมุนด์ ฟอร์มยังไม่ร้อนในยามนี้

    โดยลูเซียง ฟาฟร์แม้ว่ายังไม่เคยพาทีมโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์บุนเดสลีก้ามาก่อน ทว่าในแง่ของสถิติแล้วฟาฟร์ถือว่ามีค่าเฉลี่ยนในการทำแต้มให้เสือเหลืองมากกว่ากุนซือคนก่อนอย่างโธมัส ทูเคิลเสียอีก(ทูเคิลมีค่าเฉลี่ยคุมทีมเก็บแต้มได้ที่2.09ต่อการลงสนามหนึ่งเกม ในขณะที่ฟาฟร์มีค่าเฉลี่ยเกมละ2.24ต่อเกม)ซึ่งทำให้บอร์ดบริหารยังคงเชื่อมั่นว่าในระยะยาวแล้วเสือเหลืองจะกลับมาบดลุ้มแชมป์บุนเดสลีก้าได้อย่างแน่นอน หลังจากที่ซีซั่นที่แล้วฟาฟร์ผู้นี้นี่เองที่พาทีมได้ลุ้นแชมป์ลีกไปกระทั่งถึงเกมสุดท้ายของฤดูกาล(แม้สุดท้ายบาเยิร์น มิวนิคจะปาดหน้าคว้าแชมป์ลีกเยอรมันไปก็ตาม)

    โดยในเวลานี้โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์แม้จะรั้งอันดับ4ของตารางลีกเมืองเบียร์ แต่ทว่าถ้าเทียบในด้านคะแนนแล้วพวกเค้ามีแต้มตามหลังจ่าฝูงอย่างโบรุทเซีย มึนเช่นกลัดบัคเพียงคะแนนเดียวเท่านั้น เท่ากับพวกเค้ายังมีโอกาสที่จะพลิกกลับมาทวงตำแหน่งจ่าฝูงได้อย่างสบาย เพราะคู่แข่งตัวฉกาจอย่างบาเยิร์น มิวนิคเองซีซั่นนี้ก็ฟอร์มแย่ไม่แพ้กัน แต่ทว่าสถานการณ์ของเสือใต้ค่อนข้างจะหนักกว่าเมื่อสองแนวรับคนสำคัญอย่างนิคลาส ชูเล่ย์ และลูก้าส์ แอร์กน็องเดซต่างได้รับบาดเจ็บไปแล้วทั้งคู่ จึงทำให้น่าทำให้บาเยิร์น มิวนิคต้องเจองานหนักกว่าในการที่จะต่อสู่เพื่อกลับมาทวงอันดับหนึ่งของตาราง