หงส์เเดง ผ่านคำเย้นหยันและล้มเหลวมากโขจนมีวันนี้!! เทรนด์กล่าว

หงส์เเดง

    ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าลิเวอร์พูลสถาปนาตัวเป็นทีมที่แข็งแกร่งในระดับแนวหน้าของแดนผู้ดีไปเป็นที่เรียบร้อย ทว่ากว่าจะเดินมาถึงวันนี้ทีมหงส์แดงก็ต้องประสบอุปสรรคปัญหาต่างมากมาย ซึ่งเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ยอมรับอย่างเต็มใจว่าหากปราศจากความล้มเหลวเมื่อครั้งอดีตแล้วทีมของเค้าก็คงไม่อาจเดินได้อย่างแข็งแกร่งเฉียกเช่นปัจจุบันเช่นกัน

     อย่างที่เราทราบกันว่าลิเวอร์พูลนั้นเคยมีอดีตที่ยิ่งใหญ่ทว่านับตั้งแต่ลีกอังกฤษเปลี่ยนชื่อมาเป็นพรีเมียร์ลีก ชาวเดอะค็อปก็แทบไม่เคยได้เฮกับเค้าเลย ซ้ำร้ายสถิติเหล่านี้มักถูกทีมอื่นเอาไปล้อเลียนกันอย่างขบขันสร้างความสะเทือนใจให้ทั้งแฟนบอล และนักเตะลิเวอร์พูล “ ลิเวอร์พูลห่างหายความสำเร็จมานาน หลายครั้งที่เราเข้าใกล้มันแต่เราก็ทำไม่สำเร็จ ภาพความล้มเหลวเหล่านั้นมันตามหลอกหลอนพวกเราเสมอมา ถ้าส่วนตัวผมเองการแพ้ต่อรีล มาดริดในนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อสองปีก่อนมันสิ่งที่เจ็บปวดมาก สิ่งนี้เป็นแรงผลักดันให้พวกเราแข็งแกร่งขึ้น ” แบ๊คขวาดีกรีทีมชาติอังกฤษกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

หงส์เเดง คือตัวอย่างสำหรับทีมที่อยากก้าวข้ามความล้มเหลว

     ปัจจุบันเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์เป็นกำลังสำคัญที่พาลิเวอร์พูละครองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก โดยเจอร์เกน คล็อปป์วางใจให้แบ็คขวาวัย21ปีรายนี้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงตลอด8นัดที่ผ่านมา “ ลิเวอร์พูลกำลังอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ดี เราพูดแบบไม่อายว่าทีมไหนๆต่างก็อิจฉาเรา สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าทีมของเราเป็นนักสู้ เรามองข้อผิดพลาดเป็นบทเรียน เรียนรู้ไปกับมัน แต่ไม่ปล่อยให้ความล้มเหลวเหล่านั้นมาเหนี่ยวรั้งเรา แต่เราพูดได้ไม่เต็มปากหรอกตราบเท่าที่ลิเวอร์พูลยังไม่เคยได้แชมป์พรีเมียร์ลีก พวกเราจึงมุ่งมั่นกันอย่างเต็มที่เพื่อจะทำมันให้สำเร็จ ”

     ลิเวอร์พูลกำลังมีคิวบุกไปเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในสัปดาห์นี้เพื่อทำแดงเดือดกับแมนยูฯ ซึ่งเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์หมายใจที่เก็บสามแต้มให้จงได้ “ การเล่นกับยูไนเต็ดไม่เคยง่าย แม้พวกเค้าจะยังไม่อยู่ฟอร์มที่ดีนัก แต่มันเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี พวกเค้าคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ในขณะที่ลิเวอร์พูลเองก็มีฟอร์มการเล่นที่ดีต่อเนื่อง ฉะนั้นเราก็พลาดท่าให้พวกเค้าไม่ได้เช่นกัน ยิ่งหากเราชนะได้มันจะยิ่งส่งผลดีต่อความมั่นใจของเราโดยตรง ” เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์กล่าวอย่างมุ่งมั่น

เทรนด์อาร์โนลด์ รับหากไร้คล็อปป์คงมิอาจพัฒนาฝีเท้าได้เท่านี้

เทรนด์อาร์โนลด์

     นอกจากลิเวอร์พูลจะทำผลงานในพรีเมียร์ลีกได้อย่างโดดเด่นแล้วพวกเค้ายังสร้างแบ็คขวาฝีเท้าดีอย่างเทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ที่สถาปนาเป็นแบ็คขวาทีมชาติอังกฤษไปแล้ว แม้ว่าดาวเตะวัย21กะรัตจะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นฟูลแบ็คชั้นแนวหน้าของลีกผู้ดีไปแล้วแต่เจ้าตัวก็ยังถ่อมตัวยังมีจุดอ่อนที่ต้องพัฒนาอีกมากมาย พร้อมเชื่อมั่นว่าการได้ลงเล่นภายใต้การทำทีมของเจอร์เกน คล็อปป์จะทำให้เค้าพัฒนาขึ้นเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน

     “ ผมได้รับประสบการณ์ที่ดีตลอด2-3ปีหลัง มันเหลือเชื่อมากๆย้อนกลับไปผมคิดแค่ว่าแค่ได้รับโอกาสซักซีซั่นละ10เกมมันก็คงโอเคมากแล้ว แต่ผมก็มาได้ไกลกว่านั้น ผมได้เล่นนัดชิงถ้วยยูซีแอล ทั้งหมดมันเริ่มต้นจากความเชื่อมั่นที่เจอร์เกน คล็อปป์มีต่อผม สิ่งนี้มันผลักดันให้ผมรู้สึกว่าต้องทำผลงานให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ผมลองมองย้อนกลับไปถ้าผมไม่ได้ทำงานร่วมกับเจอร์เกน คล็อปป์ผมก็อาจจะยังไม่มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษด้วยซ้ำไป ” เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ผู้ซึ่งเติบโตมากับอะคาเดมี่ของหงส์แดงกล่าวอย่างปลาปลื้ม

เทรนด์อาร์โนลด์ ยกเจอร์ราดมีอิทธิพลอย่างมากต่อการพัฒนาลูกเซตพีซ

    เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์นอกจากจะสามารถขยับขึ้นลงได้ตลอดเกมแล้ว เจ้าตัวยังมีทีเด็ดที่การเตะลูกนิ่งที่ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบอลหรือยิงฟรีคิ๊กก็ทำได้ดีจนได้ทำหน้าที่ให้กับลิเวอร์พูลอยู่บ่อยครั้ง “ มันเริ่มจากการได้ดูเทปการเล่นของสตีเว่น เจอร์ราด เค้าสามารถเปิดทำทางให้ทีมได้เปรียบหรือแม้แต่การยิงเอง มันทำให้ผมอยากทำได้บ้าง มันเป็นแรงกระตุ้นให้ผมอยากพัฒนาการเตะลูกนิ่ง เมื่อถึงจุดหนึ่งที่คุณซ้อมมาอย่างมากมาย คุณจะมั่นใจจนทำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ”

   “ สิ่งที่ผมเรียนรู้จากเจอร์ราดไม่ได้มีแค่ความแม่นยำนะ คุณต้องมีหัวใจที่แข็งแกร่งด้วย การได้ตั้งเตะในจังหวะสำคัญๆความมั่นใจอาจจะสำคัญกว่าจำนวนการซ้อมในสนามด้วยซ้ำไป แต่คุณอย่าเข้าใจผิดนะ ผมไม่ได้แคร์ว่าต้องทำแอสซิสต์หรือยิงประตูให้ได้มากๆนะ ผมหวังแค่ทำทุกอย่างเพื่อให้ทีมได้เปรียบให้ได้มากที่สุด ขอแค่เราได้รับชัยชนะก็พอสถิติส่วนตัวมันไม่สำคัญกับผมเลย ” เทรนด์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์เจ้าของเสื้อหมายเลข66ของลิเวอร์พูลให้คำมั่น โดยแม้จะกล่าวอย่างถ่อมตัวแต่แบ๊คขวารายนี้ก็มีชื่อทำประตูให้ลิเวอร์พูลจากลูกฟรีคิ๊กไปแล้วหนึ่งเม็ดในเกมกับเชลซี พร้อมกับแอสซิสต์อีก3ครั้ง จากการลงเล่นทุกรายการ(ลงเล่นรวม12นัด)

คูตินโญ่ เทพตกสวรรค์ที่กำลังกลายเป็นตัวแถมการเจรจาของบาซ่า

คูตินโญ่

   ฟุตบอลลูกกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ นี่เป็นวลีอันแสนคลาสสิคทว่ามันกับสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันของฟิลิเป้ คูตินโญ่เสียเหลือเกิน เนื่องจากเมื่อสองปีก่อนคูตินโญ่มีสถานะเป็นขวัญใจของชาวเดอะค็อป ช่วงเวลาอันหวานหอมนั้นดาวเตะชาวบราซิลเลี่ยนเป็นที่หวงแหนของลิเวอร์พูล เจอร์เกน คล็อปป์ได้พยายามทำทุกทางเพื่อปัดป้องข้อเสนอที่ยื่นเข้ามายังแอนฟิลด์ ทว่าในที่สุดคูตินโญ่เองกลับแจ้งความประสงค์ว่าต้องการขอขึ้นบัญชีขาย และนั่นทำให้เจ้าตัวได้กลายเป็นสมาชิกใหม่ของบาร์เซโลน่าสมใจท่ามกลางความผิดหวังของแฟนบอลลิเวอร์พูล แต่เมื่อเวลาเดินไปข้างหน้ามาถึงจุดนี้ชีวิตไม่น่าเชื่อว่าจากนักเตะอันเป็นที่เทิดทูนของแฟนบอลอังกฤาจะกลายเป็นเพียงตัวแถมในการสลับขั้วกับเนย์มาร์(แลกแบบบาซ่าต้องเสียเงินส่วนต่างเพิ่มอีกต่างหาก)ตัวแถมที่ไม่มีแฟนบอลบาซ่าแสดงความอาลัยอาวรคูตินโญ่เลยแม้แต่น้อย

ลิเวอร์พูลได้มอบบทเรียนอันล้ำค่าให้กับ คูตินโญ่ ประเมินขีดจำกัด?

  มองกลับมาที่ลิเวอร์พูลที่ตรงนี้ก็มีโม ซาล่าที่ก้าวขึ้นเป็นขวัญใจคนใหม่แล้ว ไม่แปลกเลยที่กระแสการดึงตัวคูตินโญ่กลับไปเล่นกับลิเวอร์พูลอีกครั้งจะไม่มีอะไรคืบหน้า หรือหากจะมองไปยังชีวิตใหม่ในเปเอสเชที่มีลุ้นว่าต้องย้ายไปแทนที่เนย์มาร์ ทว่าปารีส แซงต์ แชร์กแมงก็ตอกกลับชนิดไม่ไว้หน้าว่าคูตินโญ่ไม่ใช่นักเตะที่พวกเค้าต้องการ(หากอยากได้เนย์มาร์ก็ต้องเสนอเงินมาไม่ต่ำกว่า200ล้านปอนด์เท่านั้น) อะไรทำให้เพลเมกเกอร์ที่ครั้งหนึ่งเคยเนื้อหอมฟุ้งที่สุดในยุโรปกลายเป็นนักเตะเกรดธรรมดาๆที่ไม่มีทีมไหนเหลียวแลอีกแล้ว?

    มันคือความผิดพลาดสำหรับคูตินโญ่ที่ย้ายออกจากลิเวอร์พูลทั้งที่ยังไม่ได้พิสูจน์ผลงานแบบเป็นชิ้นเป็นอันได้เลย นั่นสรุปได้ว่าเพลย์เมกเกอร์ชาวแซมบ้าใจร้อนเกินไป มัวแต่คิดที่จะก้าวไปข้างหน้าโดยที่ปีกยังไม่แข็ง(แต่อยากออกบินเสียแล้ว) แล้วสุดท้ายผลงานกับบาร์เซโลน่าก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคูตินโญ่อาจจะเป็นนักเตะที่เก่งแต่ยังไม่ถึงจุดที่เรียกว่าเก่งจนเล่นกับทีมไหนๆก็ได้ ครั้งหนึ่งเจอร์เกน คล็อปป์ได้มอบทั้งความไว้วางใจและอิสระในการเล่นให้กับเค้า แต่เค้าไม่ได้รับความไว้วางใจขนาดนั้นที่สเปน อีกทั้งเค้าตั้งคำถามถึงขีดจำกัดของลิเวอร์พูล(ว่าจะคว้าแชมป์ได้ไหม?)แต่กลับลืมทบทวนขีดจำกัดของตัวเอง(ไปบาซ่าแล้วกลายเป็นนักเตะธรรมดาๆไม่มีใครจำ ไม่โดดเด่นอีกแล้ว) และนั่นทำให้อนาคตของคูตินโญ่ที่เคยเคยสดใสกลายเป็นมืดมนในพริบตา