ฮาร์กรีฟส์ แนะผียังต้องเสริมอีกหลายจุดหากหวังทวงแชมป์ลีก

ฮาร์กรีฟส์

    ด้วยผลงานช่วงหลังของปีศาจแดงที่เริ่มกลับมาร้อนแรงอีกหลัง ด้วยการไม่แพ้ใครเลยนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ปี2020 จนทำให้พลพรรคเรดอาร์มี่จำนวนไม่น้อยเริ่มพูดถึงโอกาสกลับมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้าเสียแล้ว จนโอเว่น ฮาร์กรีกส์อดีตมิดฟิลด์ผีแดงต้องออกปรามว่าโซลชายังต้องเสริมทัพอีกหลายตำแหน่งหากต้องการเบียดแย่งแชมป์กับลิเวอร์พูล และแมนซิตี้

    “ ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องแชมป์ เพราะทั้งลิเวอร์พูล และแมนซิตี้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเค้าไม่ได้มีดีแค่นักเตะ11ตัวจริงเท่านั้น แต่ที่ข้างสนามพวกเค้าก็ยังมีผู้เล่นระดับคุณภาพที่พร้อมจะลงมาเปลี่ยนเกมอีกเพียบ ในทางกลับกันผมคิดว่ายูไนเต็ดกำลังเข้าใกล้การเจอ11ผู้เล่นตัวจริงที่ใช่เท่านั้น ซึ่งเรายังไม่ได้คิดถึงวันหนึ่งที่บรูโน่ หรือแฮรี่ แม็คไกวร์ได้รับบาดเจ็บหรือติดโทษแบน แล้วใครมาแทนที่พวกเค้า ”

     “ ผมเข้าใจปฏิกิริยาของแฟนบอล พวกเค้าอดทนกับช่วงเวลายากลำบากของสโมสรมาพักใหญ่ เมื่อวันนี้ยูไนเต็ดเริ่มมีสัญญาณที่ดีพวกเค้าจึงดีใจกันมากเกินไปหน่อยเท่านั้นเอง ผมมั่นใจว่าสโมสรที่ความมุ่งหมายที่จะทำให้ได้ตามนั้น แต่มันแปลว่ายูไนเต็ดจะต้องเสริมทัพเพิ่มอีกหลายตำแหน่งในช่วงซัมเมอร์นี้ ” ฮาร์กรีกส์ชี้แจง 

แมนยูควรหาแข้งใหม่อีกสามตำแหน่งตามทัศนะของ ฮาร์กรีฟส์

    “ ผมเชื่อว่าป็อกบา กับบรูโน่จะทำให้เกมรุกเราไหลลื่นขึ้นแต่ถึงอย่างนั้นทีมก็ยังต้องมิดฟิลด์ตัวรับที่จะเป็นผึ้งงานอีกซักคน ผมมองว่ายูไนเต็ดควรมองผู้เล่นในสไตล์ของวิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ของเลสเตอร์เข้ามาช่วย มันจะทำให้สมดุลของทีมเพิ่มมากขึ้น ”

    “ โซลชาควรหาผู้เล่นริมเส้นเพิ่มด้วย แม้เราจะมี ดาเนียล เจมส์ที่ทำได้ดีมากๆอยู่แล้ว แต่ผมกำลังพูดถึงนักเตะที่จะมีชื่อทำประตู และแอสซิสต์ในทุกๆนัดที่ลงสนาม ผู้เล่นในแบบของจาดอน ซานโช่ ถ้าเราได้มาเพิ่มรับรองว่าเกมรุกของทีมจะต้องยิ่งไหลลื่นแน่นอน ”

     “ ส่วนแนวรับเรายังขาดเซนเตอร์ฮาล์ฟที่จะยืนฝั่งซ้ายในแท็กติกแบบกองหลังสามคน เรามีแฮรี่ แม็คไกวร์,วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และเอริค ไบญี่ แน่นอนทุกคนทำได้ดีก็ยังไม่ใช่สต็อปเปอร์ฝั่งซ้ายโดยธรรมชาติ บางทีแยนต์ แฟร์ตองเก้นก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่ใช่ก็ได้ เค้ามีประสบการณ์สูงแถมกำลังจะหมดสัญญากับสเปอร์สอีกต่างหาก ” อดีตกองกลางชุดแชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่น2007/08ออกปากแนะนำ

อาร์เตต้า อาจได้คุมปืนแมร์เตอซัคเกอร์เสนอตัวเป็นผู้ช่วย

อาร์เตต้า

    ปัจจุบันแพร์ แมร์เตอซัคเกอร์เป็นหนึ่งในสตาฟฟ์โค้ชของทีมเยาวชนชุดอายุต่ำกว่า23ปีของอาร์เซนอล ทว่าระยะหลังข่าวลือการดึงตัวมิเกล อาร์เตต้ากลับมานั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมอาร์เซนอลเริ่มแพร่สะพัดหนักขึ้นเรื่อยๆก็ทำให้แมร์เตอซัคเกอร์ที่ซี้ปึ้กกับอาร์เตต้ามาตั้งแต่สมัยยังค้าแข้งเริ่มตั้งความหวังที่จะได้ร่วมงานกันอีกครั้ง โดยอดีตกองหลังทีมชาติเยอรมันหวังสูงถึงการได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมเลยทีเดียว

    “ อาร์เตต้าเคยเป็นผู้นำในห้องแต่งตัว เค้ามีบุคลิกภาพอันพิเศษ มันจะเป็นการดีแน่นอนหากเค้าจะกลับมาทำงานกับเรา(อาร์เซนอล) ” โดยมิเกล อาร์เตต้า และแพร์ แมร์เตอซัคเกอร์ต่างย้ายเข้ามาร่วมทีมปืนใหญ่ในปี2011ด้วยกันทั้งคู่ ทว่าอาร์เตต้าที่แขวนสตั๊ดไปก่อนในปี2016ได้เลือกที่จะรับตำแหน่งผู้ช่วยโค้ชให้กับเป๊ป กวาร์ดิโอล่ากับสโมสรแมนซิตี้ ในขณะที่แมร์เตอซัคเกอร์เลิกเล่นในอีกสองปีถัดมาแต่เลือกทำงานกับอาร์เซนอลต่อไป

    “ ผมเป็นรองกัปตันทีมในช่วงนั้น ทำให้เราทั้งคู่ได้ทำอะไรต่อมิอะไรร่วมกันมาเยอะมาก เราต่างไว้ใจซึ่งกันและกัน เราเคียงข้างกันเสมอไม่ว่าจะยามทีมแพ้หรือชนะ ดังนั้นถ้าเค้าจะกลับมาผลักดันอาร์เซนอลให้ก้าวไปข้างหน้าอีกครั้งผมก็หวังว่าจะได้ร่วมสนับสนุนการทำงานให้กับอาร์เตต้าอีกครั้ง ” แมร์เตอซัคเกอร์ในวัย35กะรัตกล่าวอย่างมีความหวัง

อาร์เตต้า อาจได้คุมอาร์เซนอลสมใจหลังเรือใบเปิดไฟเขียวให้

    พร้อมกันนั้นแมนซิตี้สโมสรต้นสังกัดของอาร์เตต้าก็ออกมาแถลงอีกว่าจะไม่ขัดขวางโอกาสก้าวหน้าของผู้ช่วยโค้ชรายนี้อย่างแน่นอน โดยอดีตกัปตันทีมอาร์เซนอลได้ฝึกปรือฝีมือกับเป๊ป กวาร์ดิโอล่ามานานหลายปีจนทำให้ทีมปืนใหญ่หวังจะดึงตัวกลับไปนั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมแทนที่ของอูไน เอเมรี่ที่ฟอร์มออกทะเลยมาแล้วพักใหญ่ อีกปัจจัยที่ทำให้บอร์ดบริหารของไอ้ปืนใหญ่อาจแต่งตั้งกุนซือใหม่เร็วขึ้นก็เนื่องจากว่า โชเซ่ มูรินโญ่ หนึ่งในตัวเต็งก็เลือกที่จะไปคุมที่สเปอร์สไปเป็นที่เรียบร้อย จนพวกเค้าเริ่มเป็นกังวลว่าหากตัดสินใจช้าไปกว่านี้อาร์เซนอลจะไม่เหลือผู้จัดการทีมฝีมือดีให้เลือกใช้งานก็เป็นได้

    อย่างไรก็ตามหากอาร์เซนอลตัดสินใจปลดอูไน เอเมรี่พวกเค้าจะต้องเสียค่าชดเชยราว6ล้านปอนด์ ซึ่งยังไม่รวมกับค่าฉีกสัญญาให้อาร์เตต้ากับแมนซิตี้อีกต่างหาก จึงน่าสนใจว่าบอร์ดบริหารของทีมปืนใหญ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความขี้งกจะยอมเสียเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้หรือไม่